การโจมตีทางอากาศระยะไกลของรัสเซียในพื้นที่คาเมียนสเก (Kamianske) แคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ (Dnipropetrovsk) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย ท่ามกลางกระแสที่ 'ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์' กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะตัวแปรเสริมต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
เว็บไซต์ CryptoBriefing รายงานโดยอ้างคำยืนยันของโอเลกซานเดอร์ ฮันซา (Oleksandr Hanzha) ผู้ว่าการแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ ที่ระบุว่าการโจมตีที่คาเมียนสเกครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 5 คน ขณะที่สำนักข่าว AP รายงานแยกต่างหากว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มหลายจุดในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียเดินหน้าโจมตีระยะไกลเข้าไปยังเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวก 'แนวหลัง' ของยูเครน ไม่ใช่แค่พื้นที่แนวรบเท่านั้น AP รายงานว่ารัสเซียยังโจมตีอาคารหน่วยงานความมั่นคงยูเครน (SBU) ในกรุงเคียฟ พร้อมกับเป้าหมายอื่น ๆ ในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ ขณะเดียวกันฝั่งยูเครนเองก็เดินหน้าโจมตีระยะไกลใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารและเศรษฐกิจภายในรัสเซียอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
คาเมียนสเกเป็นเมืองในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน การโจมตีพื้นที่แนวหลังแบบนี้ต่างจากการปะทะกันโดยตรงที่แนวรบ เพราะสามารถสั่นคลอนทั้งระบบโลจิสติกส์ พลังงาน และภาคอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน จึงถูกตีความว่าเป็นปัจจัยที่อาจดันต้นทุนสงครามและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกให้สูงขึ้น
CryptoBriefing ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้อาจส่งผลต่อ 'ตลาดคาดการณ์' (prediction market) ที่เปิดรับเดิมพันเรื่องความเป็นไปได้ที่กองทัพรัสเซียจะรุกเข้าเมืองอื่น ๆ ของยูเครนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ราคาที่ปรากฏในตลาดคาดการณ์สะท้อนความคาดหวังของผู้เข้าร่วม ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์อย่างเป็นทางการ และเมื่อไม่มีตัวเลขการเปลี่ยนแปลงราคาที่ชัดเจนพร้อมช่วงเวลาอ้างอิง จึงยังสรุปผลกระทบต่อตลาดแบบฟันธงไม่ได้
สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องดอลลาร์สหรัฐ และราคาพลังงาน หากความเสี่ยงจากสงครามไปกดดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น หรือซ้อนทับกับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ก็อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนได้ แต่การโจมตีครั้งนี้เพียงเหตุการณ์เดียวยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะอธิบายทิศทางราคาคริปโตได้ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์และอีเธอเรียมต้องพิจารณาควบคู่ไปกับระดับความรุนแรงของสงคราม ราคาพลังงาน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ซึ่งเหตุการณ์ที่คาเมียนสเกครั้งนี้ก็ถูกจัดอยู่ในหมวดตัวแปรเชิงมหภาคเช่นเดียวกัน มากกว่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อราคา
สงครามยูเครนยืดเยื้อมาตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกเต็มรูปแบบในปี 2022 แม้จะมีการเจรจาทางการทูตเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่นำไปสู่การหยุดยิงที่ยั่งยืน ขณะที่รูปแบบการโจมตีก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คือรัสเซียถล่มเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกแนวหลังของยูเครน ส่วนยูเครนก็โจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในรัสเซียสวนกลับ
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่สำคัญกว่าสถานการณ์การสู้รบเองคือ 'เส้นทาง' ที่สงครามจะส่งผลไปถึงราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ และสภาพคล่องดอลลาร์ เพราะแม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้น ราคาคริปโตก็ยังคงเคลื่อนไหวไปพร้อมกับกระแสเงินทุนของ ETF ตำแหน่งการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ และตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคเป็นหลัก
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ การโจมตีที่คาเมียนสเกทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 5 ราย และรัสเซียใช้ขีปนาวุธกับโดรนโจมตีหลายจุดในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ ส่วนผลกระทบต่อตลาดในระยะถัดไปยังต้องรอการยืนยันจากราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ย และปฏิกิริยาจริงของราคาสินทรัพย์เสี่ยงประกอบกัน
ความคิดเห็น 0