มีรายงานว่าเบื้องหลังการที่ ฟิล ชิลเลอร์(Phil Schiller) แอปเปิลเฟลโลว์(Apple Fellow) ของ แอปเปิล(AAPL) ก้าวลงจากตำแหน่งผู้ดูแล แอปสโตร์(App Store) และงานอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ มาจากแรงกดดันเรื่องแนวทางเพิ่มรายได้ของแอปสโตร์ แม้แอปสโตร์จะเป็นแกนหลักของธุรกิจบริการของแอปเปิล แต่ก็แบกรับแรงกดดันด้านกฎระเบียบเรื่องค่าธรรมเนียมนักพัฒนาและนโยบายการชำระเงินไปพร้อมกัน
มาร์ก เกอร์แมน(Mark Gurman) แห่งบลูมเบิร์ก(Bloomberg) ระบุในจดหมายข่าว Power On ว่า จอห์น เทอร์นัส(John Ternus) ซีอีโอของแอปเปิล และ เอ็ดดี้ คิว(Eddy Cue) หัวหน้าฝ่ายบริการ กำลังหาทางเพิ่ม 'อัตรากำไร' ของแอปสโตร์และขยายรายได้แบบต่อเนื่อง ส่วนชิลเลอร์มองว่าทิศทางนี้อาจยิ่งจุดกระแสต่อต้านจากนักพัฒนาและหน่วยงานกำกับดูแลให้รุนแรงขึ้น
หลายฝ่ายมองว่าการปรับตำแหน่งครั้งนี้ไม่ใช่แค่ขั้นตอนเกษียณตามปกติ แม้ชิลเลอร์จะมีความตั้งใจอยากใช้เวลากับครอบครัวและกิจกรรมการกุศลมากขึ้น แต่มีรายงานว่าเขาต้องการถอยห่างจากกระแสที่ผลักดันให้แอปสโตร์กลายเป็นแพลตฟอร์มทำรายได้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าความขัดแย้งภายในไม่ได้รุนแรงมากนัก ชิลเลอร์ไม่ได้ลาออกจากแอปเปิล และยังคงตำแหน่งแอปเปิลเฟลโลว์ต่อไป โดยจะรับผิดชอบโปรเจกต์ใหม่ที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
งานที่ชิลเลอร์วางมือคือแอปสโตร์และงานอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ โดยแอปสโตร์จะถูกโอนไปอยู่ภายใต้ฝ่ายบริการที่นำโดยเอ็ดดี้ คิว และให้ คาร์สัน โอลิเวอร์(Carson Oliver) ดูแลการดำเนินงานประจำวัน ส่วนงานอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์จะนำโดย โนล่า ไวน์สตีน(Nola Weinstein)
แอปสโตร์เปรียบเสมือนประตูสู่ระบบนิเวศของแอปเปิล ผู้ใช้ไอโฟนดาวน์โหลดแอปจากที่นี่ ขณะที่นักพัฒนาสร้างรายได้ผ่านระบบการชำระเงินและการสมัครสมาชิก บลูมเบิร์กระบุว่าแอปสโตร์เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี(ประมาณ 40.5 ล้านล้านวอน)
แกนหลักของโครงสร้างรายได้คือการชำระเงินในแอปและการสมัครสมาชิก โดยปกติแอปเปิลจะหักส่วนแบ่งรายได้จากการชำระเงินในแอปและค่าสมัครสมาชิกเป็นค่าธรรมเนียม ซึ่งกลายเป็นฐานรายได้ต่อเนื่องของฝ่ายบริการมาโดยตลอด ขณะเดียวกันความขัดแย้งเรื่องลิงก์ชำระเงินภายนอกและอัตราค่าธรรมเนียมก็ยังคงเกิดขึ้นระหว่างนักพัฒนากับหน่วยงานกำกับดูแล
ผู้อ่านชาวไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่น้อย ผู้พัฒนาแอปและผู้ประกอบการคอนเทนต์ในประเทศต่างก็อยู่ภายใต้นโยบายแอปสโตร์ของแอปเปิลเช่นกัน ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ลิงก์ชำระเงินภายนอก และรูปแบบการเก็บค่าสมัครสมาชิก ล้วนเชื่อมโยงกับโครงสร้างต้นทุนของเกมมือถือ เว็บตูน เพลง และบริการวิดีโอ
โมเดลค่าธรรมเนียมของแอปสโตร์ตกเป็นศูนย์กลางของการกำกับดูแลและการฟ้องร้องมาอย่างต่อเนื่อง เทคครันช์(TechCrunch) รายงานว่าชิลเลอร์เป็นผู้ดูแลความขัดแย้งเรื่องนโยบายการชำระเงินของแอปสโตร์ รวมถึงคดีความกับ เอพิกเกมส์(Epic Games) การดำเนินงานแอปสโตร์และค่าธรรมเนียมการชำระเงินของแอปเปิลตกเป็นเป้าวิจารณ์จากนักพัฒนาและคดีความสำคัญมาโดยตลอด
ทางเราเคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ข้อมูลติดตามยอดขายสุทธิของแอปสโตร์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมลดลง 0.6% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า โดยขณะนั้น มอร์แกน สแตนลีย์(Morgan Stanley) ใช้ข้อมูลจาก เซนเซอร์ทาวเวอร์(Sensor Tower) คำนวณยอดขายสุทธิของแอปสโตร์ ณ วันที่ 17 สิงหาคม ว่าลดลง ขณะที่ แบงก์ออฟอเมริกา(Bank of America) ประเมินอัตราการเติบโตของยอดขายแอปสโตร์เดือนกรกฎาคมไว้ที่ 1.2% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า ทำให้ตัวเลขจากแต่ละแหล่งมีทิศทางไม่ตรงกัน
การถอนตัวของชิลเลอร์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารของแอปเปิล เมื่อแอปสโตร์ย้ายไปอยู่ภายใต้ฝ่ายบริการ แอปเปิลก็เข้ามาดูแลโครงสร้างรายได้ต่อเนื่องหลังการขายฮาร์ดแวร์โดยตรงมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในขณะนี้คือ การลดบทบาทของชิลเลอร์ การโอนย้ายแอปสโตร์ไปอยู่ภายใต้ฝ่ายบริการ และการที่คาร์สัน โอลิเวอร์เข้ามาดูแลการดำเนินงานประจำวัน ส่วนรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงนโยบายแอปสโตร์ที่ชัดเจนยังไม่มีการเปิดเผย
ความคิดเห็น 0