จำนวนบริษัทที่จดทะเบียนผ่าน ‘ระบบจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยี’ ในตลาดโคสแดค (KOSDAQ) ของเกาหลีใต้ แตะระดับ 300 แห่งแล้ว หลังเปิดใช้ระบบนี้มานาน 21 ปี โดยบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ สกายแล็บส์ (SkyLabs) กลายเป็นบริษัทลำดับที่ 300 หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดโคสแดคเมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น)
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange, KRX) เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 ว่า จำนวนบริษัทสะสมที่จดทะเบียนผ่านระบบจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีนับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบมา อยู่ที่ 300 แห่งแล้ว ระบบนี้เป็นกลไกที่ผ่อนปรนเงื่อนไขการจดทะเบียนบางส่วน เพื่อเปิดทางให้บริษัทที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีหรือมีโมเดลธุรกิจโดดเด่นสามารถเข้าสู่ตลาดโคสแดคได้
ระบบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกกับกลุ่มธุรกิจไบโอเทคเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2005 จากนั้นค่อย ๆ ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมและกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น กระทั่งเดือนกรกฎาคม ปี 2019 จึงมีการเปิด ‘ระบบจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีสำหรับบริษัทต่างชาติ’ เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย
ในกลุ่มบริษัทต่างชาติ มี 4 บริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดโคสแดคผ่านช่องทางนี้ ได้แก่ โซมาเจน (Somagen, 950200) นีโออิมมูนเทค (NeoImmuneTech, 950220) เทราวิว (Teraview, 950250) และอินเจเนียเทอราพิวติกส์ (Ingenia Therapeutics) สะท้อนว่าช่องทางจดทะเบียนพิเศษที่เคยเน้นบริษัทในประเทศเป็นหลัก ได้เปิดกว้างสู่บริษัทต่างชาติมากขึ้น
จำนวนบริษัทสะสมแตะ 100 แห่งในเดือนตุลาคม ปี 2020 และแตะ 200 แห่งในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 ส่วนช่วงจาก 200 แห่งไปสู่ 300 แห่งใช้เวลา 2 ปี 10 เดือน
ระบบจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีเป็นเส้นทางเข้าตลาดโคสแดคที่ให้น้ำหนักกับ ‘ศักยภาพด้านเทคโนโลยี’ และ ‘ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ’ มากกว่าเงื่อนไขทางการเงินทั่วไป โดยปรับเกณฑ์การประเมินให้แตกต่างออกไป เพื่อเปิดทางให้บริษัทที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต ซึ่งยอดขายและกำไรยังสะสมได้ไม่มากพอ สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทกลุ่มนี้ในวันที่เข้าจดทะเบียนก็ขยายตัวขึ้นเช่นกัน ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีระบุว่า มาร์เก็ตแคปเฉลี่ยของบริษัทกลุ่มนี้ในวันจดทะเบียนเพิ่มจากประมาณ 265,200 ล้านวอนในปี 2005 เป็นประมาณ 1,348,500 ล้านวอนในปี 2015 และเพิ่มเป็นประมาณ 7,878,600 ล้านวอนในปี 2025
สัดส่วนของบริษัทกลุ่มจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับมาร์เก็ตแคปรวมของบริษัทจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดในตลาดโคสแดค เพิ่มขึ้นจาก 7.0% เป็น 16.8% และเป็น 52.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนว่าบริษัทกลุ่มนี้มีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการจดทะเบียนใหม่บนตลาดโคสแดค
ข้อมูล ณ สิ้นเดือนที่แล้ว (สิงหาคม) พบว่ามาร์เก็ตแคปเฉลี่ยของบริษัทกลุ่มจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นราว 147% จากวันที่เข้าจดทะเบียนครั้งแรก ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ อัลเทโอเจน (Alteogen, 196170) ซึ่งมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นมากกว่า 140 เท่าเมื่อเทียบกับวันจดทะเบียน
มูลค่าระดมทุนสะสมของบริษัททั้ง 300 แห่งอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านล้านวอน ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นช่องทางระดมทุนสำคัญสำหรับบริษัทที่กำลังเติบโตมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม การผ่อนปรนเงื่อนไขการจดทะเบียนก็มาพร้อมภาระด้านการกำกับดูแลภายหลังการจดทะเบียนเช่นกัน จนถึงปัจจุบัน มีบริษัทกลุ่มจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยี 5 แห่งที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียน สาเหตุหลักมาจากการถูกผู้สอบบัญชีปฏิเสธแสดงความเห็นต่องบการเงิน เป็นต้น
เกณฑ์การเพิกถอนที่เข้มงวดขึ้นได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบริษัทกลุ่มล่างของตลาดโคสแดคไปแล้ว ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า หลังเกณฑ์การเพิกถอนที่เข้มงวดขึ้นมีผลบังคับใช้เพียงเดือนเดียว มาร์เก็ตแคปเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนในเกาหลีถึง 192 แห่งในเดือนกรกฎาคมต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีระบุว่า “ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้เป็นต้นไป จะให้การผ่อนผันเกณฑ์เพิกถอนการจดทะเบียนเฉพาะบริษัทกลุ่มจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีที่ปฏิบัติตามการเปิดเผยข้อมูลด้าน Value-up เท่านั้น พร้อมทั้งเดินหน้าตรวจสอบเชิงคุณภาพด้านความโปร่งใสในการบริหารและการดูแลบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง” คำกล่าวนี้สะท้อนแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องการทั้งขยายระบบและดูแลปกป้องนักลงทุนไปพร้อมกัน
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีระบุเพิ่มเติมว่า ในปีนี้บริษัทกลุ่มจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีทั้งหมดถึง 88.2% อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และกล่าวว่า “จะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นแหล่งบ่มเพาะบริษัทกลุ่มดีปเทค (deep tech) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมขั้นสูงต่อไป พร้อมทั้งเสริมความเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” ทำให้ต้องจับตาว่าระบบจดทะเบียนพิเศษด้านเทคโนโลยีจะขยายตัวต่อไปในทิศทางใดหลังจากนี้
ความคิดเห็น 0