Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

퍼플렉시티 AI ชี้โซลานา(SOL) มีโอกาสพุ่งสูงสุด 13 เท่าถึง 1,000 ดอลลาร์ หนุนด้วยอัปเกรด Firedancer-Fund Flow สถาบัน

โซลานา(SOL) ถูกมองว่ามีโอกาสพุ่งขึ้นได้สูงสุดถึงราว 13 เท่า หากเทียบกับระดับราคาปัจจุบัน โดยอิงจาก ‘ศักยภาพทางเทคนิค’ และ ‘กระแสเงินทุนสถาบัน’ ที่เริ่มไหลเข้ามาชัดเจนมากขึ้น แพลตฟอร์มวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ ‘퍼플렉시티 AI’ ระบุในรายงานล่าสุดว่า โซลานาอาจแตะกรอบ 225–375 ดอลลาร์ภายในช่วงสิ้นปี 2026 และยังเปิด ‘สคริปต์ขาขึ้นสุดโต่ง’ ที่ราคาอาจลากไปได้ไกลถึง 1,000 ดอลลาร์ ภายใต้เงื่อนไขที่เอื้ออำนวยทุกด้าน

ตามรายงานของ 퍼플렉시티 AI เมื่อไม่นานนี้ เป้าราคาพื้นฐานของโซลานาถูกประเมินไว้ที่ 225–375 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2026 เทียบกับระดับราคาปัจจุบันราว 74.93 ดอลลาร์ (ประมาณ 113,100 บาท) หมายถึงอัปไซด์สูงสุดราว 5 เท่า ‘ในกรณีฐาน’ และหากเข้าสู่กรณีเชิงรุก ราคามีโอกาสขยายขึ้นได้ในกรอบ 400–1,000 ดอลลาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับการปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 13 เท่า

‘เทคโนโลยีเครือข่าย’ คือหัวใจของมุมมองเชิงบวกครั้งนี้ โซลานากำลังเดินหน้าอัปเกรดครั้งใหญ่ผ่าน ‘ไฟร์แดนเซอร์(Firedancer)’ และ ‘อัลเพนโกลว์(Alpenglow)’ โดยตั้งเป้าความเร็วการประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 1,000,000 ธุรกรรมต่อวินาที(TPS) ระดับดังกล่าวถือว่าสูงกว่าบล็อกเชนเลเยอร์1 ส่วนใหญ่แบบทิ้งห่าง ทำให้ ‘ศักยภาพการรองรับดีมานด์ในอนาคต’ กลายเป็นจุดขายหลัก

ด้าน ‘เงินทุนสถาบัน’ ก็เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งเงินที่ไหลผ่านผลิตภัณฑ์ลักษณะคล้าย ETF และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานการเงินที่อิงสเตเบิลคอยน์ ส่งผลให้ ‘กิจกรรมบนเชน’ ของโซลานา ซึ่งเดิมก็อยู่ระดับแถวหน้า ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก ในมุมของนักวิเคราะห์ โซลานาจึงกำลังกลายเป็นตัวอย่างของสินทรัพย์ที่มีทั้ง ‘เทคโนโลยีแข็งแรง’ และ ‘การใช้งานจริงหนาแน่น’ รองรับไปพร้อมกัน ทำให้สมมติฐานขาขึ้นดูมีน้ำหนักมากกว่าการเก็งกำไรล้วน ๆ

อย่างไรก็ตาม 퍼플렉시티 AI ก็ไม่มองข้าม ‘ฉากทัศน์ขาลง’ รายงานฉายภาพกรณีเสี่ยงเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่ประเด็นคดีความแบบกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มมีมคอยน์ ‘Pump.fun’ ซึ่งมีทั้ง Solana Labs และมูลนิธิโซลานาถูกระบุเป็นจำเลย ไปจนถึงประวัติ ‘เครือข่ายล่มซ้ำซาก’ ในอดีต และ ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์’ จากสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ(SEC) หากปัจจัยลบเหล่านี้กดดันพร้อมกัน ราคามีโอกาสถูกจำกัดอยู่ในกรอบราว 76–95 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงระดับราคาปัจจุบัน นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่า ‘ตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงส่วนใหญ่ไปแล้วพอสมควร’

‘ความคิดเห็น’ ในเชิงโครงสร้าง ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการมองโซลานาเป็น “เครือข่ายเทคนิคสูงแต่เคยมีปัญหาด้านเสถียรภาพ” กับการยอมรับว่าการอัปเกรดและเม็ดเงินใหม่ ๆ อาจช่วยเปลี่ยนภาพจำดังกล่าวในระยะกลางถึงยาว

‘เทคนิคเริ่มไล่ทันราคา’ สัญญาณเปลี่ยนเกมของโซลานา

ด้านกราฟราคา โซลานาเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศที่จับต้องได้ หลังย่อลงไปทำจุดต่ำแถว 60 ดอลลาร์ ราคาก็ดีดกลับแบบ ‘V-Shape’ และกำลังสร้างโครงสร้าง ‘Low ที่สูงขึ้น’ ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ค่อยได้เห็นชัดเจนตั้งแต่ราวเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นักเทคนิคัลจำนวนมากตีความว่ารูปแบบนี้คือ ‘สัญญาณเริ่มต้นของการกลับตัวขึ้น’

จุดตัดสินระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 80 ดอลลาร์ โซนนี้เคยเป็นแนวรับสำคัญเมื่อเดือนพฤษภาคม ก่อนจะถูกหลุดลงมาและกลายสภาพเป็นแนวต้านหลัก หากโซลานาสามารถทะลุและยืนเหนือ 80 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง เป้าหมายถัดไปจะเปิดขึ้นสู่ช่วง 90–100 ดอลลาร์

ตัวชี้วัดโมเมนตัมก็เริ่มหันกลับด้าน ดัชนี RSI ดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 50 หลังหลุดลงไปในโซนขายมากเกินไป การรีบาวด์แบบนี้มักถูกมองว่าไม่ใช่แค่เด้งสั้น ๆ แต่เป็น ‘จุดเริ่มต้นของเฟสขาขึ้นใหม่’ หากได้รับการยืนยันด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

ภายใต้สมมติฐานเช่นนี้ เป้าราคา 225–375 ดอลลาร์ที่ 퍼플렉시티 AI วางไว้ จึงตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่า ‘โมเมนตัมขาขึ้น’ จะสามารถคงอยู่ต่อเนื่องไปได้อีกหลายไตรมาส พร้อมกับที่ ‘ปัจจัยพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและสภาพคล่อง’ เดินไปในทิศทางเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตา คือโซลานาจะสามารถหลุดพ้นสถานะ ‘ถูกตีมูลค่าต่ำเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพเครือข่าย’ ได้จริงหรือไม่

‘ความคิดเห็น’ หากอัปเกรดอย่าง Firedancer สามารถทำงานได้ตามที่โฆษณา และเครือข่ายไม่เจอเหตุหยุดชะงักใหญ่ ๆ อีก การรีเรตติ้งด้านมูลค่าอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาด แต่ในทางกลับกัน เหตุสะดุดเพียงไม่กี่ครั้งก็อาจทำลายความเชื่อมั่นที่เพิ่งสร้างใหม่ได้เช่นกัน

โครงการใหม่ ‘ลิควิ드เชน(LiquidChain)’ โผล่มาเป็นตัวแปรเสริม

ขณะเดียวกัน ตลาดก็ไม่ได้มองแค่โครงการขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว เงินทุนบางส่วนเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์หลักอย่าง บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP) ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ไปสู่โปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สะท้อนการล่าสินทรัพย์ ‘แกปมูลค่า’ และ ‘เนื้อเรื่องใหม่’ รอบต่อไป

หนึ่งในโครงการที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นคือ ‘ลิควิดเชน(LiquidChain)’ ซึ่งเสนอจะแก้ปัญหา ‘การเชื่อมต่อข้ามเชน’ ที่ติดขัดมายาวนาน แนวคิดหลักคือการเชื่อม บิตคอยน์, อีเธอเรียม และโซลานา เข้าไว้ในสภาพแวดล้อมการทำธุรกรรมเดียว เพื่อลดทั้งค่าธรรมเนียม(Slippage + Gas), ปัญหาธุรกรรมล้มเหลว และความซับซ้อนจากการสลับเครือข่าย

ปัจจุบัน ลิควิดเชนกำลังอยู่ในช่วงพรีเซลล์ที่ราคาโทเคนราว 0.01454 ดอลลาร์ (ประมาณ 22 บาทต่อ 100 โทเคน) และสามารถระดมทุนได้แล้วราว 840,000 ดอลลาร์ แม้ตัวเลขจะไม่สูงเมื่อเทียบกับโปรโตคอลรายใหญ่ แต่ก็พอสะท้อนความสนใจจากนักเก็งกำไรสายโครงสร้างพื้นฐานได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ‘เทคโนโลยีจริง’ และ ‘การยอมรับในตลาด’ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เนื่องจากโปรเจกต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา

‘ความคิดเห็น’ โปรเจกต์แบบลิควิดเชนสะท้อนเทรนด์ว่า เม็ดเงินกำลังมองหาชั้นโครงสร้างที่สามารถเชื่อมโลกของสินทรัพย์หลักเข้าด้วยกัน แต่ในเชิงความเสี่ยง นักลงทุนต้องเผื่อใจต่อความเป็นไปได้ที่โครงการอาจไม่สามารถส่งมอบเทคโนโลยีตามสัญญา หรือไม่สามารถดึงดีมานด์ผู้ใช้งานจริงเข้ามาได้

ท้ายที่สุด ตลาดคริปโตกำลังอยู่ในช่วง ‘หาจุดสมดุลใหม่’ ระหว่างสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วอย่างโซลานา ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงที่ ‘ราคาเริ่มวิ่งตามเทคโนโลยี’ และโครงการหน้าใหม่ที่พยายามเสนอ ‘เนื้อเรื่องสด’ อย่างลิควิดเชน กระแสเงินทุนที่จะเลือกอยู่กับสินทรัพย์ที่มีผลงานบนเชนชัดเจน หรือไหลไปหาโปรเจกต์ระยะเริ่มต้นที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด จะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญของตลาดในรอบถัดไป โดยมีโซลานาเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักของธีม ‘เทคโนโลยีจริง vs มูลค่าตลาด’ ในสายตานักลงทุนสถาบันและรายย่อยพร้อมกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1