ไลล์ แพรตต์(Lyle Pratt) ผู้ร่วมก่อตั้งวีดาโกลบอล(Vida Global) บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ และวิบู(Vibhu) ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโซลานา(Solana Foundation) เปิดเผยบทสนทนาต่อสาธารณะเกี่ยวกับแนวคิดแพลตฟอร์มออกมีมคอยน์ที่ผูกกับหุ้นบริษัท แม้การพูดคุยยังอยู่ในขั้นเสนอแนวคิด แต่สอดคล้องกับกระแสการทดลองเชื่อมโยงการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์เข้ากับมีมคอยน์ที่ขยายตัวอยู่ในขณะนี้
เมื่อวันที่ 7 (เวลาเกาหลีใต้) แพรตต์โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า หาก 'มีมคอยน์' สามารถสร้างประโยชน์ทางอ้อมให้กับกระเป๋าเงินของบริษัทต้นทางได้ในบางรูปแบบ ก็น่าจะเป็นเรื่องน่าสนใจ พร้อมยกตัวอย่างว่าอาจทำผ่านค่าธรรมเนียมการซื้อขายหรือสัญญาอนุญาตสิทธิ์ ด้านวิบูซึ่งระบุตำแหน่งฝ่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโซลานา ตอบกลับว่าสามารถสร้าง 'ลอนช์แพดมีมคอยน์สำหรับหุ้นของคุณ' ได้ และยินดีช่วยเหลือ แพรตต์ตอบรับว่าพร้อมคุยรายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นนี้
วีดาโกลบอล(VIDA) แนะนำตัวเองว่าเป็นบริษัทที่ช่วยองค์กรสร้าง ติดตั้ง และจำหน่ายเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ในระดับขนาดใหญ่ บทสนทนาครั้งนี้ถือเป็นกรณีที่ตัวย่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนถูกพูดถึงคู่กับแนวคิดแพลตฟอร์มออกมีมคอยน์อย่างเปิดเผย
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสมีมคอยน์ที่ผูกกับหุ้นซึ่งแพร่หลายในระบบนิเวศโซลานา(SOL) บล็อกบีตส์(BlockBeats) รายงานว่า บนแพลตฟอร์มออกเหรียญสตองก์(Stonk) ซึ่งใช้โซลานาเป็นพื้นฐาน มีมคอยน์ชื่อ CTO ที่ใช้โทเคนหุ้น VIDA เป็นสินทรัพย์หนุนพูลสภาพคล่อง มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 7.47 ล้านดอลลาร์ และราคาปรับขึ้น 51% ในรอบ 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากหน้าจอซื้อขายเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการออกเหรียญอย่างเป็นทางการหรือสิทธิ์ในหุ้นของบริษัทแต่อย่างใด
ราคาที่ปรากฏบนสตองก์สะท้อนว่าการซื้อขายมีมคอยน์ที่อิงโทเคนหุ้นเกิดขึ้นแล้วจริงในตลาด บทสนทนาระหว่างแพรตต์กับวิบูจึงใกล้เคียงกับข้อเสนอสาธารณะที่ตั้งคำถามว่าโครงสร้างการซื้อขายเช่นนี้จะเชื่อมโยงกับกระเป๋าเงินของบริษัทจดทะเบียนหรือสัญญาอนุญาตสิทธิ์ได้อย่างไร
หุ้นโทเคนไนซ์ (Tokenized Stock) หมายถึงสินทรัพย์ที่จำลองความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน ส่วนมีมคอยน์คือโทเคนที่ซื้อขายกันตามกระแสความนิยมหรือความสนใจของชุมชนออนไลน์ แม้สินทรัพย์ทั้งสองประเภทจะแสดงผลเป็นโทเคนบนหน้าจอเทรดเหมือนกัน แต่หุ้นจดทะเบียน ใบแสดงสิทธิ์ ตราสารอนุพันธ์ และมีมคอยน์ ล้วนมีโครงสร้างสิทธิ์ที่แตกต่างกัน
ประเด็นสำคัญคือการซื้อขายมีมคอยน์จะเชื่อมโยงกับงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนจริงได้ด้วยวิธีใด ซึ่งแพรตต์ระบุแนวทางไว้คือค่าธรรมเนียมการซื้อขายหรือสัญญาอนุญาตสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าบริษัทประกาศออกเหรียญอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการแยกแยะว่าโทเคนที่ใช้ชื่อหุ้นนำหน้านั้นแตกต่างจากสิทธิ์ในหุ้นจริงอย่างไร ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่า ปริมาณการซื้อขายมีมคอยน์บนโซลานาที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงดัชนีชี้วัดความเคลื่อนไหว ไม่ได้สะท้อนเสถียรภาพตลาดหรือการคุ้มครองนักลงทุนทั่วไป กรณีนี้ก็เช่นกัน เป็นเพียงจุดที่แบรนด์บริษัทจดทะเบียนมาบรรจบกับการซื้อขายมีมคอยน์ ส่วนจะเชื่อมโยงกับงบการเงินของบริษัทจริงหรือไม่ ยังต้องรอสัญญาหรือการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0