Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งปีนี้ ยูบีเอสชี้ตัวเลขเดือนกันยายนเป็นตัวแปรสำคัญ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 0.25% ในเดือนกันยายนและธันวาคม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยของกองทุนเฟด (Fed Funds Rate) ขยับจากระดับปัจจุบันที่ 3.50-3.75% ต่อปี ขึ้นไปอยู่ที่ 4.00-4.25% ต่อปี

ยูบีเอส (UBS) ระบุในรายงานมุมมองประจำวันที่ 7 กันยายนว่า ได้ปรับประมาณการดอกเบี้ยเฟดปี 2026 จากเดิมที่คาดว่าจะ 'คงที่' เป็น 'ปรับขึ้น 2 ครั้ง' ทั้งนี้ ประมาณการดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ของสถาบันการลงทุนที่อ้างอิงข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อ ไม่ใช่มติหรือการตัดสินใจอย่างเป็นทางการของเฟดแต่อย่างใด

สำนักสถิติแรงงานสหรัฐรายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% โดยตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 31,000 ตำแหน่ง

อัตราเงินเฟ้อก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟดอย่างมีนัยสำคัญ โดยสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดัชนี PCE เป็นตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันซื้อ ซึ่งเฟดใช้ทั้งดัชนี PCE และดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) เป็นเครื่องมือหลักในการประเมินทิศทางเงินเฟ้อ

ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม เฟดมีมติคงกรอบอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ต่อปี ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 โดยกรรมการ 3 คนสนับสนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

การประชุม FOMC ครั้งถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 กันยายนตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับวันที่ 16-17 กันยายนตามเวลาเกาหลีใต้ ผลการประชุมครั้งนี้พร้อมกับตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อที่จะทยอยประกาศเพิ่มเติม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยของเฟดต่อจากนี้

ยูบีเอสระบุว่า หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงาน โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 60% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้สะท้อนเพียง 'ความคาดหวังของตลาดการเงิน' เท่านั้น ยังไม่ใช่การตัดสินใจที่ชัดเจนของเฟด

คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Christopher Waller) กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า หากตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลง เขาอาจสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่หากเงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ก็อาจต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน คำกล่าวนี้สะท้อนว่าท่าทีของกรรมการเฟดเองยังคงเปิดกว้างและขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ยูบีเอสประเมินว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างจำกัด ในทางกลับกัน ระดับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเพิ่มความผันผวนในระยะสั้นให้กับสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทิศทางดอกเบี้ยถูกจับตาในฐานะปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่องและความต้องการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยคอยน์เบส อินสติทิวชันนัล (Coinbase Institutional) ระบุในบทวิเคราะห์รายสัปดาห์เมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า ผลการประชุม FOMC เดือนกันยายนอาจส่งผลต่อความผันผวนระยะสั้นของบิตคอยน์(BTC)

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยไม่ได้เป็นตัวกำหนดทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC)โดยตรง บทวิเคราะห์ของคอยน์เบส อินสติทิวชันนัล เป็นเพียงการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายของเฟดกับความผันผวนของตลาด ไม่ได้เป็นการคาดการณ์ทิศทางราคาที่ชัดเจนแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนและความเชื่อมโยงกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์ โดยระบุว่าความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามตัวเลขเศรษฐกิจและคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟดจนกว่าจะถึงวันประชุมจริง

ประมาณการของยูบีเอสเป็นการวิเคราะห์ ณ วันที่ 7 กันยายน โดยอ้างอิงตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อล่าสุด ขณะที่เฟดจะพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมในการประชุม FOMC วันที่ 16-17 กันยายนตามเวลาเกาหลีใต้ ก่อนตัดสินใจทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1