ท่ามกลางตลาดคริปโตที่ยังหมุนรอบ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นหลัก ‘ดอจคอยน์(DOGE)’ และ ‘เอ이다(ADA)’ กลับเริ่มส่งสัญญาณ ‘การรีบาวด์’ จนสะดุดตานักลงทุนอีกครั้ง ทั้งสัญญาณทางเทคนิคและข้อมูลบนเชนต่างชี้ไปในทิศทางเชิงบวก ทำให้โอกาส ‘การปรับขึ้นในระยะสั้น’ ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากขึ้น
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อดัง อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) ซึ่งมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์ม X (เดิมทวิตเตอร์) ราว 165,000 คน เปิดเผยว่าดัชนี ‘TD Sequential’ ได้ให้ ‘สัญญาณซื้อ’ พร้อมกันทั้งในดอจคอยน์(DOGE) และเอ이다(ADA) ดัชนีนี้จะใช้ประเมินภาวะ ‘อ่อนแรงของเทรนด์’ เมื่อตลาดปรับขึ้นหรือปรับลงแรงเกินไป และมักถูกใช้เป็นเครื่องมือจับ ‘จุดกลับตัว’ ของราคา
‘ความคิดเห็น’ ดัชนี TD Sequential มักถูกนักเทรดสายเทคนิคใช้เพื่อมองหาจุดกลับตัวระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอยู่ในสภาวะ ‘ขายมากเกินไป’ หรือ ‘ซื้อมากเกินไป’ ดังนั้นการที่ดอจคอยน์และเอิดาได้รับสัญญาณซื้อพร้อมกัน จึงถูกมองว่าเป็นจุดที่นักลงทุนระยะสั้นเริ่มให้ความสนใจ
‘ดอจคอยน์(DOGE)’ ปริมาณธุรกรรมบนเชนพุ่ง 420% หนุนสัญญาณรีบาวด์
ดอจคอยน์(DOGE) ปิดแท่งสัปดาห์ในแดนลบต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ก่อนที่สัญญาณซื้อจากดัชนี TD Sequential จะเริ่มปรากฏขึ้น มาร์ติเนซมองว่า ดอจคอยน์อาจกำลังเตรียมเข้าสู่ช่วง ‘แรลลีคลายกังวล’ หรือ ‘Relief Rally’ ในระยะสั้น หากแรงซื้อใหม่เข้ามาสนับสนุน
ข้อมูลบนเชนยิ่งช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกนี้ขึ้นไปอีก ตามรายงานของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน *Santiment* ปริมาณธุรกรรมบนเครือข่ายดอจคอยน์เพิ่มขึ้นราว ‘420%’ ภายในหนึ่งสัปดาห์ มูลค่าธุรกรรมรวมขยับจากไม่ถึง 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.51 หมื่นล้านบาท) ขึ้นมาแตะกว่า 510 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.71 หมื่นล้านบาท) ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อน ปริมาณยังอยู่แถว ๆ 50 ล้านดอลลาร์เท่านั้น การดีดตัวระดับนี้ถูกมองว่าเป็น ‘การตื่นตัวของเครือข่าย’ ที่ไม่อาจมองข้าม
ด้านราคา ดอจคอยน์(DOGE) แสดงภาพ ‘ความผันผวนเพิ่มขึ้น’ อย่างชัดเจน ในช่วงรีบาวด์กลางสัปดาห์ ราคาไต่ขึ้นไปแถว 0.105 ดอลลาร์ แต่ถูกแรงขายกดกลับลงมาราว 10% และกำลังซื้อขายกันต่ำกว่าโซน 0.095 ดอลลาร์ในปัจจุบัน นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หาก ‘ปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น’ จับมือกับ ‘สัญญาณเทคนิคเชิงบวก’ ได้อย่างต่อเนื่อง โมเมนตัมการรีบาวด์สั้น ๆ ของดอจคอยน์อาจรุนแรงกว่าที่คาด
‘ความคิดเห็น’ ปริมาณธุรกรรมบนเชนที่พุ่งขึ้นมักสะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่หรือกลุ่มนักลงทุนกำลังเคลื่อนไหวชัดเจนมากขึ้น ซึ่งหากตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของปริมาณซื้อขายในตลาดสปอตและอนุพันธ์ ก็อาจเป็นเชื้อเพลิงให้ราคาแกว่งแรงในระยะสั้น
เอ이다(ADA) จับตา ‘แนวรับ 0.23 ดอลลาร์’ เป็นเส้นแบ่งเกม
ฝั่งเอ이다(ADA) ภาพรวมระยะยาวยังเป็นขาลงชัดเจน ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวแถว ‘0.25 ดอลลาร์’ ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในปี 2021 กว่า 90% แม้ต้นสัปดาห์จะพยายามเบรกระดับ 0.30 ดอลลาร์ แต่สุดท้ายไม่ผ่านและไหลลงต่อ ท่ามกลางบรรยากาศย่ำแย่ของอัลท์คอยน์โดยรวม
อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซได้วาง ‘ฉากทัศน์รีบาวด์’ ของเอ이다(ADA) ไว้ค่อนข้างชัด โดยชี้ว่า ‘กุญแจสำคัญ’ อยู่ที่การปิดแท่งสัปดาห์เหนือระดับ ‘0.23 ดอลลาร์’ ให้ได้ หากแนวรับนี้ถูกปกป้องสำเร็จ เส้นทางสู่ ‘0.32 ดอลลาร์’ และต่อเนื่องไปถึง ‘0.37 ดอลลาร์’ อาจเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง แต่หากหลุดลงไปต่ำกว่า 0.23 ดอลลาร์ อย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์จะกลับกลายเป็นลบอย่างชัดเจน และ ‘สคริปต์ฝั่งขาขึ้น’ จะถูกลบไปทันที
ปัจจุบัน เอ이다(ADA) ถูกมองว่าอยู่ในช่วง ‘สะสมพลังบริเวณฐาน’ ภายในเทรนด์ขาลงระยะยาว การจะเกิด ‘เดดแคตราลลี’ หรือ ‘การกลับตัวจริงจัง’ จึงขึ้นอยู่กับว่าราคาในระยะสั้นจะสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญ พร้อมปริมาณซื้อที่หนาแน่นพอหรือไม่
‘ความคิดเห็น’ แนวรับ 0.23 ดอลลาร์ของเอิดามีความสำคัญทั้งในเชิงเทคนิคและจิตวิทยา เพราะเป็นโซนที่ราคาเคยสะสมตัวและเกิดแรงซื้อกลับหลายครั้ง หากยืนอยู่ได้ ตลาดอาจตีความว่าแรงขายเริ่มอ่อนแรง แต่หากหลุดลงอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นของฝั่งบูลอาจถูกทุบลงอีกระลอก
สัญญาณกลับตัวคู่ขนานใน DOGE–ADA จับตาด่านต้าน–แนวรับสำคัญ
การที่ทั้งดอจคอยน์(DOGE) และเอิดา(ADA) ต่างส่ง ‘สัญญาณกลับตัว’ พร้อมกัน ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่ยังโน้มเอียงไปทาง ‘ขาลง’ ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองว่ากำลังเกิด ‘การเปลี่ยนบรรยากาศ’ บางอย่างในกลุ่มอัลท์คอยน์
อย่างไรก็ดี แนวต้านและแนวรับสำคัญของทั้งสองเหรียญยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ดอจคอยน์ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถรักษาโมเมนตัมเหนือโซน 0.095–0.105 ดอลลาร์ ขณะที่เอิดาต้องป้องกันแนวรับ 0.23 ดอลลาร์ ไม่ให้ถูกเจาะลงไป
สุดท้ายแล้ว ‘คำ’ ที่จะตัดสินทิศทางราคาของดอจคอยน์(DOGE) และเอิดา(ADA) ในระยะสั้น อาจไม่ได้อยู่แค่ที่สัญญาณเทคนิคหรือข้อมูลบนเชนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การตอบสนองของตลาดต่อ ‘ระดับราคาเชิงจิตวิทยา’ เหล่านี้ ว่าจะ ‘ปกป้อง’ หรือ ‘ยอมแพ้’ มากกว่ากัน
ความคิดเห็น 0