Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงหนัก 10% สองสัปดาห์ ETF สปอตไหลออกทะลุ 2,260 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางดอกเบี้ยขาขึ้น

บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญแรงขายหนัก ท่ามกลางภาวะเงินไหลออกจากกองทุน ETF แบบส pot ในสหรัฐและแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลให้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ร่วงแรง ขณะที่กระแสหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงยิ่งทำให้ภาวะ ‘สภาพคล่องระยะสั้น’ ในตลาดคริปโตแย่ลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงไปแตะระดับระหว่างวันที่ 74,305 ดอลลาร์ (ราว 1.12 แสนดอลลาร์ฮ่องกง – ตัวเลขตามต้นทาง) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน เป็นต้นมา หากมองในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด ราคาอ่อนตัวลงมากกว่า 3% และหากเทียบกับจุดสูงสุดของเดือนนี้ที่ 82,500 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 บิตคอยน์ปรับฐานลงมาราว 10%

ด้านกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐ เป็นปัจจัยกดดันราคาหลัก โดยเฉพาะ ‘กระแสเงินไหลออกขนาดใหญ่’ ตลอดสัปดาห์นี้ มีเงินทุนไหลออกจากกองทุนรวมกันกว่า 1,260 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.898 หมื่นล้านบาท) สูงสุดในรอบสัปดาห์ตั้งแต่เปิดตัว ETF บิตคอยน์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่สัปดาห์ก่อนหน้าก็มีเงินไหลออกอีกราว 1,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตลอด 2 สัปดาห์มียอดไหลออกสุทธิรวมราว 2,260 ล้านดอลลาร์

เนื่องจากกองทุน ETF ถือเป็น ‘ช่องทางลงทุนหลักของสถาบัน’ ทิศทางเงินทุนที่กลับออกจาก ETF จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนของภาวะ ‘ความเชื่อมั่นถดถอย’ ในตลาดบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตโดยรวม ‘ความคิดเห็น’ กระแสนี้สะท้อนว่ากองทุนและนักลงทุนสถาบันกำลังลดน้ำหนักในสินทรัพย์เสี่ยงลงอย่างจริงจัง

แรงกดดันอีกด้านมาจาก ‘ดอกเบี้ยขาขึ้น’ และการดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่สูงขึ้น ทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลอย่างบิตคอยน์(BTC) ดูด้อยความน่าสนใจลงเมื่อเทียบกับพันธบัตรและเงินฝาก ขณะเดียวกันผลตอบแทนพันธบัตรของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ก็ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกัน ยิ่งตอกย้ำบรรยากาศการ ‘หลบสินทรัพย์เสี่ยง’ ในตลาดโลกชัดเจนขึ้น

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึงตีความสถานการณ์ตอนนี้ว่าเป็นช่วง ‘เคลียร์พอร์ตสินทรัพย์เสี่ยง’ ในภาวะดอกเบี้ยสูง เมื่อนโยบายการเงินยังตึงตัว เงินทุนมักจะไหลกลับไปหาสินทรัพย์ที่ให้ ‘รายได้ดอกเบี้ย’ และมีภาพลักษณ์ปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทุนตราสารหนี้

นอกจากพันธบัตรแล้ว ยังเริ่มเห็นสัญญาณการโยกเงินบางส่วนไปสู่ ‘ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์’ ทั้งน้ำมันดิบ ทองแดง และทองคำ ต่างดึงดูดเม็ดเงินเก็งกำไรเข้ามาเพิ่มขึ้น ทำให้ความคาดหวังต่อ ‘ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้น’ ชัดขึ้นด้วย โดยหนึ่งในปัจจัยหนุนราคาคือ ‘ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์’ และความกังวลต่อปัญหาการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

อีกหนึ่งตัวแปรที่เริ่มถูกจับตามองคือ ‘ความคาดหวัง IPO ของสเปซเอ็กซ์(SpaceX)’ บริษัทอวกาศของอีลอน มัสก์(Elon Musk) นักลงทุนบางส่วนมองว่า ความเป็นไปได้ที่สเปซเอ็กซ์(SpaceX) จะเข้าตลาดหุ้นในอนาคต เป็นอีกปัจจัยที่อาจดึงดูดเม็ดเงินออกจากคริปโตไปยัง ‘อีเวนต์ขนาดใหญ่ในตลาดทุนดั้งเดิม’ ขณะนี้บนแพลตฟอร์มบล็อกเชนบางแห่ง เริ่มมีการซื้อขายอนุพันธ์หรือสินทรัพย์พรีมาร์เก็ตที่อ้างอิงมูลค่าสเปซเอ็กซ์(SpaceX) ในระดับหลายล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงการเก็งกำไรล่วงหน้าที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งหมดนี้ทำให้บิตคอยน์(BTC) ต้องเผชิญ ‘แรงกดดันซ้อนทับ’ ทั้งจากเงินทุนไหลออกของ ETF การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยโลก และการเกิดขึ้นของ ‘ทางเลือกการลงทุนอื่น’ ที่เริ่มน่าดึงดูดมากขึ้น

ในระยะสั้น ปัจจัยชี้ขาดสำคัญจะอยู่ที่ ‘จังหวะการฟื้นตัวของกระแสเงิน’ ทั้งจากฝั่งกองทุน ETF และนักลงทุนรายใหญ่ หากแรงขายยังคงต่อเนื่อง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาค เช่น แนวโน้มดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตอาจยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุนแล้ว ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ต้องจัดการความเสี่ยงและการบริหารพอร์ตอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1