ญี่ปุ่นเดินหน้าจัดให้ ‘คริปโต’ เป็น ‘ผลิตภัณฑ์การเงิน’ เตรียมปูทาง ‘บิตคอยน์(BTC) ETF แบบสปอต’ และลด ‘ภาษีคริปโต’ อย่างจริงจัง หลังสภาสูงญี่ปุ่นผ่านร่างแก้ไขกฎหมายสำคัญ ดันคริปโตจากเดิมที่มองเป็นเพียงเครื่องมือชำระเงิน ให้ขึ้นมาอยู่ในฐานะ ‘สินทรัพย์ลงทุน’ ใกล้เคียงกับหุ้นเต็มตัว สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาพรวมตลาดคริปโตในญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชีย
เมื่อเร็วๆ นี้ สภาสูงญี่ปุ่นได้ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมตราสารทางการเงิน (FIEA) ส่งผลให้บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP) และคริปโตหลักอื่นๆ ถูกจัดประเภทใหม่จากเดิมที่เป็นเพียง ‘วิธีการชำระเงิน’ มาเป็น ‘ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน’ อย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่า กรอบกำกับดูแลคริปโตของญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนจากการโฟกัสด้านการชำระเงิน มาเป็นโครงสร้างที่เน้น ‘ตลาดการลงทุน’ เป็นหลัก
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการยกระดับมาตรฐานกำกับดูแลตลาดคริปโตให้ใกล้เคียงกับตลาดการเงินดั้งเดิม ผู้ที่ใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อทำการซื้อขาย จะถูกจัดเข้าข่าย ‘อินไซเดอร์เทรดดิ้ง’ และถูกห้ามอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้ออกโทเคนจะต้องเปิดเผยข้อมูลธุรกิจและฐานะการเงินเป็นรายปีอย่างเป็นระบบ หากฝ่าฝืน อาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับเป็นเงินสูงสุด 10 ล้านเยน นอกจากนี้ สำหรับโทเคนที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง ภาครัฐยังจำกัดวงเงินลงทุนของนักลงทุนบุคคลไว้ที่ 2 แสนเยน เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ควบคู่ไปกับการเข้มงวดด้านกฎเกณฑ์ ญี่ปุ่นยังวางแผนใช้มาตรการ ‘กระตุ้นตลาด’ ไปพร้อมกัน หน่วยงานกำกับดูแลกำลังพิจารณาเปิดทางให้มี ‘กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอต’ และผลิตภัณฑ์ ETF อื่นๆ ที่อ้างอิงคริปโต โดยมีเป้าหมายให้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักอย่างตลาดหลักทรัพย์โตเกียวภายในช่วงปี 2027 หรือ 2028 ขณะเดียวกัน กลุ่มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง โนมูระ โฮลดิงส์ และ เอสบีไอ โฮลดิงส์ ก็ถูกเปิดเผยว่ากำลังเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อตอบรับทิศทางใหม่นี้แล้ว
ด้านภาษี รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีคริปโตครั้งใหญ่ โดยมีแนวคิดลดอัตราภาษีสูงสุดจากปัจจุบันที่อาจแตะระดับราว 55% ให้เหลือเพียง ‘ภาษีอัตราเดียว 20%’ ใกล้เคียงกับภาษีจากการลงทุนในหุ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้อนุญาตให้ ‘ยกยอดขาดทุน’ ไปหักลบกำไรในอนาคตได้เป็นเวลา 3 ปี หากมาตรการนี้เกิดขึ้นจริง นักลงทุนที่เคยขาดทุนในอดีต จะสามารถนำผลขาดทุนมาชดเชยกำไรในปีถัดๆ ไป ช่วยลดภาระภาษีได้อย่างชัดเจน โดยกำหนดเวลาบังคับใช้การปฏิรูประบบภาษีคริปโตครั้งนี้ ถูกคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีผลในปี 2028
‘ความคิดเห็น’ ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตมองว่า การที่ญี่ปุ่นยอมรับให้สินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นสถานะเป็น ‘ผลิตภัณฑ์การเงิน’ พร้อมๆ กับการผลักดัน ‘บิตคอยน์(BTC) ETF’ และการ ‘ลดภาษีคริปโต’ อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการนำคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักอย่างเต็มรูปแบบ แม้กฎเกณฑ์จะเข้มงวดขึ้น แต่ความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์และโอกาสในการดึงเม็ดเงินจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ท่ามกลางการแข่งขันของหลายประเทศในเอเชีย ญี่ปุ่นจึงกำลังถูกจับตาให้เป็นหนึ่งในสนามหลักของศึก ‘การทำให้ตลาดคริปโตถูกกฎหมายและเป็นทางการ’ ในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0