การเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและวัฏจักรภายในตลาดอาจมีอิทธิพลต่อตลาดกระทิงมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 5 เท่า โดยมีกรณีที่ตลาดปรับตัวขึ้นแม้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหรืออยู่ในระดับสูง
จาง จั๋วเอ่อร์(江卓尔) ผู้ก่อตั้งเลวิทท์ ไมนิงพูล(Levit Mining Pool) ระบุในโพสต์เมื่อวันที่ 18 ว่า “ผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยต่อตลาดกระทิงของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้มีมากนัก ขณะที่การเติบโตและวัฏจักรภายในตลาดมีอิทธิพลมากกว่านโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างน้อย 5 ต่อ 1”
จาง จั๋วเอ่อร์อธิบายว่า ตลาดกระทิงในปี 2013 และ 2021 เกิดขึ้นในช่วงที่มีการขึ้นดอกเบี้ยหรืออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในปี 2021 ที่อัตราดอกเบี้ยสูงและธนาคารกลางสหรัฐดำเนินการลดขนาดงบดุลพร้อมกัน แต่มูลค่าตลาดยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เขามองว่าการเติบโตในระดับสูงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญ โดยตลาดอาจขยายตัวได้ถึง 10 เท่าในหนึ่งรอบตลาดกระทิง ทำให้แรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย
ความแตกต่างด้านขนาดตลาดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังถูกยกมาเป็นเหตุผลประกอบ เนื่องจากมูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลมีขนาดเล็กกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดังนั้น หากเงินทุนใหม่ที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย้ายเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงบางส่วน ก็อาจมีมูลค่ามากพอที่จะชดเชยผลกระทบจากการลดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐได้
จาง จั๋วเอ่อร์ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 10% ขณะที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 50% ความแตกต่างของความเร็วในการเติบโตทำให้การเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยในระดับเดียวกันส่งผลต่อตลาดทั้งสองแตกต่างกัน
การวิเคราะห์นี้ไม่ได้มองข้ามปัจจัยมหภาคอย่างดอกเบี้ยและสภาพคล่อง แต่เน้นว่าควรพิจารณาการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กับการเคลื่อนไหวตามวัฏจักร ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องเปรียบเทียบเพิ่มเติมว่าโครงสร้างตลาดและกระแสเงินทุนในปี 2013 กับปี 2021 มีความเหมือนหรือต่างกันเพียงใด
ความคิดเห็น 0