เมตาแพลนเน็ต(3350) หุ้นบริษัทสะสมบิตคอยน์(BTC) สัญชาติญี่ปุ่น ร่วงลง 16.72% ในช่วงสองวันคือวันที่ 7-8 ขณะที่ผู้ถือหุ้นบางส่วนเรียกร้องให้บริษัทเผาทำลายหุ้นราว 273 ล้านหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการขยายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน (stock acquisition rights)
ราคาหุ้นเมตาแพลนเน็ตปิดที่ 271 เยนในวันที่ 7 ลดลง 7.51% ก่อนร่วงต่อเนื่อง 9.96% มาปิดที่ 244 เยนในวันที่ 8 โดยเอบีมีเดีย(ABMedia) รายงานว่าหุ้นเมตาแพลนเน็ตปิดตลาดโตเกียววันที่ 8 ด้วยการร่วงลง 9.96%
ศูนย์กลางของความขัดแย้งครั้งนี้คือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนชุดที่ 10 ซึ่งบริษัทประกาศเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมว่าจะตรึงจำนวนหุ้นศักยภาพ (potential shares) ให้คงที่ และยกเลิกเงื่อนไขการปรับจำนวนหุ้นที่เคยมีอยู่เดิม
จำนวนหุ้นศักยภาพถูกกำหนดไว้ที่ 319,464,000 หุ้น พร้อมทั้งบริษัททำสัญญากับผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิห้ามขายหรือโอนหุ้นเป็นเวลา 5 ปี
เดิมทีใบสำคัญแสดงสิทธินี้ผูกกับสัดส่วน 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเจือจางเต็มรูปแบบ (fully diluted) หมายความว่ายิ่งบริษัทเพิ่มทุนมากเท่าไหร่ จำนวนหุ้นที่ผู้ถือสิทธิสามารถใช้สิทธิซื้อได้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จำนวนหุ้นศักยภาพที่เคยอยู่ราว 46 ล้านหุ้นในวันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ขยายตัวขึ้นเป็นราว 319 ล้านหุ้นภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ผู้ถือหุ้นระบุว่าการกำหนดเพดานใหม่เพียงอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหาสิทธิที่ขยายตัวไปแล้วก่อนหน้านี้
แรงต่อต้านจากผู้ถือหุ้นทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาที่บริษัทกำหนดเพดานจำนวนหุ้นศักยภาพเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ผู้บริหารใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิพอดี โดยไซมอน เกโรวิช(Simon Gerovich) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมตาแพลนเน็ต ใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 92,000 หน่วยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ได้หุ้นสามัญเพิ่ม 64,032,000 หุ้น
หุ้นดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อจำกัดห้ามขายเป็นเวลา 5 ปี ทำให้ตามหลักการแล้วเกโรวิชจะไม่สามารถขายหรือโอนหุ้นที่ได้รับได้ก่อนวันที่ 17 สิงหาคม 2031
ปริมาณหุ้นที่ผู้ถือหุ้นเรียกร้องให้เผาทำลายคือส่วนที่ขยายเพิ่มขึ้นแล้วราว 273 ล้านหุ้น จากจำนวนหุ้นศักยภาพทั้งหมดที่อาจออกได้จากการใช้สิทธิ โดยฝ่ายผู้ถือหุ้นเห็นว่าต้องแยกมาตรการป้องกันการขยายตัวเพิ่มเติมในอนาคต ออกจากมาตรการย้อนคืนสิทธิที่ขยายไปแล้ว
ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน (stock acquisition rights) คือสิทธิที่ให้ผู้ถือสามารถซื้อหุ้นใหม่ของบริษัทได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เมื่อมีการใช้สิทธิ หุ้นใหม่จะถูกออกและอาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเดิมเจือจางลง จำนวนหุ้นศักยภาพและเงื่อนไขการปรับจึงถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดมูลค่าของผู้ถือหุ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างเมตาแพลนเน็ตกับผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเอ็มเอ็มเอ็กซ์เอ็กซ์ เวนเจอร์ส(MMXX Ventures) ก็กลายเป็นประเด็นด้วยเช่นกัน โดยเดอะบล็อก(The Block) รายงานว่าเกโรวิชชี้แจงต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 6 ว่า ตนเองเป็น "ผู้ถือหุ้นที่สำคัญแต่ไม่มีอำนาจควบคุม" ในบริษัทแม่ของเอ็มเอ็มเอ็กซ์เอ็กซ์ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจด้านการลงทุนหรือการซื้อขายของเอ็มเอ็มเอ็กซ์เอ็กซ์
ผู้ถือหุ้นยังเรียกร้องคำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นของเอ็มเอ็มเอ็กซ์เอ็กซ์ และคำถามว่าเกโรวิชหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการขายหุ้นเมตาแพลนเน็ตในปี 2024 หรือไม่ ทั้งสองประเด็นนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในคำชี้แจงต่อสาธารณะดังกล่าว
เกโรวิชยอมรับในทำนองว่าคำชี้แจงของบริษัทเกี่ยวกับโครงสร้างใบสำคัญแสดงสิทธิที่ผ่านมายังไม่เพียงพอ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือคำชี้แจงเพิ่มเติมเรื่องธรรมาภิบาลองค์กร นโยบายค่าตอบแทน และแนวทางจัดการใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท
ความขัดแย้งครั้งนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงประเด็นวิธีการระดมทุนและการคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นของเมตาแพลนเน็ต ท่ามกลางกลยุทธ์สะสมบิตคอยน์(BTC) ที่บริษัทดำเนินมาต่อเนื่อง ส่วนมาตรการตรึงจำนวนหุ้นศักยภาพจะคลี่คลายข้อเรียกร้องของผู้ถือหุ้นต่อส่วนที่ขยายไปแล้วได้หรือไม่นั้น ยังคงขึ้นอยู่กับคำชี้แจงและแนวทางจัดการของบริษัทในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0