บริษัทคริปโตอังกฤษถูกเชื่อมโยง ‘กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน’ เงินไหลผ่านเกือบ 90%
รายงานวิเคราะห์บล็อกเชนล่าสุดชี้ว่า เงินที่หมุนเวียนผ่าน ‘แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต’ ที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรแห่งหนึ่ง มีสัดส่วนเกือบทั้งหมดเชื่อมโยงกับ ‘กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน(IRGC)’ ทำให้หน่วยงานอังกฤษเดินหน้าปิดบริษัทและลบออกจากทะเบียนอย่างเร่งด่วน
ตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน TRM랩스(TRM Labs) เผยว่า ‘Jedson’ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่จดทะเบียนในอังกฤษ และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องอย่าง ‘Jedzex’ มีการเคลื่อนย้ายเงินดิจิทัลรวมมูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) ในช่วงปี 2024 ในจำนวนนี้ราว ‘87%’ ถูกวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องกับธุรกรรมของ IRGC โดยตรงหรือโดยอ้อม
แม้ในปี 2025 ‘สัดส่วน’ ธุรกรรมที่เกี่ยวกับ IRGC จะลดลงเหลือราว 48% แต่ในแง่ ‘มูลค่ารวม’ เงินที่ผ่านแพลตฟอร์มยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ Jedson และ Jedzex ถูกจับตาในฐานะ *ช่องทางเงินทุน* ที่มีความเสี่ยงด้าน ‘การคว่ำบาตร’ และ ‘การเงินผิดกฎหมาย’ อย่างชัดเจน
‘ผู้บริหารปลอม–ตัวตนลวงตา’ โผล่ในเอกสารบริษัท
ด้านสำนักงานทะเบียนบริษัทสหราชอาณาจักร หรือ *คอมพานีส์เฮาส์(Companies House)* ได้เริ่มกระบวนการ ‘บังคับเพิกถอน’ Jedson ออกจากทะเบียนบริษัท หลังพบว่า ‘ข้อมูลสำคัญ’ ถูกกรอกอย่างเป็นเท็จ และมีการขึ้นทะเบียน ‘กรรมการบริษัท’ ที่ไม่เคยมีตัวตนจริง
หนึ่งในกรณีที่ถูกจับได้ คือชื่อ ‘เอลิซาเบธ นิวแมน(Elizabeth Newman)’ ซึ่งในเอกสารระบุว่าเป็นชาวสาธารณรัฐโดมินิกัน แต่จากการตรวจสอบโดยองค์กรสื่อเชิงสืบสวน OCCRP พบว่า บุคคลนี้ *ไม่มีตัวตนจริง* และภาพที่ใช้ในวิดีโอโฆษณาของแพลตฟอร์มก็เป็นเพียง ‘สต็อกโฟโต้’ จากฐานภาพสำเร็จรูป
ก่อนหน้า “นิวแมน” ชื่อที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นกรรมการคือ ‘บาบัก มอร์เตซา(Babak Morteza)’ ซึ่งข้อมูลส่วนตัวและประวัติสอดคล้องกับ ‘บาบัก แจนจานี(Babak Zanjani)’ นักธุรกิจชาวอิหร่านที่เคยถูกตัดสินโทษประหารจากคดี ‘ยักยอกเงินน้ำมันรัฐวิสาหกิจ’ มูลค่ามหาศาล ก่อนจะได้รับ ‘ลดโทษ’ ในปี 2024 และเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในธุรกิจอีกครั้ง
แจนจานีถูกมองว่าเป็นผู้ควบคุมกลุ่มธุรกิจดอตวันโฮลดิ้ง(DotOne Holding Group) ซึ่งขยายแขนงไปในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’, ‘ฟอเร็กซ์’, ‘โลจิสติกส์’ ไปจนถึง ‘โทรคมนาคม’ โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้เคยถูกใช้เป็น 'กลไกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร’ มาแล้วหลายครั้งในอดีต ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์ด้านการเงินระหว่างประเทศชี้ว่า โครงสร้างธุรกิจแบบโฮลดิ้งข้ามอุตสาหกรรมและข้ามพรมแดนเช่นนี้ มักถูกออกแบบมาให้ “พรางเส้นทางเงิน” ได้ยากต่อการตรวจสอบ
อังกฤษเดินเกมแข็ง หลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำ
มาตรการลงดาบจากอังกฤษครั้งนี้เกิดขึ้น *ต่อเนื่อง* จากการเคลื่อนไหวของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศกระทรวงการคลังสหรัฐ หรือ OFAC ที่เมื่อวันที่ ? 1 เดือน ? (เวลาท้องถิ่นสหรัฐ)* ได้ขึ้นบัญชี *คว่ำบาตร* ทั้ง Jedson และ Jedzex อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า ‘แจนจานี’ มีบทบาทสำคัญในการระดมทุนให้โครงการต่าง ๆ ที่สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านและกองกำลัง IRGC
ในเอกสารบริษัทของ Jedson และ Jedzex ฝั่งอังกฤษ ระบุสถานะไว้เพียงว่าเป็น ‘บัญชีหยุดใช้งาน (Dormant Account)’ แต่เมื่อเทียบกับ ‘ข้อมูลบนบล็อกเชน’ กลับพบปริมาณธุรกรรมที่สูงผิดปกติและมี ‘เครือข่ายที่เชื่อมต่อ’ กับที่อยู่กระเป๋าที่เคยถูกหน่วยงานคว่ำบาตรจับตาอยู่แล้ว จึงยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจถูกใช้เป็น “คลองลำเลียงเงิน” ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โครงสร้างกฎหมายบริษัทในอังกฤษ
อังกฤษเองได้ออก ‘กฎหมายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและความโปร่งใสของภาคธุรกิจ 2023’ หรือ Economic Crime and Corporate Transparency Act ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อ *เพิ่มความเข้ม* ในการตรวจสอบ ‘ตัวตนกรรมการบริษัท’ และ ‘ความชอบด้วยกฎหมายของกิจการ’ โดยตรง กรณีของ Jedson จึงถูกมองว่าเป็น ‘เคสตัวอย่าง’ ว่ารัฐบาลพร้อมใช้กฎหมายใหม่นี้อย่างจริงจัง
คริปโตยังเป็นช่องทาง ‘เลี่ยงคว่ำบาตร’ แต่เรดาร์กำกับดูแลเริ่มแคบลง
เหตุการณ์รอบนี้สะท้อนว่า ‘ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี’ ยังเป็นพื้นที่ที่ *กลุ่มต้องการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร* และ *ทุนผิดกฎหมาย* สามารถใช้เป็นเส้นทางเดินเงินได้ ไม่ว่าจะผ่านโครงสร้างบริษัทเชลล์ การปลอมข้อมูลกรรมการ หรือการใช้แพลตฟอร์มซื้อขายที่ถูกตั้งขึ้นในประเทศที่มีกฎหมายธุรกิจยืดหยุ่น
พร้อมกันนั้น ก็ชี้ให้เห็นด้วยว่า ‘หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก’ โดยเฉพาะสหรัฐและอังกฤษ กำลังเร่งยกระดับการ ‘ติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชน’ และใช้ข้อมูลเชิงเทคนิคมาจับคู่กับ ‘ข้อมูลนิติบุคคล’ อย่างจริงจัง
‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุนคริปโตและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรม สัญญาณนี้หมายความว่า การตรวจสอบ *KYC/AML*, การคัดกรองคู่ค้า และการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการวิเคราะห์บล็อกเชน จะไม่ใช่แค่ “ตัวเลือกเสริม” อีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขหลักในการอยู่รอดภายใต้ภูมิทัศน์กำกับดูแลรูปแบบใหม่ ที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกปี
ความคิดเห็น 0