ยอดส่งออกสะสมของเกาหลีใต้ในปี 2026 แตะระดับ 709,400 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าผลประกอบการทั้งปีของปีก่อนหน้าไปแล้ว ประเด็นที่ว่าการส่งออกทั้งปีจะแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้หรือไม่ กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของทิศทางการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี
กระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานเกาหลีใต้ระบุว่า ณ เวลา 13.00 น. วันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ยอดส่งออกปีนี้อยู่ที่ 709,400 ล้านดอลลาร์ แซงยอดส่งออกทั้งปีของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 709,300 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการทำสถิติที่เร็วกว่าปีก่อนถึง 117 วัน โดยใช้เวลาเพียง 248 วันนับจากต้นปี
การส่งออกทำสถิติสูงสุดเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ ในเดือนมิถุนายน ยอดส่งออกรายเดือนทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และเมื่อนับสะสมถึงเดือนสิงหาคม ตัวเลขก็ใกล้เคียงกับยอดส่งออกทั้งปีของปีก่อนแล้ว
สถิติครั้งนี้มีนัยสำคัญตรงที่แนวโน้มการเติบโตของการส่งออกยังคงต่อเนื่องแม้ผ่านครึ่งปีแรกไปแล้ว
ศูนย์กลางของการเติบโตนี้คือกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์จนถึงเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 218,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 2.7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การเติบโตของการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหนุนหลักเบื้องหลังภาพรวมการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเซมิคอนดักเตอร์ช่วยพยุงแนวโน้มการส่งออกโดยรวม ซึ่งส่งผลให้ยอดส่งออกสะสมขยายตัวตามไปด้วย
สินค้ากลุ่มอื่นนอกจากเซมิคอนดักเตอร์ก็เติบโตเช่นกัน โดยการส่งออกอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 262.2% ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 40.7% และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายเพิ่มขึ้น 28.1%
เมื่อพิจารณาตามรายสินค้า ความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และการส่งออกผลิตภัณฑ์พลังงานต่างมีส่วนช่วยขยายมูลค่าการส่งออก กล่าวได้ว่าเป็นโครงสร้างที่สินค้ากลุ่มไอทีที่เกี่ยวเนื่องเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นแกนหลัก มากกว่าจะพึ่งพาสินค้าเพียงรายการเดียว
เมื่อแยกตามประเทศ ยอดส่งออกไปจีนอยู่ที่ 145,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 76.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมของปีก่อน ส่วนยอดส่งออกไปสหรัฐฯ อยู่ที่ 127,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 57.0%
ยอดส่งออกไปฮ่องกงเพิ่มขึ้น 170.7% ไต้หวันเพิ่มขึ้น 61.3% และมาเลเซียเพิ่มขึ้น 95.4% แสดงให้เห็นว่าอัตราการเติบโตสูงไม่ได้จำกัดอยู่แค่จีนและสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงตลาดส่งออกสำคัญอื่นๆ ในเอเชียด้วย
กระทรวงการค้าฯ ระบุว่า "แม้ในสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน จากการที่ประเทศหลักเสริมมาตรการกีดกันทางการค้าและปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก แต่หากแนวโน้มการส่งออกที่แข็งแกร่งในปัจจุบันยังดำเนินต่อไป ก็คาดว่าจะสามารถทำผลงานที่เป็นรูปธรรมได้ นั่นคือยอดส่งออกทั้งปีทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภายในปีนี้" ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของหน่วยงานรัฐที่ยังมีเงื่อนไขความไม่แน่นอนกำกับอยู่ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ตายตัว
อย่างไรก็ตาม การจะแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้หรือไม่ยังขึ้นอยู่กับทิศทางการส่งออกในช่วงเวลาที่เหลือ แม้การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่งจะช่วยดันภาพรวมผลประกอบการขึ้นมา แต่มาตรการกีดกันทางการค้าและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานก็เป็นปัจจัยความไม่แน่นอนที่ภาครัฐเองก็ระบุไว้เช่นกัน
ความคิดเห็น 0