Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Binance Academy ชี้ ESG กำลังเป็นเกณฑ์ใหม่คัดกรองลงทุนคริปโต จับตา บิตคอยน์(BTC)-อีเธอเรียม(ETH)

Binance Academy ชี้ ESG กำลังเป็นเกณฑ์ใหม่คัดกรองลงทุนคริปโต จับตา บิตคอยน์(BTC)-อีเธอเรียม(ETH) / Tokenpost

‘ESG’ ที่เคยเป็นเกณฑ์สำคัญของการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม กำลังขยายบทบาทมาสู่ตลาดคริปโตมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน (เวลาท้องถิ่น) ไบแนนซ์ อคาเดมี(Binance Academy) เผยแพร่รายงานระบุว่า ESG ซึ่งย่อมาจาก ‘สิ่งแวดล้อม’ ‘สังคม’ และ ‘ธรรมาภิบาล’ กำลังกลายเป็นกรอบประเมินสำคัญที่ใช้วัดทั้งความรับผิดชอบและศักยภาพระยะยาวของโครงการสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่แค่บริษัทจดทะเบียนอีกต่อไป รายงานชี้ว่าประเด็นอย่างการใช้พลังงานของบิตคอยน์(BTC) การดูแลชุมชนของโครงการบล็อกเชน และความโปร่งใสของโครงสร้างกำกับดูแล อาจมีน้ำหนักมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนคริปโตในอนาคต

รายงานดังกล่าวอธิบายว่า ESG ไม่ได้หมายถึงการตัดบางอุตสาหกรรมออกจากพอร์ตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกรอบที่ใช้ประเมินว่าธุรกิจหรือโครงการต่าง ๆ บริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และดำเนินงานอย่างโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน หลังข้อตกลงปารีสปี 2015 นักลงทุนสถาบันเริ่มตรวจสอบความเสี่ยงด้านคาร์บอนในพอร์ตอย่างจริงจังมากขึ้น ขณะเดียวกันกฎระเบียบอย่างกฎการเปิดเผยข้อมูลการเงินเพื่อความยั่งยืนของยุโรป หรือ SFDR และท่าทีของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐต่อการเปิดเผยข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ก็ยิ่งผลักดันให้ ESG กลายเป็นมาตรฐานกระแสหลัก

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ ESG ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงทางเลือกเชิงจริยธรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับ บริษัทจัดการสินทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญ และนักลงทุนรายย่อยใช้พิจารณาควบคู่กับผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนว่า ESG ยังไม่มีมาตรฐานสากลเดียวกัน ทำให้คะแนนจากแต่ละสำนักประเมินอาจต่างกันมาก แม้จะเป็นบริษัทเดียวกันก็ตาม

ไบแนนซ์ อคาเดมี(Binance Academy) ระบุว่า หุ้น ESG ในทางปฏิบัติคือหุ้นของบริษัทที่ได้รับคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลดีกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ไม่มีระบบรับรองอย่างเป็นทางการตายตัว ปัจจุบันสถาบันอย่าง MSCI, ซัสเทนอะนาลิติกส์ และเอสแอนด์พี โกลบอล ต่างใช้วิธีคำนวณของตัวเอง นั่นหมายความว่าบริษัทหนึ่งอาจได้คะแนนสูงจากสำนักหนึ่ง แต่ได้คะแนนต่ำจากอีกสำนักหนึ่งก็ได้

ในมิติ ‘สิ่งแวดล้อม’ เกณฑ์ที่ใช้ดูมักรวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย และการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วนมิติ ‘สังคม’ จะพิจารณาเรื่องแรงงาน ความปลอดภัย ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม ความปลอดภัยของสินค้า และการมีส่วนต่อชุมชน ขณะที่ด้าน ‘ธรรมาภิบาล’ จะเน้นความเป็นอิสระของคณะกรรมการ โครงสร้างค่าตอบแทนผู้บริหาร สิทธิผู้ถือหุ้น การตรวจสอบภายใน นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน และความโปร่งใสของการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน รายงานมองว่าด้านธรรมาภิบาลอาจวัดเป็นตัวเลขได้ง่ายกว่า แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงเรื่องเกณฑ์ตีความอยู่ไม่น้อย

ตัวอย่างที่รายงานยกขึ้นมา ได้แก่ ไมโครซอฟท์(MSFT) ที่ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยคาร์บอนติดลบภายในปี 2030 และเซลส์ฟอร์ซ(CRM) ที่นำเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้าไปผูกกับการดำเนินธุรกิจโดยตรง อย่างไรก็ดี รายงานย้ำว่าการยกตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำการลงทุน และคะแนน ESG สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามแนวปฏิบัติของบริษัทและวิธีประเมินที่เปลี่ยนไป

ประเด็นสำคัญของรายงานอยู่ที่การนำกรอบ ESG มาประยุกต์ใช้กับตลาดคริปโต โดยนักลงทุนสามารถใช้คำถามชุดเดียวกันนี้ประเมินโครงการสินทรัพย์ดิจิทัลได้เช่นกัน ทั้งด้าน ‘สิ่งแวดล้อม’ ‘สังคม’ และ ‘ธรรมาภิบาล’ ซึ่งปัจจุบันหลายประเด็นเริ่มสะท้อนชัดในตลาดแล้ว

ในด้านสิ่งแวดล้อม บิตคอยน์(BTC) ยังคงเป็นตัวอย่างหลักของข้อถกเถียง เนื่องจากระบบพิสูจน์การทำงานหรือ PoW ใช้ไฟฟ้าจำนวนมากในกระบวนการขุด จึงมักถูกมองในเชิงลบจากมุม ESG ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) ซึ่งเปลี่ยนไปใช้ระบบพิสูจน์การถือครองหรือ PoS แล้ว รวมถึงบล็อกเชนอื่นที่ออกแบบให้ใช้พลังงานต่ำตั้งแต่ต้น อาจได้เปรียบกว่าในแง่การประเมิน บางโครงการยังพยายามชูภาพลักษณ์ ‘คาร์บอนเป็นกลาง’ หรือ ‘คาร์บอนติดลบ’ ผ่านการซื้อคาร์บอนเครดิตหรือใช้พลังงานหมุนเวียน

ส่วนในด้านสังคม รายงานระบุว่าเรื่องการคุ้มครองผู้ใช้และการลดความไม่สมดุลของข้อมูลกำลังเป็นเกณฑ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้แก่นักลงทุน การเปิดเผยความเสี่ยงอย่างชัดเจน การกระจายโทเคนอย่างเป็นธรรม หรือการออกแบบให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในภาคการเงินกระจายศูนย์หรือ DeFi หากโปรโตคอลมีโครงสร้างซับซ้อนเกินไป หรือไม่ได้อธิบายความเสี่ยงในการขาดทุนอย่างเพียงพอ ก็อาจถูกมองว่ามีคะแนนด้านสังคมต่ำ แม้จะมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีก็ตาม

ด้านธรรมาภิบาลถือเป็นมิติที่เปรียบเทียบกับตลาดทุนเดิมได้ตรงที่สุด เพราะโครงสร้างการตัดสินใจผ่านโทเคนกำกับดูแลมีลักษณะคล้ายสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นในบริษัท แต่รายงานมองว่าการกำกับดูแลแบบออนเชนยังมีข้อจำกัดชัดเจน ทั้งอัตราการมีส่วนร่วมต่ำ การกระจุกตัวของอำนาจโหวตในมือนักลงทุนรายใหญ่ และปัญหาการประสานงานในชุมชน ด้วยเหตุนี้ ธรรมาภิบาลของคริปโตจำนวนมากจึงอาจยังไม่ตอบโจทย์มาตรฐานความรับผิดชอบและเสถียรภาพตามแบบ ESG ดั้งเดิม

แม้ ESG จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น แต่รายงานชี้ว่าความท้าทายใหญ่ยังคงเป็นเรื่องการขาดมาตรฐานเดียวกัน ในตลาดหุ้นเอง คะแนนจากแต่ละสำนักยังต่างกันมาก และในตลาดคริปโตสถานการณ์ยิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากกว่าเดิม ปัจจุบันยังแทบไม่มีโมเดลหลักที่ใช้ให้คะแนนโปรโตคอลบล็อกเชนได้อย่างเป็นระบบเหมือนการประเมินบริษัทจดทะเบียน นั่นทำให้นักลงทุนไม่ควรพึ่งพาแค่คะแนนจากบุคคลที่สาม แต่ควรตรวจสอบด้วยตัวเองทั้งเรื่องโครงสร้างการใช้พลังงาน วิธีบริหารชุมชน การกระจายการถือครองโทเคน และความโปร่งใสของทีมพัฒนา

อีกความเสี่ยงที่รายงานเตือนคือ ‘กรีนวอชชิง’ หรือการสร้างภาพว่าตัวเองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งที่รูปแบบการดำเนินงานจริงแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไบแนนซ์ อคาเดมี(Binance Academy) แนะนำว่า นักลงทุนควรดูข้อมูลเบื้องหลังคำว่า ‘ESG’ ไม่ใช่เชื่อเพียงฉลาก โดยควรให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงตัวเลข การเปิดเผยข้อมูล และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้มากกว่าแคมเปญการตลาด

ท้ายที่สุด รายงานมองว่า ESG ไม่ใช่สูตรรับประกันผลตอบแทน แต่เป็นกรอบวิเคราะห์ที่ช่วยให้นักลงทุนมองโครงการคริปโตได้รอบด้านขึ้น ตั้งแต่การใช้พลังงานของบิตคอยน์(BTC) ไปจนถึงความเป็นธรรมในการกระจายโทเคน โครงสร้างแรงจูงใจในชุมชน และคำถามว่าอำนาจในการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลกระจุกอยู่กับใคร ‘ความคิดเห็น’ ในมุมนี้ ESG อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคัดกรองโครงการที่มีความยั่งยืนจริง ในตลาดที่มักถูกขับเคลื่อนด้วยความผันผวนระยะสั้นเป็นหลัก

ไบแนนซ์ อคาเดมี(Binance Academy) ทิ้งท้ายว่า แม้กรอบ ESG จะยังไม่สามารถให้คะแนนเชิงปริมาณกับทุกโครงการคริปโตได้ในตอนนี้ แต่ก็ช่วยตั้งคำถามที่มีประโยชน์และทำให้นักลงทุนตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบคอบมากขึ้นได้ชัดเจนขึ้น น่าสนใจว่า ‘ESG’ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นมาตรฐานหลักในโลกการเงินแบบดั้งเดิม จะสามารถกลายเป็นอีกหนึ่งเกณฑ์ตรวจสอบสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้หรือไม่ในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1