Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แฮ็กกระเป๋าบิตคอยน์(BTC) ระลอก 3 ยอดสูญ 1,367 BTC แตะ 1,286 ล้านดอลลาร์ โยงช่องโหว่เฟิร์มแวร์โคลด์คาร์ด

การโจมตีแฮ็กเกอร์ที่มุ่งเป้าไปยัง ‘กระเป๋าเงินบิตคอยน์(BTC)’ ยังคงทวีความรุนแรงและลุกลามเข้าสู่ ‘ระลอกที่สาม’ โดยยอดความเสียหายรวมพุ่งถึง 1,367 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,286 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18,600 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ‘วิธีการโจมตี’ ยังพัฒนาให้ซับซ้อนขึ้น ทำให้การติดตามเส้นทางเงินยากกว่าเดิมอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ (เวลาท้องถิ่น) แกลักซีรีเสิร์ชรายงานว่า การโจมตีระลอกที่สามถูกตรวจพบในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ โดยตลอดช่วงตั้งแต่วันศุกร์กลางวันจนถึงเช้าวันเสาร์ (ตามเวลา UTC) มียอดเงินรวม 208 BTC ถูกดูดออกจากกระเป๋าเงิน 1,912 ที่อยู่ ทำให้ความเสียหายเฉลี่ยต่อผู้ใช้หนึ่งรายอยู่ที่ราว 0.1 BTC แม้จำนวนเหรียญต่อรายจะลดลงเมื่อเทียบกับครั้งแรก แต่ ‘ขอบเขตของเหยื่อ’ กลับกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า การโจมตีครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ใช้เวลาเพียง 41 นาที ก็สามารถขโมยบิตคอยน์(BTC) ได้ถึง 1,083 BTC จาก 1,196 ที่อยู่ ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายต่อรายสูงกว่าระลอกล่าสุดมาก เมื่อนับรวมทั้งสามระลอก ขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบรวม 4,585 ที่อยู่ และถูกขโมยไปแล้วทั้งหมด 1,367 BTC

‘จุดเด่น’ ของการโจมตีครั้งที่สามคือ การเน้นยุทธศาสตร์ ‘หลบเลี่ยงการติดตาม’ อย่างชัดเจน เดิมทีเหรียญจากเหยื่อหลายรายจะถูกโอนไปรวมกันที่ ‘ที่อยู่ศูนย์กลาง’ จำนวนไม่มาก ทำให้เชื่อมโยงเส้นทางได้ง่ายกว่า แต่ในรอบล่าสุด บิตคอยน์(BTC) ของผู้เสียหายแต่ละรายถูกกระจายไปยังที่อยู่ที่แตกต่างกันจำนวนมาก ลดโอกาสที่นักวิเคราะห์บล็อกเชนจะตามรอยได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ รูปแบบการเก็บเหรียญยังเปลี่ยนจากสคริปต์แบบคีย์เดี่ยว มาใช้รูปแบบ ‘P2WSH (Pay-to-Witness-Script-Hash)’ ซึ่งสามารถฝังเงื่อนไขอย่างเช่นลายเซ็นหลายฝ่าย (multisig) หรือการล็อกเวลา (timelock) เข้าไปได้ โครงสร้างนี้ทำให้การวิเคราะห์เงื่อนไขการใช้จ่ายเหรียญและการไล่เส้นทางธุรกรรมซับซ้อนขึ้นอีกชั้น

รูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินก็ถูกปรับใหม่เช่นกัน หากในการโจมตีครั้งแรก แฮ็กเกอร์จะดึงเงินจากแต่ละรายทีละกระเป๋า ครั้งนี้พวกเขากลับ ‘จับเหยื่อเฉลี่ยราว 6 ราย’ มารวมเป็นธุรกรรมเดียวแล้วเคลื่อนย้ายเงินไปพร้อมกัน ส่งผลให้การวิเคราะห์ธุรกรรมบนบล็อกเชนซับซ้อนและปะปนกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน กระบวนการค้นหาคีย์กลับถูกทำให้เรียบง่ายลง โดยเน้นสแกนเฉพาะเส้นทางอนุพันธ์มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโตตอนนี้คือ การโจมตีทั้งสามระลอกเป็นผลงานของ ‘กลุ่มเดิมที่ปรับกลยุทธ์’ หรือเป็น ‘ผู้โจมตีคนละชุดที่ใช้ช่องโหว่เดียวกัน’ ซึ่งในมุมมองของบล็อกเชนแล้ว การแยกแยะสองกรณีนี้ทำได้ยากมาก เพราะทุกอย่างสะท้อนแค่ธุรกรรม ไม่ใช่ตัวตน

แกลักซีรีเสิร์ชระบุว่า “เมื่อพิจารณาแต่ละระลอกโดยลำพัง จะเห็นสัญญาณว่ามาจากผู้โจมตีรายเดียวกันภายในระลอกนั้นเอง แต่หากเทียบข้ามทั้งสามระลอก เรายังไม่ยืนยันความเชื่อมโยงว่าเป็นกลุ่มเดียวกันแน่ชัด” ‘ความคิดเห็น’ นี้สะท้อนว่าตลาดยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเบื้องหลังคือแฮ็กเกอร์เพียงกลุ่มเดียว หรือมีผู้โจมตีหลายฝ่ายแย่งกันใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เดียวกัน

ต้นตอของปัญหาถูกระบุไปที่เฟิร์มแวร์ของกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ ‘โคลด์คาร์ด’ ที่ปล่อยออกมาในเดือนมีนาคม 2021 โดยในช่วงสร้าง ‘ซีดวลี’ เพื่อใช้เป็นกุญแจเข้าถึงกระเป๋า ระบบดันไปใช้ตัวสร้างเลขสุ่มแบบซอฟต์แวร์ที่สามารถคาดเดาได้ แทนที่จะใช้ตัวสร้างเลขสุ่มจากฮาร์ดแวร์ที่ปลอดภัยกว่า ส่งผลให้ชุดคีย์ที่เกิดขึ้นกระจุกตัวอยู่ในช่วงที่คาดเดาได้

จากข้อบกพร่องนี้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างสภาพแวดล้อมออฟไลน์ขึ้นมา ‘จำลองการสร้างคีย์’ แบบเดียวกับบนอุปกรณ์จริงได้ และเจอคีย์ส่วนตัวที่ซ้ำหรือทับกับผู้ใช้จริงบนเครือข่าย นั่นหมายความว่า แฮ็กเกอร์ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ในมือ ไม่ต้องเข้าถึงตัวผู้ใช้ ก็สามารถ ‘ปลดล็อกและยึดกระเป๋า’ ได้โดยตรงผ่านคีย์ที่สร้างซ้ำได้

ตลอดช่วงประมาณสามวันที่ผ่านมา การโจมตีด้วยวิธีนี้ยังคงดำเนินอยู่ต่อเนื่อง แม้ว่ายอดเหรียญที่ถูกขโมยเฉลี่ยต่อรายจะลดลงเรื่อย ๆ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ‘พื้นที่คีย์ที่มีมูลค่าสูง’ น่าจะถูกกวาดไปแล้วเป็นจำนวนมาก เหลือเพียงกระเป๋าที่ถือบิตคอยน์จำนวนน้อยลงเรื่อย ๆ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘ช่องโหว่เก่าที่ไม่ได้รับการแก้ไข’ สามารถรอเวลาและปะทุขึ้นเป็นความเสียหายระดับใหญ่ได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่าผู้โจมตีในตลาดคริปโตมีแนวโน้มใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในมิติการหลบเลี่ยงการติดตามบนบล็อกเชน

‘ความคิดเห็น’ สำหรับผู้ถือครองคริปโต เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการอัปเดตเฟิร์มแวร์ ตรวจสอบกระบวนการสร้างซีด และหลีกเลี่ยงอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ที่มีประวัติด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน กลายมาเป็นหายนะต่อสินทรัพย์ในวันนี้อีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1