เคบี ซีเคียวริตี้ส์(KB Securities) บริษัทหลักทรัพย์ในเครือกลุ่มเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป(KB Financial Group) ขยายการใช้งานระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนขายผลิตภัณฑ์การเงินไปจนถึงการวิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้าหลังทำธุรกรรม โดยฟังก์ชันที่เคยใช้ตรวจสอบขั้นตอนสมัครกองทุนรวมแบบเรียลไทม์ ถูกขยายไปยัง ‘บัญชีแรพ’(Wrap Account) แล้ว พร้อมนำ AI มาวิเคราะห์ความคิดเห็นลูกค้าที่ส่งเข้ามาหลังการซื้อขายด้วย
เคบี ซีเคียวริตี้ส์ระบุเมื่อวันที่ 7 ว่า บริษัทขยายระบบคุ้มครองผู้บริโภคด้าน AI ให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้บริโภคทางการเงินสามารถทำธุรกรรมได้อย่างมั่นใจ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม บริษัทเปิดให้บริการ AI ตรวจสอบขั้นตอนการสมัครแบบเรียลไทม์ สำหรับลูกค้าที่สมัครกองทุนรวมผ่านแท็บเล็ตที่สาขา
ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ใช้ระบบนี้ขยายไปถึง ‘บัญชีแรพ’ ซึ่งหมายถึงบัญชีบริหารสินทรัพย์แบบครบวงจรที่บริษัทหลักทรัพย์รับมอบอำนาจจากลูกค้าให้บริหารจัดการสินทรัพย์แทน
ระบบนี้ทำหน้าที่ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดผลิตภัณฑ์และแจ้งข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่ลูกค้าจะออกจากสาขา หากพบว่ามีการอธิบายตกหล่นหรือไม่ครบถ้วน ระบบจะให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเพิ่มเติมและบันทึกเสียงยืนยันใหม่ทันทีที่หน้าเคาน์เตอร์
จุดเน้นของระบบอยู่ที่การคัดกรองความผิดพลาดในขั้นตอนสมัครตั้งแต่ต้น มากกว่าการแก้ไขภายหลังการขาย เพราะในการขายผลิตภัณฑ์การเงิน หน้าที่อธิบายข้อมูลและการบันทึกเสียงยืนยันถือเป็นกลไกสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค
ทั้งกองทุนรวมและบัญชีแรพเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องอธิบายโครงสร้าง วิธีบริหารจัดการ และปัจจัยความเสี่ยงให้ลูกค้าเข้าใจอย่างครบถ้วน การที่เคบี ซีเคียวริตี้ส์นำ AI มาตรวจสอบก่อนลูกค้าออกจากสาขาจึงเชื่อมโยงกับประเด็นนี้โดยตรง
ในขั้นตอนหลังการขาย AI ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน เคบี ซีเคียวริตี้ส์อธิบายว่ากำลังขยาย ‘วงจรคุ้มครองผู้บริโภคด้วย AI’ ที่นำความคิดเห็นของลูกค้าหลังสมัครมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงจุดที่สร้างความไม่สะดวกในการใช้บริการ
ในแวดวงการเงินเกาหลีใต้ การใช้งาน AI กำลังขยายจากด้านการแนะนำการลงทุนหรือการทำงานอัตโนมัติ ไปสู่การควบคุมภายในและกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า สำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้(FSS) มีแผนตรวจสอบเอสจีไอโซลกวารันตี(SGI Seoul Guarantee) ทั้งด้านการพิจารณาค้ำประกัน การจ่ายค่าสินไหม การคุ้มครองผู้บริโภค และระบบความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไปพร้อมกัน ในการตรวจสอบประจำครั้งต่อไป
เจ้าหน้าที่ของเคบี ซีเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า “ตั้งแต่การดูแลไม่ให้เกิดการอธิบายตกหล่นตอนสมัครผลิตภัณฑ์การเงิน ไปจนถึงการตามหาความไม่สะดวกเล็กๆ น้อยๆ ที่ลูกค้ารู้สึกหลังทำธุรกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง ทั้งหมดนี้คือความพยายามเพื่อคุ้มครองลูกค้า” พร้อมระบุว่า “จะพัฒนาบริการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย AI ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพันธมิตรทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทมองการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกระบวนการต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนขายจนถึงหลังขาย ไม่ใช่มาตรการเฉพาะจุด
มาตรการครั้งนี้เป็นตัวอย่างการนำ AI มาผูกกับขั้นตอนตรวจสอบการอธิบายข้อมูลและวิเคราะห์ความคิดเห็นลูกค้าในกระบวนการขายผลิตภัณฑ์การเงิน ส่วนความแม่นยำของผลตรวจสอบโดย AI ขั้นตอนแก้ไขหน้างาน และวิธีนำผลวิเคราะห์ความคิดเห็นลูกค้าไปใช้จริง ยังต้องติดตามดูในระหว่างการดำเนินงานต่อไป
ความคิดเห็น 0