เอดา(ADA) ยืนเหนือแนวรับ 0.16 ดอลลาร์ได้ แต่ RSI อ่อนแรง ‘ความเห็น’ มีโอกาสพักฐานระยะสั้น
เอดา(ADA) ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้น หลังจากเปลี่ยนระดับ 0.16 ดอลลาร์จากแนวต้านเดิมมาเป็นแนวรับบนกราฟ 4 ชั่วโมงได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ‘RSI’ ที่ยังไม่สามารถเร่งตัวขึ้นได้ กำลังส่งสัญญาณว่าราคาอาจกลับมาทดสอบแนวรับ 0.16 ดอลลาร์อีกครั้งในระยะสั้น
ณ วันที่ 16 เอดา(ADA) เคลื่อนไหวบริเวณ 0.1651 ดอลลาร์ในตลาดต่างประเทศ ในมุมมองเชิงเทคนิค การที่ราคากลับมายืนเหนือแนวต้านเดิมได้ถือเป็น ‘สัญญาณเชิงบวก’ แต่ตามมุมมองของนักวิเคราะห์อย่าง นิค บัลเดซ RSI ยังติดอยู่โซนกลางช่วง 40 จุด สะท้อนว่ากำลังซื้อยังไม่แรงพอจะผลักดันให้ราคาเร่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคามีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้าง หรือย่อตัวลงเล็กน้อยมากกว่าจะพุ่งแรงในทันที
บัลเดซมองว่า เอดา(ADA) อาจถอยลงมาทดสอบเส้นแนวโน้มขาขึ้นด้านล่างอีกครั้ง เพื่อ “คัดกรอง” แรงซื้อที่อ่อนแอออกจากตลาด หากราคาสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้โดยไม่หลุดลงไป จะเป็นการสร้างฐานรองรับการดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 0.20 ดอลลาร์ที่ถูกตั้งไว้เมื่อไม่นานมานี้ ‘คำสำคัญ’ อยู่ที่การปิดแท่งเทียนกราฟ 4 ชั่วโมง ว่าจะรักษาระดับเหนือเส้นแนวโน้มได้ต่อเนื่องหรือไม่
ด้านโครงสร้างการถือครองก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา เมื่อวันที่ 15 ปริมาณเอดา(ADA) ที่อยู่ในมือ “วาฬคริปโต” ขยับขึ้นมาแตะประมาณ 67% ของเหรียญหมุนเวียนในตลาด ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี การสะสมของผู้ถือรายใหญ่ในลักษณะนี้โดยทั่วไปมักถูกมองเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อราคา แต่ขณะเดียวกัน ราคาที่แกว่งอยู่ในกรอบ 0.14–0.20 ดอลลาร์ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ก็สะท้อนสภาพตลาดที่เริ่มร้อนแรงและอาจมีความเสี่ยง ‘ภาวะเก็งกำไรเกินตัว’ แทรกอยู่
อีกด้านหนึ่ง ฝั่งปัจจัยพื้นฐานก็มีข่าวดีเข้ามาหนุน โดยมีรายงานว่ากลุ่ม ‘โวลโว่ กรุ๊ป’ กำลังหารือกับ ‘มูลนิธิคาร์ดาโน’ เกี่ยวกับการนำบล็อกเชนของคาร์ดาโนไปใช้ในระบบซัพพลายเชนขององค์กร ซึ่งหากดีลความร่วมมือนี้เดินหน้าจริง อาจกลายเป็นตัวเร่งให้ความต้องการใช้เครือข่ายและเหรียญเอดา(ADA) เพิ่มขึ้นในระยะกลางถึงยาว
ในมุมมองของตลาด ภาพรวมระยะถัดไปของเอดา(ADA) ยังผูกกับสองประเด็นหลัก ได้แก่ การอัปเกรดครั้งสำคัญ ‘รีโอส(Leios/Rheos)’ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือนพฤศจิกายน และความเป็นไปได้ที่เอดา(ADA) ETF จะได้รับไฟเขียวภายในช่วงสิ้นปี ‘ความคิดเห็น’ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนเรื่องการขยายเครือข่ายและการยอมรับในภาคการเงินดั้งเดิม ซึ่งอาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในภาพกลาง–ยาว ขณะที่ในระยะสั้น ตลาดยังต้องจับตา 2 จุดชี้ขาดคือ การยืนยันแนวรับ 0.16 ดอลลาร์ และการฟื้นตัวของ RSI ว่าจะกลับเข้าสู่โซนแข็งแรงได้หรือไม่
ความคิดเห็น 0