รัฐบาลอังกฤษเดินหน้าเข้ม ‘การเมืองห้ามรับคริปโต’ ปิดช่อง ‘การสนับสนุนทางการเมืองด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล’ แบบเบ็ดเสร็จ โดยอ้างเหตุเพื่อสกัด ‘ทุนต่างชาติ’ ไม่ให้แทรกแซงการเมืองในประเทศ มาตรการใหม่ครั้งนี้ถูกมองว่าจะกระทบทั้งตลาดคริปโตและสมการอำนาจทางการเมืองในอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศมาตรการเสริมความโปร่งใสด้านเงินทุนการเมือง ทั้งการ ‘ห้ามรับเงินบริจาคเป็นคริปโตเคอร์เรนซี’ และการกำหนด ‘เพดานบริจาคสำหรับชาวอังกฤษที่พำนักในต่างประเทศ’ โดยชี้ว่าเป็นการดำเนินการตามข้อเสนอจากรายงานการสอบสวนอิสระ ที่เตือนถึงความเสี่ยงการแทรกแซงจากเงินทุนต่างชาติ
รัฐบาลระบุว่าจะจำกัดวงเงินบริจาคทางการเมืองต่อปีของชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ต่างประเทศไม่เกิน 100,000 ปอนด์ (ราว 2.016 พันล้านบาท) พร้อมสั่ง ‘ระงับการรับบริจาคด้วยคริปโต’ ทันที จนกว่าจะจัดตั้งกรอบกำกับดูแลใหม่ที่ชัดเจน ครอบคลุมการใช้ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เป็นช่องทางโอนเงินทางการเมืองข้ามพรมแดน
ฟิลิป รีครอฟต์ อดีตข้าราชการระดับสูงซึ่งเป็นผู้จัดทำรายงานดังกล่าว ระบุว่าภัยคุกคามจากการแทรกแซงทางการเมืองโดยต่างชาติเป็นเรื่องที่ ‘เป็นจริงและต่อเนื่อง’ และเตือนว่าช่องทางดิจิทัล รวมถึง ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ อาจถูกใช้เป็นช่องทางลับในการส่งผ่านเงินทุนเข้าสู่การเมืองภายในประเทศได้ง่ายกว่ารูปแบบเดิม
สตีฟ รีด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่อยู่อาศัย กล่าวว่าการห้าม ‘การบริจาคเป็นคริปโต’ เป็นมาตรการที่ ‘จำเป็น’ เพื่อป้องกันไม่ให้ ‘รัฐต่างชาติที่เป็นปฏิปักษ์’ หรือกลุ่มผู้ไม่หวังดีอื่นๆ ใช้เงินทุนเข้ามาสร้างความแตกแยกในสังคมอังกฤษ โดยย้ำว่าการปิดช่องสินทรัพย์ดิจิทัลในเวทีการเมืองคือส่วนหนึ่งของการป้องกันประเทศเชิงรุก
มาตรการนี้ถูกมองว่าจะส่งผลโดยตรงต่อพรรคการเมืองขนาดเล็กและกลุ่มที่เคยเปิดรับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นช่องทางบริจาค โดยเฉพาะ ‘รีฟอร์ม UK’ ของไนเจล ฟาราจ ซึ่งเคยประกาศรับเงินบริจาคเป็นคริปโต และมีรายงานว่าพึ่งพา ‘เงินบริจาคจากต่างประเทศ’ ราวสองในสามของรายได้ทั้งหมด ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดใหม่
รายงานสอบสวนยังชี้ว่าความพยายามแทรกแซงจากรัสเซีย จีน และอิหร่าน ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เตือนถึง ‘ความเสี่ยงแฝง’ จากภาคเอกชนและบุคคลทั่วไป รวมถึงจากประเทศพันธมิตร เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจใช้โครงสร้างบริษัทหรือตัวกลางทางการเงินเป็นช่องทางในการสนับสนุนการเมืองอย่างไม่โปร่งใส
รัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณามาตรการเสริมอีกหลายด้าน เช่น การจัดตั้งหน่วยสืบสวนเฉพาะกิจด้านเงินทุนการเมือง การผ่อนเกณฑ์การพิสูจน์ความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงทางการเมืองจากต่างชาติ และการเพิ่มโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎการบริจาค ทั้งในรูปแบบ ‘เงินเฟียต’ และ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’
เดิมทีสหราชอาณาจักรเปิดกว้างให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียน รวมถึงสหภาพแรงงานและองค์กรภายในประเทศ บริจาคเงินให้พรรคการเมืองโดยไม่จำกัดวงเงิน แต่ชุดมาตรการใหม่หันไปโฟกัสที่การลด ‘อิทธิพลจากภายนอกประเทศ’ อย่างชัดเจน รัฐบาลยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ได้มุ่งเล่นงานพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นการป้องกันระบบประชาธิปไตยในภาพรวม
"ความคิดเห็น" นักวิเคราะห์การเมืองประเมินว่าถึงแม้รัฐบาลจะย้ำว่าเป็นการคุ้มครองประชาธิปไตย แต่ในทางปฏิบัติ ผลกระทบจะรุนแรงกับพรรคการเมืองที่พึ่งพา ‘เงินต่างชาติ’ และ ‘คริปโต’ เป็นหลักมากกว่าพรรคกระแสหลัก ทำให้โครงสร้างอำนาจและการแข่งขันทางการเมืองอาจต้องปรับตัวครั้งใหญ่
แม้จะมีความเข้มงวดด้าน ‘คริปโตในเวทีการเมือง’ แต่ในฝั่งตลาดโลก สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเติบโตต่อเนื่อง มูลค่ารวมของตลาดคริปโตทั่วโลกอยู่ที่ราว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระดับที่สะท้อนว่าคลื่น ‘คริปโต’ ยังไม่สะดุดในมิติเศรษฐกิจและการลงทุน ทว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของอังกฤษอาจกลายเป็นแรงกระตุ้นให้หลายประเทศหันมาทบทวน ‘บทบาทของคริปโตในกิจกรรมทางการเมือง’ อย่างจริงจัง ทั้งในแง่กฎหมาย ความโปร่งใส และความมั่นคงทางการเมือง
ความคิดเห็น 0