โคอินเบส(COIN) เปิดให้บริการ ‘สัญญาฟิวเจอร์สหุ้นแบบถาวร (perpetual stock futures)’ แก่ผู้ลงทุนรายบุคคลและสถาบันที่ ‘อยู่นอกสหรัฐ’ อย่างเป็นทางการ โดยขยายจากเดิมที่เน้นเฉพาะ ‘อนุพันธ์คริปโต’ มาสู่หุ้นสหรัฐ พร้อมเดินหน้าแนวทาง ‘Everything Exchange’ ที่ต้องการให้แพลตฟอร์มกลายเป็นศูนย์รวมการเทรดทุกสินทรัพย์ในที่เดียว
โคอินเบสประกาศผ่านบล็อกทางการเมื่อวันศุกร์ (เวลาท้องถิ่น) ว่าจะเปิดให้เทรดสัญญาฟิวเจอร์สแบบถาวรของหุ้นใหญ่ในกลุ่ม ‘Magnificent 7’ ซึ่งรวมถึง แอปเปิล(AAPL), ไมโครซอฟท์(MSFT), อัลฟาเบต(GOOGL), อเมซอน(AMZN), เอ็นวีเดีย(NVDA), เมตา(META) และ เทสลา(TSLA) โดยใช้โครงสร้าง ‘ไม่มีวันหมดอายุ’ ทำให้นักลงทุนสามารถถือสถานะระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในบางเขตอำนาจศาลยังมี ‘ฟิวเจอร์สแบบถาวร’ ที่อ้างอิงกองทุน ETF อย่าง SPY (ตามดัชนี S&P500) และ QQQ (ตามดัชนี Nasdaq 100) ให้เลือกเทรดเพิ่มขึ้นด้วย
โครงสร้าง ‘สัญญาฟิวเจอร์สหุ้นแบบถาวร’ ของโคอินเบสจะชำระราคาด้วยเหรียญสเตเบิลคอยน์ ‘USDC’ แทนการส่งมอบหุ้นจริง โดย USDC เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งออกโดย เซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต(CRCL) การชำระด้วย USDC ช่วยให้ระบบเคลียร์ริ่งทำงานได้ 24 ชั่วโมง และสอดรับกับฐานผู้ใช้คริปโตของโคอินเบสเอง
ระดับ ‘เลเวอเรจ’ ถูกกำหนดแตกต่างกันไปตามประเภทสินทรัพย์ โดย ‘หุ้นรายตัว’ สามารถใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 10 เท่า ขณะที่ฟิวเจอร์ส ETF อย่าง SPY และ QQQ เปิดให้ใช้เลเวอเรจได้สูงสุดถึง 20 เท่า โคอินเบสระบุว่า ‘ความต้องการเปิดรับความเสี่ยงหุ้นตลอด 24 ชั่วโมง’ เพิ่มขึ้นเร็วในกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ และที่ผ่านมา ‘ดีมานด์ส่วนใหญ่’ ไหลไปยังแพลตฟอร์ม DeFi มากกว่าตลาดรวมศูนย์
หนึ่งในแพลตฟอร์มที่โคอินเบสจับตามองคือ ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้เล่นสาย ‘อนุพันธ์สินทรัพย์ดั้งเดิมบนบล็อกเชน’ ที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้ โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ‘ไฮเปอร์ลิควิด’ เพิ่งเปิดตัวฟิวเจอร์สแบบถาวรที่อ้างอิง ‘ดัชนี S&P500’ ทำให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐได้ตลอด 24 ชั่วโมงในรูปแบบออนเชน
‘ความคิดเห็น’ หลายฝั่งมองว่า การแข่งขันด้าน ‘อนุพันธ์ของสินทรัพย์ดั้งเดิม (traditional assets) บนเครือข่ายบล็อกเชน’ กำลังทวีความร้อนแรง โดยเฉพาะช่วงที่ตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาน้ำมันผันผวนสูง และมีการเทรดสัญญาน้ำมันแทบตลอดเวลา ทำให้แนวคิดการดึง ‘อนุพันธ์สินทรัพย์จริง’ มาอยู่บนโครงสร้าง ‘ตลาดคริปโตที่เทรดได้ 24/7’ ถูกพูดถึงและได้รับความสนใจมากขึ้น
โคอินเบสย้ำว่า ‘สัญญาฟิวเจอร์สหุ้นแบบถาวร’ ใหม่นี้ถูกออกแบบด้วย ‘Risk Engine’ ตัวเดียวกับที่ใช้ดูแลตลาดอนุพันธ์คริปโตเดิมของบริษัท จุดสำคัญคือการรองรับ ‘ระบบมาร์จิ้นข้ามสัญญา (cross-margining)’ ระหว่างสถานะฟิวเจอร์สและสินทรัพย์สปอตในบัญชีเดียวกัน เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถบริหารความเสี่ยงในระดับ ‘พอร์ตทั้งหมด’ ได้ดีกว่าเดิม
จากมุมของตลาดอนุพันธ์ การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์อย่าง ‘ฟิวเจอร์สหุ้นแบบถาวร’ มีโอกาสช่วยเพิ่มทั้ง ‘ระยะเวลาที่ผู้ใช้ใช้แพลตฟอร์ม’ และ ‘ความถี่ในการเทรด’ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของรายได้จากค่าธรรมเนียม ‘ความคิดเห็น’ ของผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า ก้าวล่าสุดของโคอินเบสอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สมรภูมิอนุพันธ์ทั่วโลก ‘ขยายออกจากคริปโตสู่หุ้นสหรัฐ’ อย่างจริงจัง และเร่งให้ตลาดแบบ ‘Everything Exchange’ เกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม
ความคิดเห็น 0