คาร์ดาโน(CARDANO) เดินหน้าขยายดีฟาย(DeFi) สู่โลกบิตคอยน์(BTC) หลัง ‘ฟลูอิด โทเคน(Fluid Tokens)’ แพลตฟอร์มดีฟายบนคาร์ดาโน ประกาศความสำเร็จในการทำ ‘อะตอมมิกสวอป(Atomic Swap)’ ระหว่างบิตคอยน์และอีดา(ADA) เป็นครั้งแรก ท่ามกลางภาวะตลาดหมีที่ยืดเยื้อ ความคืบหน้าด้าน ‘การเชื่อมต่อข้ามบล็อกเชน’ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่จับต้องได้ของคาร์ดาโนในรอบนี้
เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ฟลูอิด โทเคนแพลตฟอร์มดีฟายบนคาร์ดาโน เปิดเผยว่าทางโปรโตคอลสามารถดำเนินธุรกรรมอะตอมมิกสวอประหว่างบิตคอยน์(BTC) และอีดา(ADA) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยในธุรกรรมดังกล่าว มีการแลกเปลี่ยน 0.0001 BTC เป็น 50 ADA พร้อมค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายบิตคอยน์ที่ระดับ 15.0 sat/vB โครงสร้างนี้ถือเป็น ‘ตัวอย่างแรก’ ที่แสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนแบบพิสูจน์ด้วยสัดส่วนการถือครองหรือ ‘พรูฟออฟสเตก(PoS)’ อย่างคาร์ดาโน สามารถดึงสภาพคล่องจากบิตคอยน์มาใช้บนดีฟายได้โดยตรง
‘คำ’ จุดเด่นของดีลนี้อยู่ที่การแลกเปลี่ยน BTC-ADA เกิดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบศูนย์กลาง เช่น กระดานเทรดแบบรวมศูนย์ แต่ใช้เพียงสมาร์ตคอนแทรกต์เป็นตัวควบคุมกระบวนการทั้งหมด ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องฝากหรือโอนสินทรัพย์ไปให้บุคคลที่สามดูแล ลดความเสี่ยงด้านการดูแลทรัพย์สิน ขณะเดียวกันยังคงโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการโอนผ่านแพลตฟอร์มแบบดั้งเดิม
ฟลูอิด โทเคนเป็นแพลตฟอร์มมัลติเชนที่ให้บริการหลากหลาย ตั้งแต่การกู้และปล่อยกู้ การสเตกกิง การเช่าเอ็นเอฟที(NFT Lending/Rental) ไปจนถึงการจัดการสภาพคล่องข้ามเชน การเพิ่มฟีเจอร์อะตอมมิกสวอประหว่าง BTC-ADA จึงถูกมองว่าเป็นส่วนขยายตามธรรมชาติของแพลตฟอร์ม และมีบทบาทสำคัญในการดึง ‘สภาพคล่องจากบิตคอยน์’ เข้าสู่ระบบนิเวศดีฟายบนคาร์ดาโนโดยตรง
คาร์ดาโนถูกพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับ ‘การทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่าย’ มาอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคม 2024 (เวลาท้องถิ่น) EMURGO หน่วยธุรกิจเว็บ3 ของคาร์ดาโน ได้ประกาศความร่วมมือกับโครงการบิตคอยน์โอเอส(BitcoinOS: BOS) เพื่อสร้างโครงสร้างเชื่อมโยงสภาพคล่องของบิตคอยน์เข้าสู่คาร์ดาโน BOS ทำหน้าที่เป็นระบบปฏิบัติการที่ช่วยให้เครือข่ายบิตคอยน์รองรับสมาร์ตคอนแทรกต์ได้
หัวใจของความร่วมมือดังกล่าวคือการผนวก ‘BOS เกรลบริดจ์(Grail Bridge)’ เข้ากับคาร์ดาโน โดยอาศัยเทคโนโลยี ‘คำ’ พิสูจน์แบบศูนย์ความรู้ (Zero-Knowledge Proof : ZK) เพื่อให้สามารถเข้าถึงสภาพคล่องของตลาดบิตคอยน์ที่มีมูลค่ารวมราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,968 ล้านล้านวอน) โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม โครงสร้างนี้วางเป้าหมายไว้ตั้งแต่แรกว่า จะต้องรักษาความปลอดภัยและความกระจายศูนย์ของทั้งสองเครือข่ายไปพร้อมกัน ‘ความคิดเห็น’ กรณีอะตอมมิกสวอป BTC-ADA ครั้งนี้จึงถูกตีความว่า เป็นหลักฐานเชิงปฏิบัติการชุดแรกที่ยืนยันว่าโครงสร้างดังกล่าวเริ่มทำงานจริง
ในเชิงยุทธศาสตร์ คาร์ดาโนเริ่มเร่งเครื่องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตของดีฟายบนบิตคอยน์ตั้งแต่ช่วงปี 2025 เป็นต้นมา โดยอาศัย BOS เป็นชั้นโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้คาร์ดาโนกลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายเลเยอร์1 แรก ๆ ที่สามารถนำฟังก์ชันของบิตคอยน์มาใช้บนแอปพลิเคชันดีฟายได้อย่างเป็นรูปธรรม โปรโตคอลอย่างฟลูอิด โทเคนจึงถูกมองว่าเป็นตัวอย่างเชิงรูปธรรมของทิศทางดังกล่าว
หลังการสวอป BTC-ADA ครั้งแรกผ่านฟลูอิด โทเคน ดีแอป(DApp) ภายในระบบนิเวศคาร์ดาโนเริ่มทดลองใช้ความสามารถด้านการขยายเครือข่ายและความยืดหยุ่นเชิงโปรแกรมของ BOS สร้างบริการครอสเชนที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่เพียงแค่ ‘สะพานโอนเหรียญ’ แต่ยังรวมถึงรูปแบบที่บิตคอยน์สามารถถูกใช้เป็นหลักประกัน การปล่อยกู้ หรือแม้แต่การเข้าร่วมในผลิตภัณฑ์อนุพันธ์บนดีฟายได้โดยตรงผ่านสมาร์ตคอนแทรกต์
ภายใต้สภาวะตลาดหมีที่ยังคงกดดันราคาและปริมาณการเทรด จุดที่นักลงทุนและนักพัฒนาหันมาจับตามองมากขึ้นคือ ‘คำ’ การเชื่อมโยงเชิงโครงสร้างระหว่างเครือข่ายหลักอย่างบิตคอยน์และแพลตฟอร์มดีฟายอย่างคาร์ดาโน ความสำเร็จของอะตอมมิกสวอปครั้งนี้สะท้อนว่าแนวคิดเรื่องอินเตอร์ออเปอราบิลิตี (Interoperability) เริ่มเคลื่อนจากระดับแนวคิดสู่การใช้งานจริง คำถามต่อจากนี้คือ ผู้ใช้ปลายทางจะสัมผัสประสบการณ์ที่สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่าพอที่จะหันมาใช้ดีฟายบนคาร์ดาโนที่เชื่อมกับบิตคอยน์หรือไม่ ซึ่งจะกลายเป็นบททดสอบสำคัญของตลาดดีฟายในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0