Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สุ่ยหยวนเทคโนโลยี(688801) เข้าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ระดมทุน 6,119 ล้านหยวน ปิดจ๊อบชิป AI จีนครบ 4 ราย

สุ่ยหยวนเทคโนโลยี(688801, Suiyuan Technology) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange) กระดานนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STAR Market) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 (เวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้บริษัทผลิตชิป AI สัญชาติจีนรายใหญ่ทั้ง 4 แห่งเข้าสู่ตลาดทุนครบถ้วนแล้ว หลังผ่านขั้นตอนพัฒนาเทคโนโลยีและระดมทุนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสี่บริษัทกำลังจะถูกจับตาว่าจะสามารถผลิตสินค้าปริมาณมากและสร้าง ‘กำไร’ ได้จริงหรือไม่

สุ่ยหยวนเทคโนโลยีเริ่มซื้อขายด้วยรหัสหุ้น 688801 โดยเสนอขายหุ้นทั้งหมด 43,035,173 หุ้น ในราคาหุ้นละ 142.18 หยวน ตามข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และบริษัทเปิดเผยในเอกสารการเสนอขาย การระดมทุนครั้งนี้ทำให้บริษัทได้เงินทุนราว 6,119 ล้านหยวน

ก่อนหน้านี้ มัวร์เธรดส์(688795, Moore Threads) และเมต้าเอ็กซ์(688802, MetaX) จดทะเบียนในกระดาน STAR Market ของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เช่นกัน ส่วนไบเหรินเทคโนโลยี(6082.HK, Biren Technology) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) โดยมัวร์เธรดส์เริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2025 เมต้าเอ็กซ์เริ่มซื้อขายวันที่ 17 ธันวาคมปีเดียวกัน และไบเหรินเทคโนโลยีเริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2026

ทั้งสี่บริษัทพัฒนา ‘ชิปเร่งความเร็ว’ และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับงานฝึกฝนและการอนุมานปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสุ่ยหยวนเทคโนโลยีระบุว่าธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมการ์ดและโมดูลเร่งความเร็ว AI ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ เซิร์ฟเวอร์และคลัสเตอร์ รวมถึงแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ AI การขยายตัวของ AI เชิงสร้างสรรค์ในจีน ความต้องการประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้น และนโยบายส่งเสริมการผลิตชิปในประเทศ ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม การเข้าตลาดหุ้นไม่ได้แปลว่าบริษัทจะมีกำไรทันที ตามหนังสือชี้ชวนของสุ่ยหยวนเทคโนโลยีระบุว่าในปี 2025 บริษัทมีรายได้ 990 ล้านหยวน แต่ขาดทุนสุทธิ 1,164 ล้านหยวน โดยบริษัทชี้แจงว่าต้นทุนด้านการวิจัยพัฒนาและการปรับใช้ผลิตภัณฑ์-ซอฟต์แวร์ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ยังไม่สามารถทำกำไรได้

วังเผิง(Wang Peng) นักวิจัยจากสถาบันสังคมศาสตร์ปักกิ่ง (Beijing Academy of Social Sciences) ให้สัมภาษณ์กับ Securities Times สื่อของจีนว่า “จุดเปลี่ยนสู่การทำกำไรยังต้องจับตาดูต่อไป” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าตลาดยังไม่มั่นใจเต็มที่ว่าบริษัทชิป AI จีนกลุ่มนี้จะสร้างผลตอบแทนทางการเงินได้เร็วแค่ไหน ทั้งนี้ Securities Times ระบุว่าช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานด้านการประมวลผล AI ในจีนที่ขยายตัว รวมถึงความต้องการสินค้าทดแทนสัญชาติจีน เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทนี้

วังเผิงมองว่าการแข่งขันระหว่างทั้งสี่บริษัทจะไม่จำกัดอยู่แค่การเปรียบเทียบประสิทธิภาพชิปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการผลิตสินค้าป้อนคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะขนาดใหญ่ ความเร็วในการนำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปปรับใช้กับโมเดล AI หลักและภาคอุตสาหกรรมจริง ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือการสร้างจุดแข็งเฉพาะตัวในอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมการประมวลผลบางประเภท มีการวิเคราะห์ว่าบริษัทที่สามารถเชื่อมโยงการลงทุนด้านวิจัยพัฒนา ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ ระบบนิเวศซอฟต์แวร์ และคำสั่งซื้อจากลูกค้า ให้กลายเป็นโครงสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน

การเข้าตลาดหุ้นของสุ่ยหยวนเทคโนโลยีทำให้กลุ่มบริษัทชิป AI จีนก้าวข้ามขั้นตอนการพิสูจน์เทคโนโลยี เข้าสู่ช่วงที่ต้องพิสูจน์การนำไปใช้เชิงพาณิชย์และผลประกอบการทางการเงินอย่างจริงจัง จากนี้ไปทั้งสี่บริษัทจะต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถส่งมอบสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ขยายฐานลูกค้า และสร้างโครงสร้างรายได้ที่รองรับต้นทุนวิจัยพัฒนาได้ในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1