อุตสาหกรรมคริปโตเริ่มเดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยใช้การนำ ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ มาเป็นเหตุผลหลักในการปรับลดพนักงาน สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจากภาวะ ‘ตลาดซบเซา’ ไปสู่ยุค ‘รีดประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี’ มากกว่าจะเป็นเพียงการตัดงบแบบเดิม ๆ
เมื่อเข้าสู่ปี 2026 บริษัทคริปโตชั้นนำหลายแห่งเริ่มเร่งเครื่อง ‘ลดคน-เพิ่ม AI’ อย่างจริงจัง คริปโตดอตคอม(Crypto.com) ประกาศเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ปรับลดพนักงานราว 12% หรือประมาณ 180 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมดราว 1,500 คน คริส มาซาเล็ก(Kris Marszalek) ซีอีโอ ย้ำชัดว่าการ ‘นำ AI เข้ามาใช้’ คือเหตุผลตรงไปตรงมา พร้อมระบุว่าการผสาน ‘คนเก่ง’ เข้ากับ ‘เครื่องมือ AI’ จะเป็นตัวขับเคลื่อนสู่ระยะการเติบโตใหม่ของบริษัท
ด้านเจมินี(Gemini) ที่บริหารโดยพี่น้องวิงเคิลวอส ก็หันมาจัดทัพครั้งใหญ่ในปี 2026 เช่นกัน โดยลดพนักงานลงสูงสุดถึง 30% เหลือทีมงานราว 445 คน สาเหตุหลักมาจาก ‘ขาดทุน’ ประมาณ 582 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.81 แสนล้านวอน), ราคาบิตคอยน์(BTC) ที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง และส่วนแบ่งตลาดที่หดตัว บริษัทจึงเร่งหมุนทิศ มุ่งเน้นธุรกิจในสหรัฐ และลงทุนใน ‘โครงสร้างพื้นฐาน AI’ เพื่อพยุงประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
กระแสใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและปรับทัพ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แพลตฟอร์มเทรดคริปโตเท่านั้น ฝั่งผู้ให้บริการข้อมูลและโปรโตคอลก็ขยับตามไปในทิศทางเดียวกัน เมซซารี(Messari) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มข้อมูลคริปโต ปรับโครงสร้างองค์กรพร้อมเบนเข็มไปสู่งานบริการสถาบันที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ระบบ AI’ แบบเต็มตัว
บล็อก(Block) บริษัทของ แจ็ค ดอร์ซีย์(Jack Dorsey) ก็เดินเกมแรงไม่แพ้กัน เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทตัดสินใจลดคนไปประมาณ 4,000 ตำแหน่ง คิดเป็นราว 40–50% ของพนักงานทั้งหมด ฝั่งผู้บริหารให้เหตุผลชัดเจนว่า ด้วย ‘เทคโนโลยี AI’ บริษัทสามารถรักษาหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ แม้ใช้จำนวนพนักงานน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
ฝั่งโปรโตคอลและมูลนิธิต่าง ๆ ก็หนีไม่พ้นคลื่น ‘AI + ปรับลดคน’ เช่นกัน มูลนิธิอัลโกแรนด์(ALGO) ปรับลดพนักงานราว 25% หรือประมาณ 50 คน ขณะที่โอพีแล็บส์(OP Labs) ผู้พัฒนา ‘ออปทิมิซึม(OP)’ ลดทีมงานลงราว 20 คน หรือประมาณ 20% ของทั้งองค์กร เพื่อโยกทรัพยากรไปโฟกัสด้าน ‘การพัฒนาเทคโนโลยีหลัก’ มากขึ้น ทั้งสององค์กรชี้ปัจจัยร่วมคือ ‘ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค’ และ ‘สภาพตลาดที่หดตัว’ ทำให้ต้องเร่งจัดระเบียบค่าใช้จ่ายและทรัพยากรใหม่
ในภาพรวม ตลาดคริปโตยังเคลื่อนไหวในกรอบ ‘ขาลง’ อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของคริปโตอยู่ที่ราว 2.39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงประมาณ 1.47% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ช่วง 6 เดือนก่อนหน้า มีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดรวมแล้วราว 1.89 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ระดับมูลค่ารวมตอนนี้เข้าใกล้จุดครึ่งหนึ่งของระดับสูงสุดเดิมที่เคยอยู่แถว 4.28 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนดูเหมือนจะเริ่ม ‘ค่อย ๆ คลายตัว’ ดัชนี ‘ความกลัวและความโลภ’ ในตลาดคริปโตขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 29 แม้ยังถูกจัดให้อยู่ในโซน ‘ความกลัว’ แต่ก็ดีกว่าช่วงเดือนก่อนหน้าที่ตกไปอยู่ในระดับ ‘ความกลัวสุดขีด’
‘ความคิดเห็น’
การปรับลดพนักงานรอบนี้ในอุตสาหกรรมคริปโตจึงไม่ใช่แค่สัญญาณ ‘รัดเข็มขัด’ ตามรอบตลาด แต่สะท้อนการขยับสู่โครงสร้างแบบ ‘AI-first’ ที่เน้นประสิทธิภาพต่อหัวพนักงานมากกว่าการเพิ่มจำนวนคน เมื่อรวมกับภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและการแข่งขันที่รุนแรง มีแนวโน้มสูงว่า ต่อให้ตลาดคริปโตกลับเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว บริษัทต่าง ๆ ก็อาจไม่รีบ ‘ขยายทีม’ แบบเดิม แต่จะเลือกลงทุนใน ‘เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ’ เป็นหลัก ทำให้บทบาทของ AI ในการจัดการต้นทุนและการตัดสินใจทางธุรกิจของภาคคริปโตมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0