ยูนิเครดิต(UniCredit, UCG) ธนาคารรายใหญ่ของอิตาลี กำลังพิจารณา 'ขยาย' ธุรกิจดูแลรักษาทรัพย์สิน (custody) และนายหน้าซื้อขาย (brokerage) สินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมหารือแผนวางโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลที่ครอบคลุมการใช้ผลิตภัณฑ์โทเคไนซ์และสเตเบิลคอยน์ด้วย
บลูมเบิร์ก(Bloomberg) รายงานว่า ยูนิเครดิตอยู่ระหว่างคัดเลือกผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบรองรับการเก็บรักษาและซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลให้ลูกค้า โดยระบุว่าการหารือยังอยู่ใน 'ขั้นต้น' เท่านั้น
ขอบเขตที่ยูนิเครดิตกำลังพิจารณาครอบคลุมตั้งแต่การสร้างศักยภาพด้านคัสโตดีและนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนและพันธบัตรแบบโทเคไนซ์ การเปิดให้ลูกค้าใช้งานสเตเบิลคอยน์ และการเปิดช่องทางลงทุนคริปโตให้ลูกค้า
คัสโตดีคือฟังก์ชันการเก็บรักษาและบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ส่วนนายหน้าทำหน้าที่เชื่อมต่อคำสั่งซื้อ-ขายของลูกค้า ทั้งสองส่วนถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
บลูมเบิร์กรายงานเพิ่มเติมว่า ยูนิเครดิตวางแผนเสนอผลิตภัณฑ์โครงสร้าง (structured product) ที่เชื่อมโยงกับ IBIT กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอตของแบล็กร็อก(BlackRock) ให้แก่ลูกค้ากลุ่มมืออาชีพ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ผูกกับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับลูกค้าธนาคาร
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 บลูมเบิร์กเคยรายงานว่า ยูนิเครดิตมีแผนออก 'ใบรับรองการลงทุน' สกุลเงินดอลลาร์ อายุ 5 ปี ที่เชื่อมโยงกับ IBIT โดยผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบให้คุ้มครองเงินต้นเมื่อครบกำหนด
ในด้านโทเคไนซ์ ยูนิเครดิตเคยดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องมาก่อน โดยเป็นผู้ออก 'มินิบอนด์แบบโทเคไนซ์' บนบล็อกเชนสาธารณะรายแรกของอิตาลี
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ยูนิเครดิตประกาศเข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยใน VC Trade แพลตฟอร์มตลาดสินเชื่อของเยอรมนี บริษัทระบุว่าการลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานตลาดหนี้ดิจิทัล และขยายบริการการเงินดิจิทัลทั่วยุโรป
การประกาศลงทุนใน VC Trade ของยูนิเครดิตยังกล่าวถึงการเข้าซื้อหุ้น 16% ใน BlockInvest บริษัทการเงินที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน รวมถึงการออกมินิบอนด์แบบโทเคไนซ์ควบคู่กันไปด้วย
ยูนิเครดิตยังเข้าร่วมธุรกิจสเตเบิลคอยน์สกุลยูโรผ่านโครงการ 'Qualys' ซึ่งเป็นความร่วมมือของกลุ่มธนาคารยุโรปในการพัฒนาสเตเบิลคอยน์ยูโรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
Qualys ระบุว่าจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลเพื่อรองรับการชำระเงิน การเคลียร์ริ่งสินทรัพย์ และการใช้สินทรัพย์แบบโทเคไนซ์ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์(DNB)
Qualys เปิดเผยว่าปัจจุบันยังไม่ได้ออกเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือให้บริการชำระเงินแก่บุคคลทั่วไปแต่อย่างใด ดังนั้นการเข้าร่วมของยูนิเครดิตจึงยังไม่ได้หมายความว่าจะเปิดบริการสเตเบิลคอยน์สำหรับลูกค้าทั่วไปในทันที
การพิจารณาครั้งนี้สะท้อนว่ายูนิเครดิตกำลังขยายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากผลิตภัณฑ์การเงินรายชิ้น ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านคัสโตดี การซื้อขาย โทเคไนซ์ และการชำระเงินดิจิทัลแบบครบวงจร แต่เนื่องจากการคัดเลือกผู้ให้บริการเทคโนโลยีและขอบเขตธุรกิจยังอยู่ในขั้นต้น จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเปิดให้บริการจริงหรือไม่
ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือขั้นตอนการคัดเลือกผู้ให้บริการเทคโนโลยี และการทบทวนขอบเขตธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น ส่วนกำหนดเวลาเปิดให้บริการและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะขึ้นอยู่กับผลการหารือในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0