บิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้นราว 20% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์บางส่วนในตลาดยังคงเตือนว่าราคาอาจร่วงลงไปอยู่ในช่วง 50,000-62,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แม้ตัวชี้วัดออนเชนและการวิเคราะห์ทางเทคนิคหลายตัวจะสะท้อนสัญญาณ ‘ขาขึ้น’ ก็ตาม โดยนักวิเคราะห์บางรายยังมองว่าตลาดหมี (bear market) รอบนี้ยังไม่จบ
เว็บไซต์ CryptoPotato รายงานว่าบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 78,000-80,000 ดอลลาร์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดกำลังจับตาดูว่าทิศทางราคาระยะสั้นจะซ้ำรอยรูปแบบในอดีตอีกครั้งหรือไม่
อาลี มาร์ติเนซ (Ali Martinez) นักวิเคราะห์คริปโต ระบุว่าบิตคอยน์กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ ‘Warm Supply Realized Price’ ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนราคาต้นทุนเฉลี่ยของบิตคอยน์ที่มีการเคลื่อนไหวในช่วง 1 สัปดาห์ถึง 6 เดือนที่ผ่านมา
มาร์ติเนซอธิบายว่าในอดีต 4 ครั้งที่ราคาบิตคอยน์กลับขึ้นมายืนเหนือระดับดังกล่าว ราคามักปรับตัวขึ้นแรงตามมา โดยในเดือนตุลาคม 2023 ราคาพุ่งขึ้นราว 160% หลังจากกลับมายืนเหนือระดับนี้ และอีก 1 ปีต่อมาราคาก็ปรับขึ้นอีก 74% ตามการวิเคราะห์ของเขา อย่างไรก็ตาม รูปแบบในอดีตไม่ได้การันตีว่าผลลัพธ์จะออกมาเหมือนเดิมในตลาดปัจจุบัน
สัญญาณขาขึ้นเชิงเทคนิคก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกัน ผู้ใช้ X ในชื่อ Crypto Rover ระบุว่ากราฟราคาบิตคอยน์เกิดสัญญาณ ‘โกลเด้นครอส’ (Golden Cross) ซึ่งเป็นจุดที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว สะท้อนว่าแนวโน้มระยะสั้นเริ่มแข็งแกร่งกว่าแนวโน้มระยะยาว โดย Crypto Rover ระบุว่าในอดีตหลังเกิดรูปแบบเดียวกันนี้ ตลาดหมีมักจบลงและราคาบิตคอยน์ปรับขึ้นได้มากถึงราว 500%
เงินไหลเข้ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot ก็ถูกยกมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนขาขึ้น โดย CryptoPotato รายงานว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินไหลเข้ากองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องราว 1,000 ล้านดอลลาร์
มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของแบล็คร็อค(BlackRock) แซงระดับ 64,000 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยกองทุน FBTC ของฟีเดลิตี้(Fidelity) ที่มีมูลค่าราว 10,300 ล้านดอลลาร์ โดยเงินไหลเข้า ETF ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความต้องการบิตคอยน์ของนักลงทุนสถาบัน
อย่างไรก็ตาม เงินไหลเข้า ETF และสัญญาณเทคนิคเหล่านี้ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าราคาจะปรับขึ้นในระยะสั้น ตัวชี้วัดออนเชนสะท้อนแนวโน้มราคาในอดีตและโครงสร้างต้นทุนของผู้ถือครองในปัจจุบัน แต่ไม่ได้กำหนดจังหวะซื้อขายในอนาคตโดยตรง
ในขณะเดียวกัน มุมมองขาลงก็ถูกระบุเป็นระดับราคาที่ชัดเจนเช่นกัน ผู้ใช้ X ในชื่อ Crypto With Haris ระบุว่าบิตคอยน์ ‘ใกล้เข้าสู่ช่วงร่วงระลอกสุดท้าย’ และมองว่าราคาอาจปรับตัวลงไปแตะ 62,000 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับตัวขึ้นเป็นขาขึ้นรอบใหญ่
ด้าน Crypto Lens ก็มองว่ากับดักกระทิง (bull trap) รอบสุดท้ายของบิตคอยน์ยังไม่จบ และเสนอความเป็นไปได้ที่ราคาจะร่วงลงไปถึง 50,000 ดอลลาร์ โดยกับดักกระทิงหมายถึงรูปแบบที่ราคาดูเหมือนจะปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับดิ่งลงอีกครั้งจนดักนักลงทุนที่เข้าซื้อไว้
ผู้ใช้ X ในชื่อ Crypto Patel วิเคราะห์ว่าหากราคาถูกปฏิเสธที่ระดับ 83,000 ดอลลาร์ โครงสร้างราคาโดยรวมของบิตคอยน์อาจยังคงเป็นขาลงต่อไป แต่หากสามารถปิดราคารายวันเหนือระดับนี้ได้และทดสอบซ้ำสำเร็จ ก็มีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นไปถึง 100,000 ดอลลาร์
ทั้งนี้ มุมมองทั้งหมดข้างต้นเป็นการวิเคราะห์บนพื้นฐานระดับราคาที่เฉพาะเจาะจงและรูปแบบในอดีต ดังนั้นทั้งกรณีร่วงลงแตะ 50,000 ดอลลาร์ และกรณีขึ้นไปแตะ 100,000 ดอลลาร์ จึงยังเป็นเพียง ‘ความเป็นไปได้’ ที่นักวิเคราะห์แต่ละรายเสนอ ไม่ใช่เส้นทางราคาที่ยืนยันแล้ว
ปัจจุบันตลาดบิตคอยน์มีทั้งปัจจัยหนุนขาขึ้น อย่างการกลับมายืนเหนือ Warm Supply Realized Price สัญญาณโกลเด้นครอส และเงินไหลเข้า ETF ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ที่เตือนถึงความเสี่ยงร่วงลงเพิ่มเติม ทิศทางราคาต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่าแนวรับ-แนวต้านสำคัญและกระแสเงินทุนจะเคลื่อนไหวอย่างไรในตลาดจริง
ความคิดเห็น 0