รัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐฯ ออกคำเตือนผู้บริโภคเรื่องการใช้งานแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีแบบกระจายศูนย์ (ดีไฟ) จากต่างประเทศ หลังพบกรณีผู้อยู่อาศัยรายหนึ่งถูกหลอกให้ฝากเงิน 200,000 ดอลลาร์ แล้วไม่สามารถถอนคืนได้
วิลเลียม ทอง(William Tong) อัยการสูงสุดรัฐคอนเนตทิคัต ระบุใน แถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ว่าแพลตฟอร์มดีไฟจากต่างประเทศที่ดำเนินงานนอกเหนือการกำกับดูแลของรัฐและรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนเสี่ยงต่อการขาดทุนก้อนใหญ่ การใช้เลเวอเรจสูงเกินไป และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย คำเตือนดังกล่าวยกตัวอย่างแพลตฟอร์มอย่าง GMX, Gains Network, dYdX, Aevo, Drift Protocol, Vertex Protocol และไฮเปอร์ลิควิด(HYPE)
สำนักงานอัยการสูงสุดรัฐคอนเนตทิคัตไม่ได้เปิดเผยว่าความเสียหาย 200,000 ดอลลาร์เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มใด โดยระบุว่าผู้เสียหายถูกหลอกโดยบุคคลที่อ้างว่ารู้จักกัน จนนำเงินไปฝากในแพลตฟอร์มดีไฟที่ไม่มีการกำกับดูแล และปัจจุบันยังไม่สามารถเรียกคืนเงินได้
ทอง กล่าวว่า "แพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักลงทุนด้วยคำมั่นสัญญาเรื่องความง่ายในการเข้าถึงและผลตอบแทนที่สูงกว่า" พร้อมเสริมว่า "สิ่งที่ไม่มีการโฆษณาคือ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น นักลงทุนแทบไม่ได้รับการเยียวยา ขณะที่แพลตฟอร์มยังคงรับผลกำไรไป" เขากล่าวต่อว่า "นี่ไม่ใช่นวัตกรรม แต่คือการเอารัดเอาเปรียบ" คำพูดนี้สะท้อนจุดยืนของหน่วยงานกำกับดูแลที่มองว่าโครงสร้างของแพลตฟอร์มดังกล่าวเอื้อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการมากกว่าผู้ใช้งาน
ฮอร์เก เปเรซ(Jorge Perez) ประธานคณะกรรมการธนาคารรัฐคอนเนตทิคัต ระบุในแถลงข่าวเดียวกันว่า "แพลตฟอร์มคริปโตต่างชาติที่ไม่มีการกำกับดูแลสร้างความเสี่ยงทางการเงินที่ร้ายแรงและความเสี่ยงแฝงให้กับผู้บริโภคในคอนเนตทิคัต" เขาระบุว่าหากแพลตฟอร์มใดหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลของสหรัฐฯ ผู้ใช้งานควรตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าจะไม่มีมาตรการคุ้มครองใดๆ หากเกิดปัญหาขึ้น
ใจความสำคัญของคำเตือนครั้งนี้อยู่ที่ช่องว่างระหว่างคำว่า 'ดีไฟ' กับโครงสร้างการดำเนินงานจริง โดยทั่วไปดีไฟหมายถึงบริการทางการเงินที่ทำผ่านสมาร์ทคอนแทรกต์และกระเป๋าเงินดิจิทัลโดยไม่ผ่านตัวกลาง แต่หน่วยงานกำกับดูแลมองว่าแพลตฟอร์มขนาดใหญ่บางแห่งมีโครงสร้างการบริหารแบบรวมศูนย์ที่จดทะเบียนอยู่นอกประเทศ
การที่ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้เพียงแค่มีกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ก็ถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงอีกประการหนึ่ง เมื่อการตรวจสอบตัวตนและเขตอำนาจการกำกับดูแลหละหลวม ผู้ใช้งานอาจไม่ชัดเจนว่าจะได้รับการเยียวยาภายใต้กฎหมายของประเทศใด หากเกิดการฉ้อโกงหรือข้อพิพาท
โครงสร้างผลิตภัณฑ์ก็ถูกหยิบยกเป็นปัญหาเช่นกัน คำเตือนระบุว่าแพลตฟอร์มต่างชาติบางแห่งเปิดให้ใช้เลเวอเรจสูงถึง 50 เท่า 100 เท่า หรือมากที่สุดถึง 250 เท่า นอกจากนี้ยังมีสัญญาเพอร์เพจวลที่อ้างอิงราคาหุ้นบริษัทสหรัฐฯ อย่างแอปเปิล เทสลา($TSLA) เอ็นวิเดีย($NVDA) และสเปซเอ็กซ์(SpaceX) ซึ่งไม่ใช่การซื้อหุ้นจริง แต่เป็นการเดิมพันกับราคาสังเคราะห์ที่จำลองขึ้นมา
สัญญาเพอร์เพจวลเป็นอนุพันธ์ทางการเงินที่ไม่มีวันหมดอายุ ออกแบบมาให้ราคาเคลื่อนไหวตามสินทรัพย์อ้างอิง เมื่อผนวกกับเลเวอเรจ กำไรขาดทุนอาจสูงกว่าการเปลี่ยนแปลงราคาจริงหลายเท่า และหากหลักประกันไม่เพียงพอ ก็มีความเสี่ยงที่ตำแหน่งจะถูกบังคับปิด
ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) ถูกกล่าวถึงเป็นกรณีเฉพาะในคำเตือนฉบับนี้ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดรัฐคอนเนตทิคัตระบุว่าประมาณ 22.6% ของทราฟฟิกทั้งหมดของไฮเปอร์ลิควิดมาจากสหรัฐฯ ตัวเลขนี้ถูกยกมาเป็นตัวอย่างว่า แม้แพลตฟอร์มต่างชาติจะอ้างว่าห้ามผู้ใช้งานจากสหรัฐฯ แต่ก็ยังสามารถเข้าถึงได้ผ่านเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) และ API สาธารณะ
หน่วยงานกำกับดูแลพฤติกรรมทางการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ก็ขึ้นบัญชีเตือนภัย ไฮเปอร์ลิควิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) เช่นกัน โดยระบุว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตในสหราชอาณาจักร และผู้ใช้งานจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริการผู้ตรวจการด้านการเงิน หรือแผนชดเชยบริการทางการเงิน
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ได้ออก แถลงการณ์นโยบายเกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญาเพอร์เพจวลเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) พร้อมออกคำสั่งอนุญาตให้จดทะเบียนสัญญาเพอร์เพจวลที่อ้างอิงราคาสปอตของบิตคอยน์(BTC) ได้ด้วย ความเคลื่อนไหวทั้งสองด้านสะท้อนภาพที่เกิดขึ้นคู่ขนานกัน ด้านหนึ่งคือการนำผลิตภัณฑ์ในประเทศเข้าสู่ระบบกำกับดูแล อีกด้านคือการเตือนความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีการกำกับดูแล
ที่ผ่านมา รัฐคอนเนตทิคัตแสดงท่าทีเชิงรุกต่อประเด็นเขตอำนาจการกำกับดูแลอนุพันธ์และการซื้อขายออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ารัฐคอนเนตทิคัตยื่นฟ้องเพื่อสกัดกั้นคัลชี(Kalshi)จากการให้บริการสัญญาพยากรณ์ผลกีฬาโดยไม่ได้รับอนุญาต คำเตือนเรื่องดีไฟในครั้งนี้จึงอยู่บนแนวทางเดียวกันที่ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคและขอบเขตอำนาจกำกับดูแล
กฎหมายของรัฐคอนเนตทิคัตยังกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับลักษณะที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ของธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี โดยกฎหมายกำหนดให้มีข้อความเตือนว่าความเสียหายจากการฉ้อโกงหรืออุบัติเหตุอาจไม่ได้รับการเยียวยาคืน และธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีไม่สามารถย้อนกลับได้
มาตรการครั้งนี้ไม่ใช่การลงโทษแพลตฟอร์มใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นคำเตือนผู้บริโภคเพื่อย้ำถึงข้อจำกัดของโอกาสในการเรียกคืนเงิน หากใช้งานแพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีการกำกับดูแล สำนักงานอัยการสูงสุดรัฐคอนเนตทิคัตแนะนำให้ผู้บริโภคที่พบความเสียหายจากการฉ้อโกงคริปโตหรือกรณีที่น่าสงสัย แจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
ความคิดเห็น 0