Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บอร์ด เอป ยอชต์ คลับ(BAYC) ฟื้นแรง ฟลอร์ไพรซ์พุ่งเท่าตัว ดันตลาดเอ็นเอฟที(NFT) ส่งสัญญาณ Risk-on กลับมา

ราคา ‘บอร์ด เอป ยอชต์ คลับ(BAYC)’ พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวภายในหนึ่งเดือน กลายเป็นสัญญาณฟื้นตัวสำคัญของตลาด ‘เอ็นเอฟที(NFT)’ ที่ซบเซามายาวนาน โดยนักวิเคราะห์โยงเข้ากับกระแส ‘มีมคอยน์’ ที่กลับมาร้อนแรง และบรรยากาศยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดคริปโต

บอร์ด เอป ยอชต์ คลับ(BAYC) หนึ่งในคอลเลกชัน NFT ระดับบลูชิประดับโลก เห็นราคา ‘ฟลอร์ไพรซ์’ ในตลาดรองดีดจากราว 5อีเธอเรียม(ETH) ขึ้นมาใกล้ 10อีเธอเรียม(ETH) ภายในช่วงประมาณหนึ่งเดือน ขณะเดียวกันโทเคนระบบนิเวศอย่าง เอปคอยน์(APE) ก็ขยับจากต่ำกว่า 0.10ดอลลาร์ ขึ้นมาบริเวณ 0.16ดอลลาร์ พร้อมปริมาณซื้อขายที่หนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนความสนใจของนักลงทุนรายย่อยที่ทยอยกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

การฟื้นตัวของ BAYC และ เอปคอยน์(APE) เดินไปในทิศทางเดียวกับการวิ่งแรงของกลุ่ม ‘มีมคอยน์’ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดกระแสเก็งกำไรในตลาดคริปโต เมื่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงเริ่มให้ผลตอบแทนดีกว่าเซกเตอร์ป้องกันความเสี่ยงอย่าง ดีไฟ(DeFi) จึงมีการตีความว่าเป็นสัญญาณกลับมาของ “โหมดเสี่ยงรับ(Risk-on)” อีกรอบ

ด้าน ไมเคิล ฟิจ(Michael Figge) ซีอีโอของ ยูกะแล็ปส์(Yuga Labs) ผู้พัฒนา BAYC มองว่าการดีดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงภาวะร้อนแรงระยะสั้น แต่เป็นกระบวนการ ‘ปรับฐานกลับสู่ระดับปกติ’ ของราคา เขาระบุว่าในช่วงตลาดขาลงที่ผ่านมา “สินทรัพย์ดิจิทัลสะสมระดับบลูชิป ถูกกดราคาลงมากเกินไป” ขณะที่ “จำนวนผู้ถือครองแบบยูนีกกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” แสดงให้เห็นว่าคอมมูนิตี้พื้นฐานยังแข็งแรง แม้กราฟราคาจะดิ่งลง

ฟิจตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มองว่าราคา BAYC เพิ่มเท่าตัวแต่ฐานผู้ถือครองไม่ได้โตในสัดส่วนเดียวกัน โดยชี้ว่านี่คือ “เพียงการเด้งกลับจากระดับที่ถูกเทขายแรงเกินจริง” มากกว่าจะเป็นฟองสบู่รอบใหม่ เขาเน้นว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา ตลาด NFT เผชิญ “ช่องว่างระหว่างราคา กับเมตริกผู้ใช้งานจริง” อย่างชัดเจน และตอนนี้กำลังเริ่มกลับมาใกล้กันมากขึ้น

แรงคาดหวังต่อการฟื้นตัวของ ‘ตลาด NFT’ ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยเชิงโครงสร้าง ไม่ได้จำกัดแค่กราฟราคา นักวิเคราะห์ NFT นามแฝง ‘แวน(Van)’ ระบุว่าหลังคลื่นเก็งกำไรในปี 2021 ซาลง ความต้องการเชิงสถาบันต่อ ‘ศิลปะดิจิทัล’ และ ‘สิทธิความเป็นเจ้าของบนเชน’ ไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงดำเนินต่อเนื่องอย่างเงียบๆ

หลักฐานสำคัญคือการที่สถาบันศิลปะระดับโลก ทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งนิวยอร์ก(MoMA) พิพิธภัณฑ์ปอมปิดู(ศูนย์ปอมปิดู) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส(LACMA) ทยอยสะสมและจัดแสดงผลงาน NFT ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นำไปสู่มุมมองที่ว่า ‘การเก็งกำไรอาจจางไป แต่เทคโนโลยียังอยู่และกำลังถูกยอมรับในเชิงสถาบัน’

อีกแรงหนุนสำคัญมาจากความเชื่อมั่นในตลาด ดีไฟ(DeFi) ที่ถูกสั่นคลอน ทั้งจากคดีแฮ็กต่อเนื่องและอัตราผลตอบแทนที่ลดต่ำลง ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองหา ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ นอกเหนือจากโปรโตคอลปล่อยกู้-ยืมทั่วไป ‘ความคิดเห็น’ มุมนี้มองว่า NFT กำลังกลายเป็นตัวเลือกกระจายความเสี่ยงที่แตกต่าง เพราะไม่ได้ผูกอนุพันธ์ซับซ้อนเท่าดีไฟบางประเภท

ฟิจชี้ให้เห็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของดีไฟว่า “การออกแบบสัญญาอัจฉริยะที่ผิดพลาดหรือถูกแฮ็กเพียงครั้งเดียว อาจทำให้สินทรัพย์ทั้งหมดหายไปในคราวเดียว ซึ่งนี่คือโจทย์ใหญ่ในการออกแบบดีไฟ” พร้อมเปรียบเทียบว่า NFT มีคุณลักษณะคล้าย ‘ทรัพย์สินของคอมมูนิตี้’ ที่แม้ราคาจะเหวี่ยง แต่คอมมูนิตี้ แบรนด์ และการใช้งานยังสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้

ขณะเดียวกัน ‘ไฟแนนซ์ของ NFT’ ก็เริ่มขยับตัว ล่าสุดมีดีลปล่อยกู้โดยใช้ คริปโตพังก์(CryptoPunk) เป็นหลักประกัน มูลค่าราว 2.8ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 41ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนว่าตลาดสินเชื่อบนฐาน NFT ยังไม่ตาย และอาจกลับมาเติบโตหากราคาและสภาพคล่องยังเดินหน้าฟื้นตัว

แรงซื้อไม่ได้จำกัดอยู่ที่ ‘บอร์ด เอป ยอชต์ คลับ(BAYC)’ เท่านั้น คอลเลกชันชื่อดังอย่าง ‘พัดจิ เพนกวิน(Pudgy Penguins)(PENGU)’ ก็เริ่มเห็นแรงดีดราคาชัดเจนเช่นกัน ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตากระแสลือเรื่องการออกโทเคนของ ‘โอเพนซี(OpenSea)’ แพลตฟอร์มซื้อขาย NFT รายใหญ่ที่เคยเป็นหัวใจของกระแส NFT บูมในปี 2021 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงอาจช่วยปลุกสภาพคล่องและกิจกรรมเทรดในตลาดได้อีกระลอก

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเชิงพื้นฐานของตลาด NFT ยังไม่ได้เปลี่ยนไปทั้งหมด ฟิจยอมรับตรงๆ ว่า “การเก็งกำไรด้านการเงินยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย” พร้อมประเมินว่า “รอบตลาดครั้งนี้น่าจะมีจังหวะเดินคล้ายรอบก่อนๆ แต่ไม่น่าจะเหมือนกันทุกระเบียดนิ้ว” สะท้อนมุมมองที่ว่าตลาดอาจโตขึ้น มีผู้เล่นมืออาชีพมากขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ใช้จริงเพิ่มขึ้น แต่อารมณ์เก็งกำไรยังเป็นส่วนหนึ่งของเกม

ยูกะแล็ปส์(Yuga Labs) ก็กลับมาโฟกัสกลยุทธ์ ‘คอมมูนิตี้เฟิร์สต์’ อย่างจริงจัง รายงานระบุว่าในช่วงประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บริษัทจัดมีตออฟไลน์มากกว่า 30งานทั่วโลก เพื่อดึงผู้ถือ BAYC และคอลเลกชันในเครือกลับมาเชื่อมต่อกัน ‘ความคิดเห็น’ ฝั่งนี้มองว่าการฟื้น “เลเยอร์โซเชียล” ที่เคยเป็นหัวใจความสำเร็จของ BAYC อาจมีผลต่อมูลค่าแบรนด์และความยั่งยืนของราคาในระยะยาวไม่แพ้ปัจจัยเทคนิค

เมื่อมองภาพรวม ตลาด ‘เอ็นเอฟที(NFT)’ ยังเป็นพื้นที่ที่มีความผันผวนสูง แต่การเด้งกลับรอบนี้กำลังถูกจับตาว่าอาจเป็นมากกว่าการรีบาวด์สั้นๆ และอาจเข้าสู่ช่วง ‘การประเมินมูลค่าใหม่เชิงโครงสร้าง’ หากราคา BAYC และคอลเลกชันหลักอื่นๆ ยืนระดับสูงได้ต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าทิศทางต่อไปของตลาด NFT จะถูกตัดสินด้วยสองปัจจัยหลัก คือระดับ ‘การมีส่วนร่วมของผู้ใช้จริง’ และ ‘การใช้งานในโลกจริง’ ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเกม แพลตฟอร์มโซเชียล หรือการผสานเข้ากับแบรนด์กระแสหลักในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1