ริปเปิล(XRP) ทะลุ ‘1.13ดอลลาร์’ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ และกำลังถูกจับตาว่าจะเดินหน้าทดสอบโซน ‘1.22ดอลลาร์’ ต่อได้หรือไม่ โดยสัญญาณทางเทคนิคอย่าง ‘โกลเดนครอส’ ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่านี่คือเพียงรีบาวด์ระยะสั้น หรือเป็นจุดเปลี่ยนกลับสู่ขาขึ้นรอบใหม่ของราคา ‘ริปเปิล(XRP)’
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph นักวิเคราะห์ตลาด ‘ดาร์ก ดีเฟนเดอร์’ ใช้ทฤษฎีเอลเลียตเวฟควบคู่กับการขยายตัวของฟีโบนัชชี เพื่อประเมินว่าเป้าหมายถัดไปของริปเปิล(XRP) อยู่ที่บริเวณ ‘1.22ดอลลาร์’ โดยให้ตัวเลขละเอียดที่ ‘1.2269ดอลลาร์’ เขาระบุว่า การยืนราคาบนโซนเบรกเอาต์ปัจจุบันให้ได้ คือกุญแจสำคัญในการรักษาโครงสร้างขาขึ้น หากราคาหลุดกลับลงมาต่ำกว่าโซนนี้อีกครั้ง ความเสี่ยงในการย้อนลงไปเทสต์แนวรับล่างจะเพิ่มสูงขึ้นทันที
ด้านสัญญาณชาร์ต ล่าสุดค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นได้ตัดขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยระยะยาว กลายเป็นรูปแบบ ‘โกลเดนครอส’ ซึ่งมักถูกมองเป็นสัญญาณว่าภาพโมเมนตัมระยะกลางเริ่มดีขึ้น ‘ความคิดเห็น’ โกลเดนครอสเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันการขึ้นต่อ แต่เมื่อเกิดพร้อมกับการทะลุแนวต้านสำคัญแบบครั้งนี้ มักทำให้น้ำหนักของสัญญาณเทคนิคโดยรวมเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงโฟกัสไปที่ว่า ริปเปิล(XRP) จะรักษาแรงเหวี่ยงไปแตะโซนแนวต้านถัดไปได้มากน้อยแค่ไหน
ฝั่งข้อมูลออนเชนก็ส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศเช่นกัน โดยแรงขายจากกระเป๋า ‘วาฬ’ หรือผู้ถือริปเปิล(XRP) รายใหญ่ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่หลังปี 2025 เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี มีริปเปิล(XRP) หลายร้อยล้านโทเคนไหลเข้าเว็บเทรด สร้างแรงกดดันฝั่งขายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ระยะหลังปริมาณโทเคนที่ถูกโอนเข้าแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมาก ขณะเดียวกันมีการตรวจพบว่าบางกระเป๋าวาฬกลับหันมาสะสมเพิ่ม แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นทุนใหญ่จำนวนหนึ่งเริ่มเลือกที่จะ ‘เก็บ’ มากกว่า ‘ปล่อย’
อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อของวาฬไม่ได้หมายความว่าราคา ‘ต้อง’ ดีดตัวในทันที ‘ความคิดเห็น’ การจะเกิดรอบขึ้นที่ยั่งยืน มักต้องอาศัยแรงซื้อผสมผสานทั้งจากสถาบันและนักลงทุนรายย่อยในวงกว้าง เพื่อหนุนให้แนวโน้มแข็งแรงพอจะผ่านแนวต้านสำคัญไปได้
ในมุมของการใช้งานจริง เครือข่ายเอ็กซ์อาร์พีเลดเจอร์(XRPL) ก็มีความเคลื่อนไหวคึกคักมากขึ้น โดยจำนวนธุรกรรมการชำระเงินต่อวันล่าสุดทะลุ ‘500,000 รายการ’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน การเติบโตของปริมาณการชำระเงินถือเป็นดัชนีสำคัญที่บ่งบอกถึงการใช้งานบล็อกเชน ว่าความต้องการด้านการโอนและการชำระบัญชีกำลังเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่พยายามผสาน ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ เข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชนบน XRPL มากขึ้น ทำให้ภาพรวมของระบบนิเวศมีการเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าเดิม ตลาดจึงมองว่า เมื่อริปเปิล(XRP) แสดงทั้งสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคและการปรับตัวดีขึ้นของข้อมูลออนเชนไปพร้อมกัน การทดสอบแนวต้าน ‘1.22ดอลลาร์’ จะกลายเป็นจุดชี้ขาดทิศทางราคาในระยะสั้นของริปเปิล(XRP) ว่าจะยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นได้จริงหรือไม่
ความคิดเห็น 0