เอสเคซี (SKC, 011790) เตรียมทุ่มเงิน 281,000 ล้านวอน ซื้อหุ้นเพิ่มเติมจำนวน 192,416 หุ้นของแอบโซลิกส์ (Absolics) บริษัทลูกด้านแผ่นวงจรกระจกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น สัดส่วนการถือหุ้นของ SKC ในแอบโซลิกส์จะเพิ่มขึ้นเป็น 70%
SKC เปิดเผยแผนการซื้อหุ้นดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 โดยกำหนดวันเข้าซื้อหุ้นไว้ในวันที่ 24 พฤศจิกายนปีนี้ และระบุวัตถุประสงค์ของการเข้าซื้อว่าเพื่อ "ผลักดันธุรกิจแผ่นวงจรกระจกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์"
แผ่นวงจรกระจก (Glass Substrate) คือวัสดุบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ ต่างจากแผ่นวงจรอินทรีย์แบบเดิม โดยอาศัยคุณสมบัติของวัสดุกระจกมารองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์สมรรถนะสูง
แอบโซลิกส์เป็นบริษัทลูกด้านการผลิตและจำหน่ายแผ่นวงจรกระจกสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ ที่ SKC ร่วมลงทุนกับแอพพลายด์ แมทีเรียลส์ (Applied Materials) ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐฯ โดยทั้งสองบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 70.05% และ 29.95% ตามลำดับมาโดยตลอด
การอัดฉีดเงินทุนของ SKC เข้าสู่แอบโซลิกส์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ SKC เคยตัดสินใจเพิ่มทุนให้แอบโซลิกส์มูลค่า 404,300 ล้านวอน เพื่อเสริมเงินทุนสำหรับการทำตลาดเชิงพาณิชย์ของแผ่นวงจรกระจก โดยเงินทุนที่ระดมได้ในครั้งนั้นถูกนำไปใช้ในการประเมินคุณภาพแผ่นวงจรกระจก การรับรองจากลูกค้า และการปรับปรุงสายการผลิตบางส่วน
เจ้าหน้าที่ของ SKC กล่าวไว้ในตอนนั้นว่า "การระดมทุนเชิงรุกครั้งนี้จะช่วยผลักดันการทำตลาดเชิงพาณิชย์ของแผ่นวงจรกระจกของแอบโซลิกส์ให้เดินหน้าอย่างไม่สะดุด และเร่งความพร้อมด้านการผลิตเชิงปริมาณให้เร็วขึ้น" ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของบริษัทที่จะสร้างความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในตลาดบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
แอบโซลิกส์เตรียมความพร้อมด้านการทำตลาดเชิงพาณิชย์โดยมีโรงงานในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ เป็นฐานหลัก บริษัทดำเนินกลยุทธ์สองแนวทางคู่ขนาน คือผลิตภัณฑ์แบบฝังตัว (Embedding) และแบบไม่ฝังตัว (Non-Embedding) โดยผลิตภัณฑ์แบบฝังตัวผ่านการประเมินคุณสมบัติทางไฟฟ้าและการประเมินเบื้องต้นอื่น ๆ แล้ว และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินความน่าเชื่อถือ
ส่วนผลิตภัณฑ์แบบไม่ฝังตัวกำลังเข้าร่วมโครงการคัดเลือกซัพพลายเออร์ของลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งมีกำหนดประกาศผลในช่วงครึ่งปีหลัง หากผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย บริษัทเตรียมพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนพิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี (PoC) ภายในปีนี้ โดยผลการประเมินและการรับรองจากลูกค้าจะเป็นปัจจัยชี้วัดความเร็วในการเตรียมพร้อมสู่การผลิตเชิงปริมาณจริง
ก่อนหน้านี้ SKC ในฐานะบริษัทแม่ก็ระดมทุนควบคู่กันไปเช่นกัน โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทเพิ่มทุนมูลค่า 1,167,100 ล้านวอน ซึ่งมีอัตราการจองซื้อของผู้ถือหุ้นเดิมอยู่ที่ 113.01% และอัตราการจองซื้อของพนักงานอยู่ที่ 131.4% โดยบริษัทระบุว่าจะนำเงินทุน 589,600 ล้านวอนไปลงทุนในแอบโซลิกส์ และอีก 577,500 ล้านวอนไปใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้
SKC ซึ่งลดขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสสองลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของไตรมาสก่อนหน้า ยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจโดยให้น้ำหนักกับวัสดุเซมิคอนดักเตอร์และแผ่นวงจรกระจกเป็นหลัก การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรการในทิศทางเดียวกัน ที่ทั้งสนับสนุนเงินทุนและเสริมอำนาจควบคุมบริษัทลูกไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ แม้สัดส่วนการถือหุ้นของ SKC จะเพิ่มขึ้นจากธุรกรรมครั้งนี้ แต่การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ระบุท่าทีของแอพพลายด์ แมทีเรียลส์ ซึ่งถือหุ้นส่วนน้อยในแอบโซลิกส์ หรือการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในฝั่งของบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใด
การขยายสัดส่วนการถือหุ้นลักษณะนี้เป็นแนวทางที่พบได้ทั่วไป เมื่อบริษัทแม่รับภาระด้านเงินทุนของธุรกิจใหม่ในช่วงเริ่มต้น พร้อมกับขยายอำนาจควบคุมไปด้วย การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมครั้งนี้ ต่อจากการเพิ่มทุนที่ช่วยเตรียมเงินทุนสำหรับช่วงเริ่มต้นของการทำตลาดเชิงพาณิชย์ จึงถูกมองว่าอยู่ในบริบทเดียวกัน
กำหนดการถัดไปที่ SKC ระบุไว้ในการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ คือการเข้าซื้อหุ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน
ความคิดเห็น 0