หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ของสหรัฐฯ พร้อมใจกันปรับตัวขึ้นเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) หลังคอร์นนิง(GLW) และควอลคอมม์(QCOM) ประกาศสัญญาฉบับใหญ่ในวันเดียวกัน
คอร์นนิงพุ่งขึ้น 8% ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีขยับขึ้นไปแตะ 90% ส่วนอินเทล(INTC) เพิ่มขึ้น 9% เอเอ็มดี(AMD) บวก 6% ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์(HPE) เพิ่มขึ้น 8% และโคฮีเรนต์(COHR) บริษัทด้านการสื่อสารด้วยแสง ปรับขึ้น 7%
ซีเอ็นบีซี(CNBC) รายงานว่าการประกาศสัญญาของคอร์นนิงและควอลคอมม์เป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้น ทั้งนี้ตัวเลขการเพิ่มขึ้นดังกล่าวนับตามวันซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยไม่มีการระบุราคาหุ้นที่แท้จริงหรือเวลาที่เก็บข้อมูลของแต่ละบริษัท
คอร์นนิงเซ็นสัญญาจัดหาสินค้าระยะยาวมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับเวอไรซอน(VZ) ซึ่งจะมีผลไปจนถึงปี 2032 โดยคอร์นนิงจะจัดหาใยแก้วนำแสงความหนาแน่นสูงและโซลูชันการเชื่อมต่อรวมกว่า 80 ล้านไมล์ ในช่วงปี 2027-2032
เวอไรซอนระบุว่าจะนำใยแก้วนำแสงดังกล่าวไปใช้สร้างโครงข่ายระยะไกลเพื่อเชื่อมต่อบรอดแบนด์สำหรับบ้านเรือนและองค์กรเข้ากับศูนย์ข้อมูล AI ทั้งนี้คอร์นนิงไม่ได้เปิดเผยมูลค่าที่แน่ชัดของสัญญาฉบับนี้
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน คอร์นนิงเคยเซ็นสัญญามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับอเมซอน(AMZN) มาแล้ว และในเดือนพฤษภาคม เอ็นวิเดีย(NVDA) ก็ประกาศแผนลงทุนในคอร์นนิงสูงสุดถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตใยแก้วนำแสง 3 แห่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและเท็กซัส
ใยแก้วนำแสงไม่ได้ใช้แค่ในโครงข่ายสื่อสารเท่านั้น แต่ยังใช้เชื่อมต่อข้อมูลปริมาณมากระหว่างศูนย์ข้อมูลด้วยกันเองอีกด้วย ก่อนหน้านี้ มีการวิเคราะห์ว่าความต้องการศูนย์ข้อมูล AI อาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงการลงทุนด้านหน่วยความจำ โรงหล่อเซมิคอนดักเตอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และการสร้างเซิร์ฟเวอร์
ด้านควอลคอมม์ตกลงร่วมมือกับอเมซอนเว็บเซอร์วิส(AWS) พัฒนาชิปเซิร์ฟเวอร์แบบสั่งทำพิเศษและโซลูชันการสื่อสารด้วยแสงร่วมกัน โดย AWS มีสิทธิ์สั่งซื้อชิปเซิร์ฟเวอร์ เทคโนโลยี ระบบ และบริการผลิตที่เกี่ยวข้องจากควอลคอมม์ได้สูงสุดถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ควอลคอมม์ยังออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrant) ให้อเมซอนสามารถเข้าซื้อหุ้นของควอลคอมม์ได้สูงสุด 4 พันล้านดอลลาร์ โดยสิทธิ์ดังกล่าวจะทยอยใช้ได้ตามเงื่อนไขของสัญญาทางธุรกิจ คำสั่งซื้อ และการซื้อสินค้าจริง
อาคาช พัลคิวาลา(Akash Palkhiwala) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของควอลคอมม์ กล่าวในงานประชุมโกลด์แมนแซคส์ คอมมูนิโคเปีย+เทคโนโลยี ที่นครซานฟรานซิสโกว่า รายได้จากการผลิตชิปให้อเมซอนจะเริ่มสะท้อนในผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาสเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ควอลคอมม์บรรลุเป้าหมายรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบการเงิน 2029 คำกล่าวนี้สะท้อนว่าควอลคอมม์มองสัญญากับอเมซอนเป็นเสาหลักหนึ่งของแผนเติบโตระยะยาวในธุรกิจศูนย์ข้อมูล
ควอลคอมม์ยืนยันด้วยว่าอเมซอนคือหนึ่งในสองลูกค้าธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่เปิดเผยชื่อในงาน Investor Day เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่ากำลังเจรจาความร่วมมือกับลูกค้ารายอื่นอยู่เช่นกัน
ยีน ฮู(Jean Hu) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของเอเอ็มดี กล่าวในงานเดียวกันว่า ขนาดตลาดรวมของธุรกิจ AI และศูนย์ข้อมูลอาจเติบโตไปแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้สูงกว่าที่ ลิซา ซู(Lisa Su) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเอเอ็มดี เคยประเมินไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรวมจะมีมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028
ทั้งนี้ต้องแยกให้ชัดระหว่างวงเงินสั่งซื้อสูงสุดที่ระบุไว้ในสัญญากับรายได้ที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากปริมาณการส่งมอบและจังหวะการรับรู้รายได้ของแต่ละสัญญาแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท
การสั่งซื้อและส่งมอบสินค้าจริงจะทยอยเกิดขึ้นตามเงื่อนไขของสัญญาทางธุรกิจ คำสั่งซื้อ และเงื่อนไขการซื้อสินค้าที่ตกลงกัน ส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องจะเริ่มสะท้อนในผลประกอบการของแต่ละบริษัทเมื่อใดนั้น ยังต้องรอการเปิดเผยข้อมูลและรายงานผลประกอบการในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0