ยองริมวอนซอฟท์แล็บ (Yeongrimwon Softlab) เดินหน้าใช้ประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยี AI ของพนักงานในองค์กร มาต่อยอดพัฒนาโซลูชันบริหารทรัพยากรองค์กร หรือ ERP และปรับปรุงบริการลูกค้าให้ดีขึ้น
บริษัทเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ว่า ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ ทำหน้าที่วางกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านสู่ AI พัฒนาเทคโนโลยี นำไปใช้ในการทำงานจริง และต่อยอดสู่การพัฒนาโปรดักต์ โดยหน่วยงานนี้ดูแลตั้งแต่การวางกลยุทธ์ AI การพัฒนาและดูแลระบบ การนำไปใช้ในองค์กร ไปจนถึงการนำผลลัพธ์ไปปรับใช้กับบริการลูกค้า
บริษัทระบุว่าจะผสาน 'ความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI' เข้ากับความเข้าใจในงาน ERP เพื่อขับเคลื่อนทั้งการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในและการยกระดับโปรดักต์ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ERP คือซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรองค์กรที่รวมข้อมูลการดำเนินงานด้านบัญชี ทรัพยากรบุคคล จัดซื้อ การผลิต และโลจิสติกส์ไว้ในระบบเดียว
นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยองริมวอนซอฟท์แล็บขยายฟีเจอร์ AI บนผลิตภัณฑ์ ERP ต่อเนื่อง อาทิ △'AI คีย์ข้อมูลอัตโนมัติ' ที่ดึงข้อมูลจากเอกสารและรูปภาพป้อนเข้า ERP โดยอัตโนมัติ △'บิสสิเนสบรีฟฟิ่ง' สรุปข้อมูลจากระบบ ERP △'ระบบอัตโนมัติงานประจำ' ที่จัดการงานทำซ้ำ และ △'AI วิเคราะห์ชีต' กับ 'บิสสิเนสอินไซต์' ที่วิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำเสนอประเด็นสำคัญ
แชตบอต AI ชื่อ 'K-BOT' รองรับการค้นหาข้อมูลใน ERP สร้างรายงานอัตโนมัติ ตอบคำถามจากไฟล์เอกสาร และค้นหาองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน ERP โดยยองริมวอนซอฟท์แล็บระบุในหน้าแนะนำ K-System AI ว่า ระบบดังกล่าวเชื่อมโยงการทำงานของ ERP เข้ากับ MES ระบบกรุ๊ปแวร์ แอปพลิเคชันมือถือ และเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ แบบครบวงจร
การผลักดันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มฟีเจอร์จากทีมพัฒนา แต่มุ่งนำประสบการณ์การใช้งานจริงจากหน้างานมาสะท้อนในตัวโปรดักต์ บริษัทจัดอบรมการใช้ AI ให้พนักงานและเปิดให้ทดลองใช้งานจริง เพื่อค้นหาเคสที่นำไปประยุกต์ใช้กับงานได้จริง
อีทีนิวส์ (ETNews) สื่อของเกาหลีใต้ รายงานว่า ในงาน 'การประกวดกรณีศึกษาการเพิ่มผลิตภาพส่วนบุคคลด้วย AI ครั้งที่ 1 ประจำปี 2026' ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการนำเสนอผลงานทั้งหมด 11 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่การตอบอีเมลลูกค้า การจัดทำและตรวจสอบเอกสารขออนุมัติ การค้นหาเคสบริการที่คล้ายกัน การตรวจสอบหน้าจอ ERP งานพัฒนาในต่างประเทศ การรีวิวโค้ด งานสนับสนุนฝ่ายขาย ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ด้านการตลาด
หนึ่งในนั้นคือฝ่ายการตลาด ที่เสนอโปรแกรมใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผลสำรวจ และเอกสารนำเสนอ เพื่อสรุปผลลัพธ์แคมเปญและแนวทางปรับปรุง อีทีนิวส์ระบุว่า จากเดิมที่การจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลลัพธ์ต่อแคมเปญหนึ่งครั้งใช้เวลาเฉลี่ยราว 6.5 ชั่วโมง ลดลงเหลือประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ขั้นตอนป้อนข้อมูลจนถึงร่างรายงานเสร็จ
ยองริมวอนซอฟท์แล็บยังจัดเวิร์กช็อปนวัตกรรม AI ที่เน้นหน้างานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โดยในงานมีการตรวจสอบระบบและขั้นตอนการทำงาน พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางใช้ AI ทำงานอัตโนมัติ ประสบการณ์การใช้งานจริง และประเด็นที่ต้องปรับปรุงต่อไป
ควอน ยองบอม(Kwon Yeong-beom) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยองริมวอนซอฟท์แล็บ กล่าวว่า "นวัตกรรม AI ไม่ใช่แค่การนำเครื่องมือใหม่เข้ามาใช้ แต่สิ่งสำคัญกว่าคือกระบวนการที่พนักงานแต่ละคนค้นหาปัญหาที่ต้องแก้ไขในงานของตัวเอง แล้วสั่งสมประสบการณ์การใช้งานจริง" พร้อมระบุว่า "จะเริ่มนำ AI ไปใช้กับงานที่ทำซ้ำและใช้เวลานานก่อน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และจะเสริมระบบที่นำเคสจากหน้างานไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาโปรดักต์และบริการลูกค้าให้แข็งแกร่งขึ้น" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทมองผลลัพธ์จากการใช้ AI เป็นวงจรที่หมุนเวียนระหว่างการใช้งานจริงกับการพัฒนาโปรดักต์
ยองริมวอนซอฟท์แล็บเดินหน้าต่อยอดฟีเจอร์ AI เข้ากับสายข้อมูลงานบัญชี ทรัพยากรบุคคล จัดซื้อ และการผลิตในระบบ ERP โดยทั่วไป ERP ถือเป็นระบบพื้นฐานที่รวมข้อมูลงานหลักขององค์กรไว้ด้วยกัน ฟีเจอร์ AI จึงมักถูกนำไปใช้ก่อนกับงานที่ทำซ้ำสูง เช่น การป้อนข้อมูลอัตโนมัติ การสรุปข้อมูล การค้นหา และการจัดทำรายงาน
ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์ (TokenPost) เคยรายงานว่า มีความต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ ERP รุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ก่อนที่ระบบ ERP รุ่นเก่าจะยุติการให้บริการ ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดของยองริมวอนซอฟท์แล็บที่นำเคสการใช้งานภายในองค์กรมาต่อยอดเป็นฟีเจอร์โปรดักต์ ก็สอดคล้องกับกระแสการยกระดับ ERP ดังกล่าว
ความคิดเห็น 0