Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เกาหลีใต้ดันเลิกภาษีกำไรคริปโต แต่ทุ่ม 30억원พัฒนา AI ไล่ล่าธุรกรรมดิจิทัลเข้มข้น

รัฐบาลเกาหลีใต้เดินหน้าสร้าง ‘ระบบ AI ติดตามธุรกรรมคริปโต’ มูลค่ากว่า 30억원 ในขณะที่ ‘การเก็บภาษีคริปโต’ กลับถูกผลักดันให้ยกเลิกในสภา เกิดภาพนโยบายสวนทางกันอย่างชัดเจน ทั้งด้านภาษีและการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พรรคพลังประชาชนของเกาหลีใต้ได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายภาษีเงินได้ โดยมีเป้าหมายยกเลิกแผนจัดเก็บ ‘ภาษีจากกำไรสินทรัพย์ดิจิทัล’ แบบเต็มรูปแบบ เดิมตามกฎหมายปัจจุบัน กำไรจากการลงทุนในคริปโตจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 20% นับตั้งแต่ปี 2027 และหากรวมภาษีท้องถิ่นอัตราภาษีที่แท้จริงจะพุ่งขึ้นถึงราว 22%

ซง ออนซอก ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติของพรรคพลังประชาชน ระบุว่าโครงสร้างภาษีดังกล่าวเข้าข่าย ‘การเก็บภาษีซ้ำซ้อน’ โดยชี้ว่าปัจจุบันคริปโตถูกมองเป็น ‘สินค้า’ ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว การมาจัดเก็บภาษีเงินได้ซ้ำอีกชั้นคือการตีภาษีบนทรัพย์สินชนิดเดียวกันสองต่อ

การยกเลิก ‘ภาษีกำไรจากการลงทุนทางการเงิน’ เมื่อไม่นานมานี้ยิ่งเร่งกระแสถกเถียงเรื่อง ‘ความเป็นธรรม’ ในตลาดทุน เพราะทำให้ภาระภาษีของนักลงทุนหุ้นเบาลง ขณะที่ ‘นักลงทุนคริปโต’ ยังคงถูกเก็บภาษีเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาปฏิบัติด้านภาษีสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และต้นทุนการบริหารจัดเก็บที่สูงเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ ทำให้ ‘ประสิทธิภาพของภาษีคริปโต’ ถูกตั้งคำถามมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง หน่วยงานจัดเก็บภาษีกลับเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการติดตามธุรกรรมคริปโตเต็มที่ กรมสรรพากรเกาหลีใต้ทุ่มงบประมาณราว 30억원 (ประมาณ 200万ดอลลาร์) เพื่อพัฒนา ‘ระบบติดตามธุรกรรมคริปโตด้วย AI’ โดยตั้งเป้าเริ่มใช้งานจริงภายในปลายปี 2026 ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ตรวจจับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ถูกแจ้งหรือไม่เสียภาษีโดยอัตโนมัติ’

สถานการณ์จึงกลายเป็นภาพที่น่าสนใจ เมื่อ ‘ตลาดที่ภาษีอาจถูกยกเลิก’ กลับมี ‘เทคโนโลยีไล่ล่าการหลบเลี่ยงภาษี’ ที่ล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ทิศทางนโยบายกับเครื่องมือบังคับใช้ที่สวนทางกันเช่นนี้ อาจเพิ่มความสับสนให้กับตลาด และทำให้ผู้ลงทุนไม่แน่ใจต่อกรอบกำกับดูแลในระยะยาว

"ความคิดเห็น" หาก ‘ภาษีคริปโต’ ถูกยกเลิกจริง แต่โครงสร้างการติดตามและตรวจสอบยังขยายตัวต่อเนื่อง ตลาดอาจกำลังเดินไปสู่โมเดล ‘กำกับเข้ม – แต่ภาษีอ่อนตัว’ ซึ่งจะกระทบต่อพฤติกรรมผู้เล่นรายใหญ่และรายย่อยแตกต่างกัน

ขณะเดียวกัน ฝ่ายสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายก็เริ่มยกระดับการควบคุมคริปโตที่ติดตามยาก เช่น โมเนโร(XMR) และกลุ่ม ‘ดาร์กคอยน์’ อื่น ๆ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ได้ออกแนวทางจัดการใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การใช้กระเป๋าเงินเฉพาะทาง การจัดเก็บเหรียญผ่านซอฟต์แวร์ ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกอายัดหรือยึดในคดีอาญา

เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งอธิบายว่า ระบบการจัดเก็บหลักฐานได้เปลี่ยนจากการเฝ้าคลังเก็บของจริงในอดีต ไปสู่ยุคที่ต้องบริหาร ‘ที่อยู่กระเป๋าเงิน’ และ ‘คีย์ส่วนตัว’ อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ของหน่วยงานรัฐ

ด้านการกำกับดูแล ‘ผู้ให้บริการ’ ก็เข้มข้นขึ้นเช่นกัน คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้เตรียมบังคับใช้กฎใหม่ในเดือนตุลาคมนี้ ให้ ‘ทุกธุรกรรมบนกระดานเทรดคริปโตภายในประเทศ’ ต้องถูกตรวจสอบแบบเรียลไทม์ หากพบธุรกรรมที่เข้าข่ายต้องสงสัย แพลตฟอร์มต้องรีบ ‘อายัดธุรกรรม’ ทันที พร้อมช่วยเหลือด้านการเยียวยาความเสียหาย และรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานสืบสวน

มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบาย ‘คุ้มครองผู้ใช้งาน’ และการขับเคลื่อนให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กรอบกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ‘อนาคตของภาษีคริปโต’ ในเกาหลียังคงไม่แน่นอน ในขณะที่การกำกับตรวจสอบและกฎระเบียบต่าง ๆ แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างน้อยก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลต้องการควบคุมความเสี่ยงในระบบ มากกว่าปล่อยให้ตลาดเติบโตแบบไร้กรอบ

ท้ายที่สุด ท่ามกลางแรงเสียดทานระหว่าง ‘การยกเลิกภาษีคริปโต’ กับ ‘การเสริมเกราะกำกับดูแล’ ตลาดเกาหลีใต้อาจกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญว่า รัฐจะหาจุดสมดุลระหว่างการปกป้องนักลงทุน การรักษารายได้ภาษี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมคริปโตให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ‘ก้าวต่อไปของนโยบายคริปโตเกาหลีใต้’ จึงเป็นสิ่งที่ผู้เล่นทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1