Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Jumper Exchange เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ มุ่งสู่ศูนย์บัญชาการผลตอบแทนข้ามเชน

Jumper Exchange เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ มุ่งสู่ศูนย์บัญชาการผลตอบแทนข้ามเชน / Tokenpost

จัมเปอร์ เอ็กซ์เชนจ์(Jumper Exchange) กำลังพัฒนาไปไกลเกินกว่าการเป็นแค่แพลตฟอร์มบริดจ์หรือบริการสวอปแบบข้ามเครือข่าย โดยมีเป้าหมายจะกลายเป็น ‘ศูนย์บัญชาการผลตอบแทนแบบครอสเชน’ ที่สามารถบริหารจัดการและวางตำแหน่งสินทรัพย์แบบเรียลไทม์บนหลายเครือข่าย ตามรายงานของ Alea Research เมื่อวันที่ 24 เว็บไซต์ TokenPost ได้เปิดเผยกลยุทธ์ของจัมเปอร์ที่เน้นด้านการเพิ่มประสิทธิภาพรายได้แบบมัลติเชน

จัมเปอร์สร้างบนเทคโนโลยีเราท์เตอร์ของ LI.FI ซึ่งเป็นโปรโตคอลการนำทางข้ามเชนที่พัฒนาโดยฟิลลิป เจนต์เนอร์ และแมกซ์ เคล้งค์ โดยมีการระดมทุนไปแล้วกว่า 52 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันจัมเปอร์รองรับ 62 เครือข่ายบล็อกเชน, 23 บริดจ์ และ 21 แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ (DEX) พร้อมยอดธุรกรรมสะสมกว่า 20.2 พันล้านดอลลาร์ในการใช้บริดจ์ และ 10.7 พันล้านดอลลาร์จากการสวอป DEX

สิ่งที่โดดเด่นของจัมเปอร์คือความสามารถในการใช้งานผ่านหน้าเดียว ทั้งการบริดจ์, การสวอป, และการจัดสรรสินทรัพย์ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากของกระบวนการเคลื่อนย้ายทุนข้ามเครือข่าย Alea Research ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่าแนวทางดังกล่าวช่วยทำให้การบริหารทุนข้ามเชนมีความคล่องตัวและประหยัดเวลา

จากโครงสร้างนี้ จัมเปอร์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการ ได้แก่ ‘จัมเปอร์ เอร์น(Jumper Earn)’ และ ‘จัมเปอร์ พอร์ตโฟลิโอ(Jumper Portfolio)’ ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นแพลตฟอร์มเพียงเพื่อดำเนินธุรกรรม ไปสู่การควบคุมวงจรของการลงทุนทั้งหมด จัมเปอร์ เอร์นเน้นการวิเคราะห์ตำแหน่งใน DeFi, การถือครองเหรียญ, กิจกรรมบนเชน และปัจจัยด้านความเสี่ยง เพื่อแสดงโอกาสในการสร้างรายได้ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล โดยผู้ใช้สามารถดำเนินกลยุทธ์ด้วยการคลิกเดียว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนบริดจ์หรือฝากสินทรัพย์ ขณะที่จัมเปอร์ พอร์ตโฟลิโอทำหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินแบบเรียลไทม์ พร้อมความสามารถในการจัดสมดุลสินทรัพย์ข้ามเชนโดยไม่ต้องถอนหรือบริดจ์ใหม่

จากข้อมูลล่าสุดในเดือนมกราคม 2026 มูลค่ารวมของสินทรัพย์ใน DeFi (TVL) แตะระดับกว่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ โดยอีเธอเรียม(ETH) มีส่วนแบ่งลดลงจากระดับเดิมที่สูงกว่า 90% เหลือเพียงราว 50% ส่งผลให้สินทรัพย์ได้กระจายไปยังเครือข่ายอื่นๆ อย่างอาร์บิทรัม(Arbitrum), เบส(Base) และโซลานา(Solana) ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้โอกาสในการรับผลตอบแทนต้องอาศัยความสามารถในการเคลื่อนย้ายทุนข้ามเชน

ในอดีต การทำฟาร์มผลตอบแทนต้องพึ่งพาหลายอินเทอร์เฟซและโปรโตคอล ตั้งแต่การหากลยุทธ์, บริดจ์สินทรัพย์, ไปจนถึงการติดตามสถานะ ส่งผลให้ผู้ใช้หลายรายเลือกละทิ้งโอกาสเพื่อความสะดวก แต่จัมเปอร์ต้องการแก้ปัญหานี้ด้วยการรวมทุกขั้นตอนไว้ในยูสเซอร์อินเตอร์เฟซเดียว พร้อมใช้สถาปัตยกรรม ‘ไดมอนด์’ จาก LI.FI ที่สามารถจัดการธุรกรรมที่ซับซ้อนภายในคำสั่งเดียวได้ ‘ความคิดเห็น’ จาก Alea Research ระบุว่าวิธีนี้ช่วยลดแรงเสียดทาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทุนข้ามเชน

กลยุทธ์การเติบโตของจัมเปอร์สร้างขึ้นบนระบบ Flywheel โดยข้อมูลการใช้งานจากผู้ที่ดำเนินธุรกรรมบริดจ์และสวอปจะช่วยขับเคลื่อนการสร้างข้อเสนอผลตอบแทนที่ปรับแต่งเฉพาะตัว ซึ่งจะดึงดูดการมีส่วนร่วมมากขึ้น และแปลงยอดผู้ใช้ให้เป็นการบริหารทุนโดยตรง ทำให้จัมเปอร์พัฒนาจากแค่โปรโตคอลนำทาง กลายเป็นแพลตฟอร์มจัดการทุนแบบครบวงจร

อย่างไรก็ตาม ณ เดือนมกราคม 2026 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของจัมเปอร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องผ่านการพิสูจน์ด้านประสิทธิภาพ หากสามารถรักษากลุ่มผู้ใช้ที่เคยใช้เฉพาะสวอปและบริดจ์ ให้อยู่ต่อและใช้ฟีเจอร์บริหารผลตอบแทนได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงที่จัมเปอร์จะกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักในการจัดการสภาพคล่องข้ามเชนในยุคมัลติเชน แต่หากไม่สามารถรักษาผู้ใช้งานได้ ก็อาจถูกมองเป็นเพียงเพลตฟอร์มรวมบริดจ์และ DEX ที่ใช้งานได้ดีเท่านั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1