Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

กำไร AI·HPC สูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อ MW ต่อปี มากกว่าการขุดบิตคอยน์ 3 เท่า

ศูนย์ขุดและอุปกรณ์พลังงานที่กำลังเปลี่ยนไปเป็นศูนย์ข้อมูล AI / TokenPost.ai

กำไรต่อปีจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำหรับ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) อยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ (MW) หรือราว 2,020 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการขุดบิตคอยน์ประมาณ 3 เท่า ขณะที่บริษัทขุดบิตคอยน์จดทะเบียนกำลังเปลี่ยนทรัพยากรด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูลไปใช้กับ AI·HPC โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนสัญญาให้เป็นรายได้จริง ไม่ใช่เพียงขนาดของสัญญา

คอยน์แชร์ส(CoinShares) ประเมินในรายงาน ‘Bitcoin Mining Report | Q2 2026’ ว่ากำไรต่อปีจาก AI·HPC อยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อ MW ส่วนกำไรต่อปีจากการขุดบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 500,000 ดอลลาร์ต่อ MW หรือราว 670 ล้านบาท

บริษัทขุดบิตคอยน์ที่ลงนามสัญญา AI·HPC มีค่าเฉลี่ย EV/NTM revenue multiple อยู่ที่ 12.9 เท่า ขณะที่บริษัทที่ไม่มีสัญญาดังกล่าวมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.7 เท่า

EV/NTM revenue multiple คือดัชนีที่คำนวณจากมูลค่ากิจการหารด้วยรายได้คาดการณ์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทขุดบิตคอยน์อาจได้รับการประเมินมูลค่าแตกต่างกันตามการมีสัญญาจัดหาพลังงานและศูนย์ข้อมูลให้ลูกค้า AI·HPC

การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเริ่มสะท้อนในผลประกอบการของบางบริษัทแล้ว IREN มีรายได้จากคลาวด์ AI ในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 70.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9.5 หมื่นล้านวอน สูงกว่ารายได้จากการขุดบิตคอยน์ที่ 66.7 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8.98 หมื่นล้านวอนเป็นครั้งแรก

IREN แยกธุรกิจคลาวด์ AI และการขุดบิตคอยน์ออกจากกันในเอกสารผลประกอบการ พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังเดินหน้าปรับเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจคลาวด์ AI

TeraWulf มีรายได้จากการให้เช่า HPC ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 31.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 430 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 71% ของรายได้รวมในช่วงเดียวกันที่ 44.8 ล้านดอลลาร์ หรือราว 603 ล้านบาท

Core Scientific($CORZ) บันทึกขาดทุน 41.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 564 ล้านบาท หลังยุติสัญญาจัดหาเครื่องขุดรุ่นใหม่ โดยสัญญาดังกล่าวครอบคลุมอุปกรณ์ขุดที่มีกำลังประมวลผลประมาณ 15 EH/s

Core Scientific ระบุในเอกสารไตรมาส 2 ว่ากำลังขยายธุรกิจให้เช่าศูนย์ข้อมูล และเปลี่ยนพื้นที่ขุดที่เหลือไปใช้กับการประมวลผลความหนาแน่นสูง การคงอุปกรณ์ขุดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไว้พร้อมเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งานจึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางปรับโครงสร้างธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ขนาดของสัญญากับรายได้จริงยังแตกต่างกันมาก บริษัทขุดบิตคอยน์ที่คอยน์แชร์สกล่าวถึงมีความจุด้านไอทีตามสัญญามากกว่า 4GW แต่ความจุที่เรียกเก็บค่าบริการจริงอยู่ที่ประมาณ 550MW

มูลค่าสัญญาที่เปิดเผยต่อสาธารณะมีมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 134.7 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้ AI·HPC ต่อปีที่เกิดขึ้นจากสัญญาเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.482 แสนล้านบาท

ในสหรัฐฯ ข้อจำกัดในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและความล่าช้าในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากำลังเพิ่มความหายากของพื้นที่ที่มีไฟฟ้าเชื่อมต่ออยู่แล้ว ดังนั้นมูลค่าบริษัทขุดบิตคอยน์อาจขึ้นอยู่ไม่เพียงกับแฮชเรต แต่ยังรวมถึงการ 확보พลังงาน ความเร็วในการเปลี่ยนศูนย์ข้อมูล และการเปลี่ยนสัญญาลูกค้าให้เป็นรายได้จริง

ในไทยก็มีกรณีบริษัทขุดบิตคอยน์ขยายธุรกิจให้เช่าศูนย์ข้อมูล AI·HPC เช่นกัน โดย TokenPost เคยรายงานกรณี Bitdeer ที่ขยายขอบเขตไปสู่ธุรกิจดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการเปลี่ยนความจุตามสัญญาให้เป็นรายได้จริงและต้นทุนการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบริษัท การประเมินผลการดำเนินงานจึงควรพิจารณาความจุที่ส่งมอบจริง รายได้จากการเรียกเก็บค่าบริการ และการปฏิบัติตามสัญญาของลูกค้าควบคู่กับมูลค่ารวมของสัญญาระยะยาว

คอยน์แชร์สระบุว่าการส่งมอบความจุตามสัญญาและการเปลี่ยนเป็นรายได้ที่เรียกเก็บได้จริง ณ ไตรมาส 2 ปี 2026 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษามูลค่าของบริษัทในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1