Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงทดสอบ 65,000 ดอลลาร์ สถาบัน-ETF ยังซื้อแต่ดีมานด์สปอตหดตัวกดราคาต่อ

ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงมาทดสอบโซน ‘65,000 ดอลลาร์’ ท่ามกลางแรงขายกดดันต่อเนื่อง แม้การ ‘ซื้อสะสมจากสถาบัน’ และเม็ดเงินไหลเข้า ETF จะเพิ่มขึ้น แต่มีมุมมองว่าสถานการณ์ ‘ดีมานด์รวมในตลาดหดตัว’ กำลังกดทับราคาอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์เคลื่อนไหวในภาพรวมเชิงลบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้กองทุนบิตคอยน์สปอต ETF จะยังมี ‘กระแสเงินไหลเข้า’ และบริษัทสถาบันอย่าง ‘สไตรค์เทจี(Strategy)’ เดินหน้าซื้ออย่างดุดัน แต่ราคากลับอ่อนตัวลงต่อ ทำให้ตลาดตั้งคำถามต่อโครงสร้าง ‘อุปสงค์ที่แท้จริง’ มากยิ่งขึ้น

ในรายงานจากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) เมื่อวันที่ 27 ระบุว่า ภาพรวมปัจจุบันสะท้อนว่า ‘สถาบันซื้อเพิ่ม แต่ดีมานด์รวมของตลาดยังหดตัว’ และนี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาบิตคอยน์(BTC) ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 66,000–67,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง

‘ดีมานด์สปอต’ หดตัว แม้สถาบันยังซื้อเพิ่ม

ฮูลิโอ โมเรโน(Julio Moreno) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของคริปโตควอนต์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย X ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการอ่อนตัวของราคาบิตคอยน์ คือ ‘การลดลงของอุปสงค์รวมในตลาดสปอต’ ไม่ใช่การหายไปของสถาบัน

เขาใช้ตัวชี้วัด ‘อัตราการเติบโตของดีมานด์ (Demand Growth)’ เป็นฐานวิเคราะห์ โดยตัวชี้วัดนี้เปรียบเทียบระหว่าง ‘จำนวนบิตคอยน์ที่ถูกขุดใหม่’ กับ ‘บิตคอยน์ที่ไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี’ เพื่อประเมินว่า นักลงทุนกำลังสะสมเหรียญเร็วหรือช้าลงเพียงใด

โมเรโนได้ทำการ ‘แยกข้อมูลการซื้อของบิตคอยน์สปอต ETF และสไตรค์เทจี’ ออกจากฐานข้อมูล เพื่อดูภาพของตลาดรวมโดยไม่ให้ยอดซื้อจากสถาบันขนาดใหญ่บิดเบือนผลลัพธ์ ผลการวิเคราะห์พบว่า แม้ ‘ดีมานด์จากสถาบัน’ จะยังเพิ่มขึ้น แต่ ‘ดีมานด์สปอตในภาพรวมตลาด’ กลับอยู่ในภาวะหดตัวต่อเนื่อง

ข้อมูลนี้สะท้อนว่า เม็ดเงินจาก ETF หรือการซื้อครั้งใหญ่ขององค์กร ไม่ได้แปลว่าจะเกิด ‘การฟื้นตัวของความต้องการบิตคอยน์ในวงกว้าง’ ทันที ‘ความคิดเห็น’ แนวโน้มเช่นนี้มักทำให้ราคาแกว่งแรงในกรอบแคบ เพราะตลาดขาดแรงซื้อจากรายย่อยและนักลงทุนทั่วไปมาช่วยพยุงราคา

สไตรค์เทจี กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ ‘ซื้อสะสมต่อเนื่อง’ แทบเพียงรายเดียว

คริปโตควอนต์ยังชี้ในรายงานฉบับเดียวกันว่า ‘ดีมานด์จากภาคองค์กร’ ที่เคยเป็นแรงหนุนสำคัญของบิตคอยน์ กำลังชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรอบกระทิงก่อนหน้า ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ลดการซื้อหรือหยุดสะสม ขณะที่สไตรค์เทจี(Strategy) กลายเป็น ‘ผู้เล่นรายใหญ่แทบเพียงรายเดียว’ ที่ยังเดินหน้าซื้ออย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า สไตรค์เทจีเพิ่งซื้อบิตคอยน์เพิ่มกว่า 1,000 BTC และทำให้ยอด ‘ถือครองรวม’ พุ่งขึ้นแตะราว 762,099 BTC คิดเป็นประมาณ 3.81% ของบิตคอยน์ในระบบทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ‘คำ’ ตัวเลขในระดับนี้สะท้อนอิทธิพลของบริษัทต่อสภาพคล่องและการเคลื่อนไหวของราคาในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านบิตคอยน์สปอต ETF ในสหรัฐ แม้จะทำสถิติ ‘เงินไหลเข้าสุทธิ’ ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ แต่ในสัปดาห์นี้เริ่มเห็นสัญญาณว่า ‘โมเมนตัมการไหลเข้าเริ่มชะลอ’ ซึ่งยิ่งตอกย้ำภาพรวมว่า ดีมานด์ฝั่งซื้อกำลังลดความร้อนแรงลงจากช่วงก่อนหน้า

ราคาบิตคอยน์แกว่ง 66,000 ดอลลาร์ ความผันผวนระยะสั้นพุ่ง

ในวันที่ 27 บิตคอยน์ร่วงลงไปทำจุดต่ำระหว่างวันที่บริเวณ 65,500 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดกลับมาแกว่งตัวแถว 66,300 ดอลลาร์ในช่วงเวลาต่อมา หากมองในกรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ราคายังคงติดลบกว่า 4% สะท้อนภาวะผันผวนระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ‘การซื้อจากสถาบันเพียงอย่างเดียว’ ยังไม่เพียงพอที่จะค้ำราคาบิตคอยน์(BTC) ให้อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างมั่นคง ปัจจัยอย่าง ‘สภาพคล่องของตลาดโดยรวม’ และ ‘ความเชื่อมั่นของนักลงทุน’ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ

‘ความคิดเห็น’ หากโครงสร้างดีมานด์บิตคอยน์ – โดยเฉพาะจากนักลงทุนสปอตในวงกว้าง – ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ตลาดอาจต้องเผชิญกับภาวะผันผวนสูง และการแกว่งตัวในกรอบกว้างต่อไปอีกระยะ โดยนักวิเคราะห์หลายรายเริ่มให้น้ำหนักกับมุมมองว่า ช่วงเวลานี้เป็นเฟสปรับฐานก่อนรอบทิศทางใหม่ มากกว่าจะเป็นเทรนด์ขาขึ้นต่อเนื่องในทันที

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1