Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

MACD ส่งสัญญาณลบครั้งที่ 3 บิตคอยน์(BTC) เสี่ยงเผชิญแรงขายและความผันผวนระยะสั้น

MACD ส่งสัญญาณลบครั้งที่ 3 บิตคอยน์(BTC) เสี่ยงเผชิญแรงขายและความผันผวนระยะสั้น / Tokenpost

บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแถว 68,564 ดอลลาร์ (ราว 1.03 ล้านบาท) ท่ามกลางภาวะลังเลขึ้นลง ขณะที่ตัวชี้วัดเทคนิคสำคัญอย่าง ‘MACD ฮิสโตแกรม’ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ ‘ขาลง’ เพิ่งพลิกตัวลงมาต่ำกว่า ‘เส้น 0’ อีกครั้ง ทำให้หลายฝ่ายเตือนว่า ช่วงสั้นๆ นี้ ‘ความผันผวน’ และ ‘แรงขายทำกำไร’ อาจกลับมารุนแรงขึ้นได้

MACD ฮิสโตแกรมถูกยกให้เป็นเหมือน ‘เครื่องวัดอุณหภูมิของแนวโน้มราคา’ โดยตัว MACD เองคำนวณจากส่วนต่างระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) ระยะสั้น 12 วัน กับ EMA ระยะยาว 26 วัน กลายเป็น ‘เส้น MACD’ จากนั้นจึงนำเส้นนี้ไปคำนวณค่าเฉลี่ย 9 วัน กลายเป็น ‘เส้นสัญญาณ’ หรือ signal line

ส่วนที่ตลาดให้ความสนใจจริงๆ คือ ‘ฮิสโตแกรม’ ซึ่งแสดงผลต่างระหว่างเส้น MACD กับเส้นสัญญาณในรูปแท่งกราฟ หากแท่งอยู่เหนือเส้น 0 มักตีความว่า ‘แรงโมเมนตัมขาขึ้น’ กำลังได้เปรียบ แต่หากแท่งจมน้อยกว่า 0 ลงไป แสดงว่า ‘แรงโมเมนตัมขาลง’ เริ่มครองเกม ยิ่งความชันของแท่งยิ่งกะโดด ก็ยิ่งบ่งชี้ว่าทิศทางแรงซื้อลงทุนเริ่มเทไปข้างใดข้างหนึ่งมากขึ้น

จุดสำคัญคือ MACD ฮิสโตแกรมช่วย ‘กรองสัญญาณรบกวน’ และทำให้เห็น ‘ความแรงของการเปลี่ยนแนวโน้ม’ ชัดขึ้น รอบนี้การที่ฮิสโตแกรมพลิกลงต่ำกว่าเส้น 0 อีกครั้ง จึงถูกมองเป็นสัญญาณว่า ‘แนวโน้มระยะสั้น’ ของบิตคอยน์(BTC) กำลังเทกลับไปทางฝั่งอ่อนตัว

หลังทำจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วราว 126,000 ดอลลาร์ (ราว 19.07 ล้านบาท) สื่อวิเคราะห์ต่างประเทศชี้ว่า ทุกครั้งที่ MACD ฮิสโตแกรมพลิกเป็นลบ ราคาบิตคอยน์(BTC) มักเผชิญแรงขายรุนแรงตามมาอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อฮิสโตแกรมร่วงลงต่ำกว่าเส้น 0 ท่ามกลางบิตคอยน์(BTC) ที่เดิมแกว่งตัวนิ่งๆ แถว 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 15.13 ล้านบาท) อยู่หลายสัปดาห์ แต่สัญญาณดังกล่าวจุดชนวนให้ ‘แนวไซด์เวย์’ พังลง และราคาปรับฐานต่อเนื่องจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน ลงไปบริเวณ 80,000 ดอลลาร์ (ราว 12.11 ล้านบาท) จากเดิมที่เคยทรงอยู่ราว 106,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 16.04 ล้านบาท)

ต่อมา MACD กลับมาพลิกเป็นบวก ส่งแรงให้ตลาดเด้งขึ้นได้ช่วงสั้นๆ แต่แรงซื้อกลับไม่ยั่งยืน เมื่อถึงวันที่ 20 มกราคม ขณะที่บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแถว 90,000 ดอลลาร์ (ราว 13.62 ล้านบาท) MACD ก็หันกลับมาให้สัญญาณอ่อนตัวอีกครั้ง จุดนี้ถูกมองเป็น ‘ไฟเตือนครั้งที่สอง’ ของรอบใหญ่ และท้ายที่สุดราคาก็ไหลลงไปแถว 60,000 ดอลลาร์ (ราว 9.08 ล้านบาท) ช่วงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ก่อนจะมีจังหวะดีดขึ้นบ้าง แต่เพดานการฟื้นตัวถูกจำกัดไว้ราว 75,000 ดอลลาร์ (ราว 11.35 ล้านบาท)

จากพฤติกรรมราคาในรอบที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จำนวนมากมองคล้ายกันว่า “ทุกครั้งที่ MACD พลิกกลับมาเป็นบวก แรงรีบาวด์ของบิตคอยน์(BTC) จะอ่อนลงเรื่อยๆ แต่พอฮิสโตแกรมกลับลงฝั่งลบอีกครั้ง การปรับฐานจะลึกกว่าเดิม” รอบการเปลี่ยนเป็นลบครั้งนี้จึงถือเป็น ‘ครั้งที่สาม’ ในแพตเทิร์นเดียวกัน

แม้ต้องย้ำว่า ‘ตัวชี้วัดทางเทคนิคพูดเรื่องความน่าจะเป็น ไม่ได้การันตีผลลัพธ์’ แต่ข้อเท็จจริงที่ MACD ฮิสโตแกรมเคยเตือน ‘แรงขาย’ ได้ค่อนข้างแม่นในรอบตั้งแต่จุดสูงสุดเดือนตุลาคม ก็ทำให้ผู้เล่นในตลาดยากจะเมินสัญญาณชุดนี้ โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้า บิตคอยน์(BTC) เพิ่งถูกยกย่องว่ามี ‘ความแข็งแกร่ง’ ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดจากสงครามกับอิหร่าน ซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงหลายตัว แต่บิตคอยน์(BTC) ยังประคองตัวได้ดีในสายตานักลงทุนจำนวนไม่น้อย

‘ความคิดเห็น’ นักกลยุทธ์บางรายมองว่า การที่ MACD ฮิสโตแกรมกลับลงฝั่งลบในจังหวะที่ตลาดเพิ่งพิสูจน์ความทนทานต่อข่าวสงคราม อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า ‘ภาพจำเรื่องความแข็งแรง’ ของบิตคอยน์(BTC) จะยังอยู่ต่อหรือเริ่มสั่นคลอน หากราคาทนแรงขายระยะสั้นไม่ได้

สุดท้ายแล้ว จุดที่ต้องจับตาคือ หากมีการรีบาวด์ในช่วงถัดไป มันจะเป็น ‘การเด้งที่สร้างจุดสูงใหม่ได้จริง’ หรือเป็นเพียง ‘ดีดตัวสั้นๆ ในตลาดที่ยังเอียงไปฝั่งขาย’ เพราะตอนนี้เมื่อ MACD ส่ง ‘สัญญาณสีแดง’ ขึ้นมาอีกครั้ง ตลาดบิตคอยน์(BTC) จึงถูกบังคับให้ยกระดับความระมัดระวัง และเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจถี่และแรงขึ้นในระยะสั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1