ยูบีเอส(UBS) ขยาย 'วงเงินสูงสุด' สำหรับคำเสนอซื้อคืนพันธบัตรเครดิตสวิส(Credit Suisse) เดิม 9 ชุด จาก 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 4,000 ล้านดอลลาร์ ทว่าตัวเลขที่ระบุว่า UBS ซื้อพันธบัตรกลุ่มนี้ไปแล้วรวม 7,930 ล้านดอลลาร์นั้น ยังไม่มีผลประกาศอย่างเป็นทางการมายืนยัน
UBS เริ่มทำคำเสนอซื้อคืนพันธบัตรด้วยเงินสดสำหรับพันธบัตร 9 ชุดที่ออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และปอนด์สเตอร์ลิง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน กลุ่มพันธบัตรที่อยู่ในโครงการนี้รวมถึงพันธบัตรอาวุโสแบบเรียกคืนได้ อัตราดอกเบี้ยคงที่เปลี่ยนเป็นลอยตัว 9.016% และ 6.537% รวมถึงพันธบัตรสกุลยูโรอัตราดอกเบี้ย 7.750%
พันธบัตรบางชุดมีกำหนดครบอายุระหว่างปี 2028 ถึง 2033 โดย UBS ระบุว่าคำเสนอซื้อครั้งนี้ครอบคลุมหนี้เดิมที่ออกในหลายสกุลเงิน
โครงสร้างคำเสนอซื้อแบ่งเป็นสองรูปแบบตามเงื่อนไขของพันธบัตรแต่ละชุด พันธบัตรกลุ่ม 'Any and All' จะรับซื้อทั้งหมดหากผู้ถือยื่นตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนพันธบัตรกลุ่ม 'Maximum Tender' จะพิจารณารับซื้อตามวงเงินจำกัดและลำดับความสำคัญที่กำหนดไว้ต่างหาก
UBS ชี้แจงว่า จำนวนเงินที่รับซื้อจริงจะขึ้นอยู่กับปริมาณพันธบัตรที่ยื่นขายอย่างถูกต้องและการที่พันธบัตรแต่ละชุดเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ดังนั้นวงเงินสูงสุด 4,000 ล้านดอลลาร์จึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นยอดซื้อขั้นสุดท้าย
เมื่อวันที่ 9 กันยายน UBS ประกาศขยายวงเงินสูงสุดของคำเสนอซื้อแบบ Maximum Tender จาก 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 4,000 ล้านดอลลาร์ กำหนดปิดรับคำเสนอซื้ออยู่ที่เวลา 17.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ วันที่ 10 กันยายน ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย
วันชำระราคาที่คาดไว้คือวันที่ 14 กันยายน โดยยอดเงินที่ได้รับการยอมรับขั้นสุดท้ายจะถูกกำหนดจากปริมาณพันธบัตรที่ยื่นขาย ลำดับความสำคัญ และการเข้าเงื่อนไขของคำเสนอซื้อ
UBS ระบุวัตถุประสงค์ของธุรกรรมนี้ว่าเพื่อการระดมทุน การบริหารจัดการ 'ความสามารถในการรองรับผลขาดทุนรวม' หรือ TLAC และการบริหารต้นทุนดอกเบี้ยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ TLAC เป็นกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ธนาคารขนาดใหญ่ต้องมีทุนและหนี้ระยะยาวเพียงพอสำหรับรองรับผลขาดทุนในภาวะวิกฤต
พันธบัตรกลุ่มนี้เดิมออกโดยเครดิตสวิสกรุ๊ป(Credit Suisse Group) ก่อนที่เครดิตสวิสกรุ๊ปจะถูกควบรวมเข้ากับยูบีเอสกรุ๊ป(UBS Group) ในเดือนมิถุนายน 2023 ทำให้ UBS รับช่วงพันธะของผู้ออกตราสารต่อจากเครดิตสวิส
คำเสนอซื้อคืนพันธบัตรครั้งนี้เชื่อมโยงกับประเด็นการหารือเรื่องกฎเกณฑ์เงินกองทุนของ UBS ที่ดำเนินมาต่อเนื่องนับตั้งแต่เครดิตสวิสล่มสลาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลจากทางการที่ระบุว่าคำเสนอซื้อครั้งนี้ส่งผลต่ออัตราส่วนเงินกองทุนหรือราคาหุ้นของ UBS อย่างไร
ในประกาศเมื่อวันที่ 2 กันยายน UBS ระบุว่า หากพันธบัตรกลุ่ม 'Any and All' ทั้ง 3 ชุดได้รับการยื่นขายและยอมรับครบทั้งหมด มูลค่ารวมของคำเสนอซื้อทั้งโครงการอาจสูงถึงประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์ โดยวงเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สำหรับพันธบัตรกลุ่ม Maximum Tender นับแยกต่างหากจากยอดดังกล่าว
ตัวเลขที่ควรระวังไม่ให้สับสนคือผลคำเสนอซื้อครั้งก่อนหน้าในเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่ง UBS ประกาศว่าได้ตอบรับซื้อพันธบัตรรวมมูลค่า 7,668,817,115 ดอลลาร์ (ประมาณ 10.315 ล้านล้านวอน) ตัวเลขชุดนี้เป็นผลของธุรกรรมปี 2025 ซึ่งแยกจากคำเสนอซื้อในเดือนกันยายน 2026 อย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถนำยอดตอบรับครั้งก่อนมารวมเป็นยอดซื้อที่เสร็จสิ้นของธุรกรรมครั้งนี้ได้
จนถึงวันที่ 11 กันยายน ยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการว่า UBS ตอบรับซื้อพันธบัตรในคำเสนอซื้อปี 2026 เป็นมูลค่าเท่าใดในที่สุด ด้วยเหตุนี้การระบุว่าธุรกรรมครั้งนี้ 'ซื้อพันธบัตรเสร็จสิ้นแล้วมูลค่า 7,930 ล้านดอลลาร์' จึงยังไม่มีหลักฐานยืนยันรองรับ
ยอดเงินที่ได้รับการยอมรับขั้นสุดท้ายและผลการชำระราคาจะทราบได้ชัดเจนหลังกระบวนการชำระราคาในวันที่ 14 กันยายน และการประกาศอย่างเป็นทางการจาก UBS ในลำดับถัดไป
ความคิดเห็น 0