Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สหรัฐเลื่อนพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY วงการดิไฟ(DeFi)หวั่นกระทบสิทธิ์นักพัฒนาและอนาคตนวัตกรรม

สหรัฐเลื่อนพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY วงการดิไฟ(DeFi)หวั่นกระทบสิทธิ์นักพัฒนาและอนาคตนวัตกรรม / Tokenpost

สหรัฐเดินหน้ายืดเวลาพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY ด้านอุตสาหกรรมดิไฟชี้ ‘กังวลหนัก’ เรื่องข้อจำกัดนักพัฒนา

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) รัฐสภาสหรัฐได้ตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมาย “Digital Asset Market Structure and Investor Protection Act” หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘CLARITY’ ออกไปโดยไม่มีกำหนด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากแวดวงดิไฟ(DeFi) ที่แสดงความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับบทบัญญัติที่อาจจำกัดเสรีภาพของนักพัฒนาและแพลตฟอร์มแบบไร้ศูนย์กลาง

ก่อนที่สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นแกนนำในการเลื่อนการพิจารณาจะออกมาแสดงจุดยืน บรรดาองค์กรและชุมชนในวงการดิไฟก็ได้แสดงความไม่สบายใจต่อรายละเอียดของกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็น ‘โทเคนหุ้น’, ‘รางวัลจากสเตเบิลคอยน์’ และมาตรการควบคุมนักพัฒนา ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดของดิไฟ

กองทุนการศึกษาเพื่อดิไฟ (DeFi Education Fund) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “ร่างกฎหมายในปัจจุบันมีข้อเสนอแก้ไขบางประการที่อาจทำลายเทคโนโลยีดิไฟอย่างรุนแรง หรือซ้ำเติมความซับซ้อนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล” ขณะที่บริษัทร่วมทุนด้านคริปโตหลายแห่งไม่เพียงให้ความเห็นในทำนองเดียวกัน แต่ยังวิจารณ์ว่า ร่างกฎหมาย *ขาดกลไกรับรองที่เหมาะสมสำหรับนักพัฒนา*

อเล็กซานเดอร์ กรีฟ รองประธานฝ่ายนโยบายของพาราไดม์(Paradigm) กล่าวว่า “การคุ้มครองนักพัฒนาและเทคโนโลยีดิไฟ ควรเป็นวาระหลักของกฎหมายฉบับนี้ และร่างปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับ ‘การปรับแก้ครั้งใหญ่’” ขณะที่เจค เชอร์ฟินสกี หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของบริษัทเวเรียนต์(Variant) สะท้อนว่า “เวอร์ชันปัจจุบันยังไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ และอาจส่งผลให้ผู้พัฒนาหรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานต้องเผชิญข้อกำหนด ระบุตัวตนลูกค้า(KYC) หรือข้อบังคับของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (SEC) ที่ไม่สอดรับกับธรรมชาติของดิไฟ”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจาก ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอของคอยน์เบส ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน โดยให้ความเห็นว่าร่างกฎหมาย CLARITY ฉบับนี้จะ ‘จำกัดเสรีภาพของแพลตฟอร์มดิไฟ’ และ ‘ผลักดันธุรกิจคริปโตให้หนีออกจากสหรัฐ’ ไม่กี่วันหลังจากนั้น ทิม สก็อตต์ ประธานคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา ก็ประกาศ ‘หยุดพักชั่วคราว’ กำหนดการพิจารณากฎหมาย

ร่างกฎหมาย CLARITY ยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งสองฝ่ายทางการเมือง โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตบางรายเรียกร้องให้เพิ่มข้อบังคับเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในหัวข้อ ‘ความเสี่ยงในการฟอกเงิน’ ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นที่กองทุนการศึกษาเพื่อดิไฟมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญ

ด้านกลุ่มธนาคารก็พยายามผลักดันให้มีการเพิ่มข้อห้ามเกี่ยวกับการแจก ‘ดอกเบี้ยจากสเตเบิลคอยน์’ ข้อเสนอที่ถูกมองว่า *เอื้อประโยชน์ให้สถาบันการเงินแต่กลับบั่นทอนนวัตกรรม* ในสายตาของแวดวงดิไฟ

ท็อดด์ ฟิลิปส์ ศาสตราจารย์จากคณะบริหารธุรกิจโรบินสัน มหาวิทยาลัยแห่งรัฐจอร์เจีย ให้ความเห็นว่า “สิ่งที่นักพัฒนาในวงการให้ความสำคัญไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ยจากสเตเบิลคอยน์ แต่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืนของระบบ” พร้อมเสริมว่า “ผู้ใช้งานตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาจากศักยภาพของโทเคน ไม่ใช่เพียงว่าจะฝากเงินไว้ที่ไหน”

โคดี คาร์โบนี ซีอีโอของหอการค้าเทคโนโลยีดิจิทัล กล่าวว่า “แนวโน้มปัจจุบันของ CLARITY เหมือนเป็นการตั้งกำแพงขวางวงการดิไฟทั้งระบบ” พร้อมย้ำว่าการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่อง ‘จำเป็นทันที’ โดยระบุว่าภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า อาจมีความคืบหน้าในเชิงบวก

แม้จะยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการพิจารณาใหม่อย่างเป็นทางการ แต่การเดินหน้ากดดันจากภาคเอกชน ตลอดจนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่าจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายของสหรัฐในด้านดิไฟในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ *ความคิดเห็น* จากผู้เชี่ยวชาญชี้ตรงกันว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ที่มุ่งเป้าไปที่ ‘นักพัฒนา’ โดยตรง อาจสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม และลดทอนขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศโดยรวม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1