ทาร์เก็ต(Target) เตรียมเปิด 'พื้นที่ขายความงามใหม่' ในกว่า 600 สาขาทั่วสหรัฐฯ พร้อมดันแบรนด์ K-beauty ขึ้นชั้นวางออฟไลน์ หลังกระแสตอบรับดีบนช่องทางออนไลน์มาก่อนหน้านี้
ทาร์เก็ตแถลงเมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) ว่าจะเปิดตัว 'Target Beauty Studio' ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน ในสาขากว่า 600 แห่งทั่วสหรัฐฯ และบนเว็บไซต์ Target.com โดยพื้นที่ใหม่นี้จะมีสินค้าจากแบรนด์พรีเมียม แบรนด์หน้าใหม่ และแบรนด์ระดับโลกรวม 90 แบรนด์ มากกว่า 1,600 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่เพิ่งเข้าวางขายในทาร์เก็ตเป็นครั้งแรก
กลุ่มแบรนด์ K-beauty ที่เข้าร่วมครั้งนี้ ได้แก่ Amuse, Kaja, Rom&nd, Dr.Melaxin, Purito Seoul และ Sungboon Editor โดยทาร์เก็ตยกให้เป็นตัวแทนแบรนด์เครื่องสำอางสีสันและสกินแคร์จากเกาหลี
ภายในโซนใหม่จะมีทีม 'บิวตี้แอดไวเซอร์' ประจำจุด พื้นที่ทดลองสินค้า มุมแนะนำสินค้าแบบหมุนเวียน และสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก Target Circle เน้นสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ทดลองและเปรียบเทียบสินค้าจริงในร้าน มากกว่าการวางจำหน่ายแบบเดิม
Kaja แบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีในเครือมีมิบ็อกซ์(Memebox) ประกาศในวันเดียวกันว่าจะเข้าร่วม Target Beauty Studio ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน เช่นกัน โดยจะวางจำหน่ายใน 611 สาขา รวมช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมสินค้ากลุ่มดวงตา ริมฝีปาก และใบหน้า รวม 40 รายการ ราคาอยู่ที่ 18-30 ดอลลาร์ต่อชิ้น ถือเป็นการขยายช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคผ่านซูเปอร์สโตร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าเส้นทางบุกตลาดสหรัฐฯ ของ K-beauty กำลังขยายจาก 'ออนไลน์' สู่ 'เครือข่ายค้าปลีกออฟไลน์' มากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้หลายแบรนด์สร้างฐานผู้ติดตามผ่าน Amazon และ TikTok มาก่อน การเข้าสู่ชั้นวางในร้านใหญ่จึงเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในพื้นที่ได้เห็นและเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเองมากขึ้น
เครื่องสำอางเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมักต้องการสัมผัสสี เนื้อสัมผัส กลิ่น และผลตอบสนองต่อผิวด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ หากรีวิวออนไลน์ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์มาก่อน หน้าร้านออฟไลน์ก็อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่าลูกค้าจะซื้อจริงและกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่
ผลประกอบการกลุ่มความงามของทาร์เก็ตก็เป็นอีกปัจจัยหนุน โดยในการแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 19 ทาร์เก็ตระบุว่ายอดขายสุทธิกลุ่มความงามอยู่ที่ 3,639 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 3,396 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงเวลาเดียวกัน ยอดขายสุทธิรวมของทั้งบริษัทเติบโต 5.3% ขณะที่ทาร์เก็ตจัดกลุ่ม 'ความงาม' เป็นหมวดที่เติบโตระดับหลักหน่วยสูง แยกออกมาเป็นพื้นที่เติบโตของบริษัทโดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้แบรนด์ K-beauty จากเกาหลีก็เคยเข้าสู่ช่องทางออฟไลน์ในสหรัฐฯ มาแล้วผ่านเครือข่ายอื่น โดย TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ซีเจ โอลีฟ ยัง(CJ Olive Young) ติดตั้งชั้นวาง K-beauty ในร้านเซโฟรา(Sephora) สหรัฐฯ 580 สาขา
กรณีของเซโฟราและทาร์เก็ตสะท้อนว่าแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีกำลังก้าวข้ามการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว สู่การเป็นแบรนด์ที่ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในพื้นที่คัดสรรเข้าชั้นวางเอง โดยผู้ค้าปลีกจะเลือกแบรนด์ขึ้นวางจำหน่าย ขณะที่ผู้บริโภคจะใช้ทั้งกระแสความนิยมบนออนไลน์และประสบการณ์ทดลองใช้ในร้านประกอบการตัดสินใจซื้อ
พัค ฮยอนจิน(Park Hyun-jin) นักวิเคราะห์จากชินฮันอินเวสต์เมนต์(Shinhan Investment) ให้ความเห็นว่า "ทาร์เก็ตไม่ได้เน้นแค่การ 'ขายเครื่องสำอางให้ได้มาก' แต่ให้ความสำคัญกับการทำให้ผู้บริโภค 'ค้นพบ' แบรนด์ใหม่ ๆ" และเสริมว่า "นี่คือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อแบรนด์ K-beauty ซึ่งพิสูจน์กระแสตอบรับจากผู้บริโภคผ่าน TikTok และ Amazon มาแล้ว" สะท้อนว่าการรับรู้แบรนด์ที่เกิดขึ้นบนออนไลน์อาจต่อยอดไปสู่ประสบการณ์ซื้อขายในร้านค้าจริงได้
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่เครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ไม่ได้การันตีว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นทันที ผลลัพธ์ที่แท้จริงต้องรอข้อมูลยอดขายรายสาขาและอัตราการซื้อซ้ำหลังเปิดตัวสะสมมากพอจึงจะยืนยันได้
ทาร์เก็ตจะจัดกิจกรรมเปิดตัวในวันที่ 26 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละสาขาในสหรัฐฯ ตั้งแต่เที่ยงถึง 16:00 น. ซึ่งเมื่อเทียบเป็นเวลาประเทศไทยจะตรงกับช่วงประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 26 กันยายน ถึง 06:00 น. ของวันที่ 27 กันยายน แล้วแต่โซนเวลาของแต่ละสาขา
ความคิดเห็น 0