รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ตัดสินใจเรื่อง 'ภาษีนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์' หลังเผชิญแรงกดดันสองด้านที่ขัดแย้งกัน ฝ่ายหนึ่งกังวลว่าราคาทองแดงที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนการผลิตในสหรัฐฯ พุ่งตาม อีกฝ่ายมองว่ามาตรการนี้อาจช่วยกระตุ้นการทำเหมืองทองแดงในประเทศได้
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างแหล่งข่าว 2 คนว่า ทำเนียบขาวยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเก็บภาษีทองแดงบริสุทธิ์หรือไม่ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ยื่นผลการพิจารณาล่าสุดต่อประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 30 มิถุนายนที่ทำเนียบขาวกำหนดไว้
เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุว่า รัฐบาล "ยังพิจารณาทุกแนวทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงอุตสาหกรรมทองแดงและภาคการผลิตสำคัญอื่นๆ ให้กลับเข้ามาในสหรัฐฯ" คำพูดนี้สะท้อนว่าการเก็บภาษียังไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจแน่นอนแล้ว
สิ่งที่อยู่ในการพิจารณาครอบคลุมสินค้าทองแดงบริสุทธิ์ เช่น 'แผ่นทองแดงบริสุทธิ์' (Copper Cathode) รวมถึง 'หัวแร่ทองแดง' ที่ได้จากเหมือง ท่ามกลางความคาดการณ์ที่ต่อเนื่องว่าสหรัฐฯ อาจขยายมาตรการภาษีไปถึงทองแดงบริสุทธิ์ด้วย ผู้ค้าและผู้ซื้อในภาคอุตสาหกรรมจึงเร่งกักตุนสต๊อกในสหรัฐฯ ไว้ก่อนที่มาตรการจะมีผลจริง
ผลจากการกักตุนดังกล่าวทำให้ทองแดงไหลเข้าสหรัฐฯ จำนวนมาก จนสต๊อกทองแดงในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในระดับสูงสุดของโลก ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ายอดนำเข้าทองแดงของสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดตั้งแต่ปี 2014
หากมีการเก็บภาษีจริง อาจช่วยเพิ่มปริมาณทองแดงในสหรัฐฯ ได้ แต่ก็อาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบของผู้ผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย เบื้องหลังความล่าช้าในการตัดสินใจครั้งนี้คือความกังวลเรื่องภาระค่าครองชีพ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญแรงกดดันให้พิสูจน์ว่านโยบายเศรษฐกิจของตนช่วยลดต้นทุนให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ได้จริง หากภาษีทองแดงทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ก็อาจทำให้อธิบายผลของนโยบายนี้ได้ยากขึ้น
ราคาทองแดงพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากความเป็นไปได้ที่มาตรการภาษีจะขยายวงกว้างขึ้น ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ประกาศมาตรการภาษีฉบับสุดท้าย และยังไม่มีการกำหนดขอบเขตหรือช่วงเวลาบังคับใช้ภาษีทองแดงบริสุทธิ์แต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0