คาร์ดาโน(ADA) กำลังส่งสัญญาณ ‘เข้าเขตใกล้จุดต่ำสุด’ หลังเผชิญภาวะขาดทุนรุนแรงของนักลงทุนและความผันผวนของราคาอย่างหนัก ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน แซน티เมน트(Santiment) รายงานว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา กระเป๋าเงินที่ยังมีการเคลื่อนไหวของผู้ถือครองคาร์ดาโนมี ‘อัตราขาดทุนเฉลี่ย’ ราว 43% ขณะที่ราคาของคาร์ดาโน(ADA) ร่วงลงมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับระดับราคาช่วงเดือนกันยายนปีก่อน
แซน티เมนต์ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าอัตราส่วน MVRV (มูลค่าตลาดเทียบกับมูลค่าที่รับรู้) ของคาร์ดาโนได้เข้าสู่โซนติดลบในระดับ ‘สุดขั้ว’ ซึ่งตามสถิติในอดีตมักถูกตีความว่าเป็น ‘โอกาสในการเข้าซื้อ’ หรือ ‘เขตสะสม’ สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ‘ความคิดเห็น’ การที่ผลตอบแทนเฉลี่ยของผู้ถือเหรียญส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบมากๆ มักเพิ่มโอกาสการกลับตัวของราคา เพราะแรงขายจากผู้แพนิคมีแนวโน้มถูกดูดซับไปมากแล้ว
แซนติเมนต์ยังเสริมด้วยว่า ช่วงเวลาที่ “นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังติดดอยและขาดทุนหนัก” มักกลายเป็นจุดที่นักลงทุนรายใหญ่และเทรดเดอร์มืออาชีพมองว่าเป็น ‘ช่วงที่ความเสี่ยงด้านราคาลดลง’ จนเริ่มพิจารณาเปิดสถานะเข้าซื้อเพิ่มหรือทยอยสะสม เนื่องจากมองว่าฝั่งขายเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อแรงขายเชิงอารมณ์ถูกระบายไปแล้วจำนวนมาก
ในขณะที่ตัวชี้วัดออนเชนของคาร์ดาโน(ADA) กำลังเข้าใกล้ ‘โซนโอกาส’ แต่บรรยากาศในตลาดอนุพันธ์กลับสะท้อนมุมมองในทางตรงกันข้ามอย่างชัดเจน ข้อมูลจากกระดานเทรด ไบนานซ์(Binance) ระบุว่า อัตรา Funding Rate ของคาร์ดาโนอยู่ในภาวะ ‘ฝั่งชอร์ตครองตลาด’ สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 หมายความว่า เทรดเดอร์จำนวนมากกำลังเดิมพันอย่างหนักว่าราคา ADA จะยังปรับตัวลงต่อ
แซน티เมนต์ชี้ว่า ภาวะที่ ‘Funding เอียงไปด้านเดียวอย่างมาก’ มักกลายเป็นอีกหนึ่ง ‘สัญญาณใกล้จุดต่ำสุด’ ในเชิงประวัติศาสตร์ เนื่องจากเมื่อตลาดเทน้ำหนักไปที่ทางใดทางหนึ่งมากเกินไป มักเพิ่มโอกาสเกิดแรงชอร์ตสควอซหรือสถานะถูกบังคับปิดจำนวนมาก ทำให้ราคาวิ่งสวนทางกับที่นักเก็งกำไรส่วนใหญ่คาดไว้
ปัจจุบันคาร์ดาโน(ADA) หล่นมาอยู่ในอันดับที่ 13 ของตลาดคริปโตตามมูลค่าตลาด อยู่ถัดจากไวท์บิตคอยน์(WBT) และเหนือกว่าบิตคอยน์แคช(BCH) เล็กน้อย ด้านราคาเคลื่อนไหวล่าสุดอยู่ที่ราว 0.26 ดอลลาร์ หรือประมาณ 389 บาท เพิ่มขึ้นราว 2.5% ในกรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่หากเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 3.09 ดอลลาร์ในปี 2021 ยังถือว่าร่วงลงไปแล้วกว่า 92%
นอกจากนี้ แม้ในรอบขาขึ้นของตลาดคริปโตปี 2025 สินทรัพย์หลายตัวจะกลับมาทำจุดสูงใหม่หรือดีดตัวแรง แต่คาร์ดาโน(ADA) กลับไม่สามารถสร้างแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนได้ ส่งผลให้กระแสความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยและกระแสบนโซเชียลลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ภาพอ่อนแอของคาร์ดาโนไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ตลาดอัลท์คอยน์ส่วนใหญ่กำลังเผชิญแรงกดดันในลักษณะคล้ายกัน โซลานา(SOL) ร่วงลงจากจุดสูงสุดในช่วงกระแสเหรียญมีมเมื่อเดือนมกราคม 2025 ประมาณ 70% ขณะที่โดชคอยน์(DOGE) หล่นลงจากจุดสูงสุดเมื่อราว 5 ปีก่อนถึง 87% และบิตคอยน์แคช(BCH) ก็เผชิญแรงขายในระดับใกล้เคียงกัน
เชนลิงก์(LINK) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกจับตาในฐานะโครงการสำคัญของเทรนด์ ‘โทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง’ ก็ยังไม่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนด้านราคาได้อย่างที่คาดหวัง โดยราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2021 ราว 83% แสดงให้เห็นว่าความคาดหวังกับการนำมาใช้จริงยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นแรงซื้อที่ยั่งยืนได้
ขณะเดียวกัน ยังมีบางโปรเจกต์ที่สามารถต้านทานแรงขายของตลาดได้ดีกว่า ทรอน(TRX), ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) และเลโอ(LEO) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับอัลท์คอยน์ตัวอื่น สะท้อนภาพ ‘ภาวะตลาดสองขั้ว’ ที่ชัดเจนมากขึ้นระหว่างเหรียญที่ยังมีสภาพคล่องและดีมานด์รองรับ กับเหรียญที่นักลงทุนลดน้ำหนักการถือครองลงอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด คาร์ดาโน(ADA) จึงกำลังยืนอยู่บนจุดตัดสำคัญที่ ‘สัญญาณเชิงเทคนิคบ่งชี้ใกล้จุดต่ำสุด’ ขณะที่ ‘บรรยากาศในตลาดยังเต็มไปด้วยความมองโลกในแง่ร้าย’ หากแรงชอร์ตสะสมต่อเนื่องไปพร้อมกับ MVRV ที่อยู่ในเขตขาดทุนรุนแรง โอกาสการดีดกลับในรูปแบบชอร์ตสควอซก็มีความเป็นไปได้ แต่หากแรงขายจากฝั่งสปอตและแรงเทขายจากนักลงทุนรายใหญ่ยังมีต่อเนื่อง คาร์ดาโนอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะกลับมาสร้างแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนได้อีกครั้ง ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนจำเป็นต้องจับตาทั้งทิศทางของฟันดิงเรต ปริมาณการซื้อขาย และสัญญาณจากออนเชนควบคู่กันไป ก่อนตัดสินใจว่าจะมองโซนนี้เป็น ‘โอกาสเข้าซื้อ’ หรือเป็นเพียง ‘จุดพักตัวในขาลงใหญ่’ เท่านั้น
ความคิดเห็น 0