บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวกลับมายืนเหนือแนว 7 หมื่นดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังราคาน้ำมันที่เคยพุ่งแรงจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มเย็นลง ตลาดมองว่าการที่ชาติมหาอำนาจร่วมมือกันดูแล ‘ความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือ’ ทำให้ความกังวลเรื่องช็อกด้านพลังงานซึ่งกดดัน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ชะลอลงไปหนึ่งจังหวะ
ตามข้อมูลจาก *โคอินเดสก์* บิตคอยน์(BTC) วันศุกร์ขยับขึ้นไปแตะราว 70,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.062 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ภายในวัน ฟื้นตัวจากระดับต่ำกว่า 68,900 ดอลลาร์ (ราว 1.0335 หมื่นล้านบาท) ที่ถูกทุบลงไปในคืนก่อนหน้า ขณะที่อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP), โซลานา(SOL) และกลุ่มอัลต์คอยน์หลักส่วนใหญ่ปรับขึ้นไม่ถึง 1% สะท้อนว่าภาวะรีบาวด์รอบนี้ ‘เอียงมาทางบิตคอยน์(BTC)’ มากกว่าเหรียญอื่น
‘น้ำมันดิบ’ ร่วง 2% หลังชาติมหาอำนาจส่งสัญญาณร่วมมือ
ตัวจุดประกายสำคัญของการดีดขึ้นรอบนี้คือการย่อตัวของราคาน้ำมันดิบ โดยเวสต์เทกซัส (WTI) ร่วงลงราว 2% มาที่ระดับ 93.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 1.4 แสนบาท) ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ก็อ่อนตัวลงใกล้เคียงกัน สาเหตุหลักมาจากที่สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ต่างออกมาให้คำมั่นจะร่วมมือกันดำเนินมาตรการ ‘รักษาเสถียรภาพตลาดพลังงาน’ และดูแลความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดูเบาบางลง
ในแถลงการณ์ร่วมที่ออกในนามสำนักนายกรัฐมนตรีของเคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำประเทศเหล่านี้ได้ประณามการโจมตีของอิหร่านและเรียกร้องให้ยุติการโจมตีทันที ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็น ‘คอขวด’ สำคัญของการขนส่งน้ำมันดิบโลก การปะทะทางทหารในพื้นที่นี้มักถูกตีความทันทีว่าเป็นตัวเร่งความผันผวนของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ซึ่งย้อนกลับมากดดัน ‘ความต้องการความเสี่ยง’ ในตลาดการเงินทั่วโลก
‘สหรัฐ’ เปรยทั้งผ่อนคว่ำบาตร-พร้อมปล่อย SPR กดดันราคาน้ำมัน
ด้านสหรัฐเองก็ส่งสัญญาณผ่อนคลายต่อราคาน้ำมันออกมาเช่นกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุเมื่อวันก่อนว่าสหรัฐอาจ ‘ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในเร็วๆ นี้’ และยังเปิดช่องว่ามีโอกาสระบาย ‘น้ำมันดิบสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR)’ ออกสู่ตลาดด้วย การที่มี ‘กันชนฝั่งอุปทาน’ ถูกพูดถึงอย่างจริงจัง ทำให้นักลงทุนเริ่มถอยออกจากสมมติฐานเลวร้ายสุดของการช็อกด้านอุปทานน้ำมัน
อย่างไรก็ดี การที่ราคาน้ำมันย่อลงไม่ได้หมายความว่า ‘ความไม่แน่นอนหายไป’ ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลาง WTI ยังยืนเหนือโซนแนวรับสำคัญบริเวณ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 1.4 แสนบาท) และหากเทียบกับก่อนสงคราม ราคายังถือว่าสูงพอจะเป็นตัวสร้าง ‘ความผันผวนจากฝั่งพลังงาน’ ให้ตลาดในทุกเมื่อ
มอตต์ แคปิตอล แมเนจเมนต์ ระบุในอีเมลถึงลูกค้าว่า “ตอนนี้ WTI กำลังยืนอยู่บนโซนแนวรับที่ยิ่งนับวันยิ่งสำคัญ ทั้งยังสอดคล้องกับยอดเดิมและแนวโน้มระยะสั้น” และเสริมว่า “ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือแนวรับและทิศทางยังเป็นขาขึ้น โอกาสที่ราคาจะ ‘เทไปทางขาขึ้น’ ก็ยังสูงอยู่” บริษัทชี้ด้วยว่าการวางตัวของนักลงทุนในตลาดออปชันน้ำมันกำลังเอนเอียงไปทางการคาดการณ์ราคาที่สูงขึ้น
เฟดส่งสัญญาณไม่ชัด–S&P500 หลุดเส้น 200 วัน ‘บิตคอยน์’ เสี่ยงโดนขายตาม
ในเชิงโครงสร้างตลาด มีมุมมองว่าท่าทีที่ไม่ชัดเจนของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) กำลังทำให้ตลาดคริปโต ‘ไวต่อราคาน้ำมัน’ มากขึ้นกว่าเดิม หลังเฟดเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ นักเทรดจึงเริ่ม ‘ถอย’ จากความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยบางส่วน เมื่อความคาดหวังดอกเบี้ยขาลงอ่อนตัว สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตมักมีปัญหาในการสร้างโมเมนตัมของตัวเอง และกลายเป็นเหยื่อของการแกว่งตามปัจจัยมหภาคใหญ่ๆ อย่างน้ำมัน เงินเฟ้อ และค่าเงินดอลลาร์
อีกตัวชี้วัดที่เทรดเดอร์บิตคอยน์(BTC) เริ่มจับตาใกล้ชิดคือดัชนี S&P500 ของตลาดหุ้นนิวยอร์ก ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีปิดต่ำกว่า ‘เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA)’ ที่ถูกมองว่าเป็นโซนแนวรับหลัก นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีก่อน สัญญาณทางเทคนิคนี้มักถูกตีความว่าเป็นการ ‘อ่อนแรงของโมเมนตัมขาขึ้น’ และหากความต้องการหลบความเสี่ยงในตลาดหุ้นทวีความรุนแรง ก็มีโอกาสลามมาสู่ตลาดคริปโตได้ไม่ยาก
โดยสรุป การดีดตัวระยะสั้นของบิตคอยน์(BTC) รอบนี้คือการสะท้อนข่าวดีจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ทว่าความเสี่ยงจากตะวันออกกลาง ท่าทีที่ไม่แน่นอนของเฟด และสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มในตลาดหุ้นสหรัฐยังคงผสมกันเป็นปัจจัยกดดัน ทำให้ ‘ความผันผวน’ ของตลาดคริปโตมีแนวโน้มยืนระยะอีกสักพัก นักลงทุนจึงจำเป็นต้องจับตาทิศทางราคาน้ำมันควบคู่กับจังหวะรีบาวด์ของ S&P500 เพื่อประเมินว่า ‘กระแสความต้องการเสี่ยง’ จะกลับมาติดเครื่องได้จริงหรือไม่ในช่วงถัดไป
ความคิดเห็น: การที่บิตคอยน์(BTC) รีบาวด์แรงกว่าตลาดคริปโตโดยรวม อาจตอกย้ำภาพว่าเม็ดเงินกำลังไหลกลับไปหาสินทรัพย์หลักที่สภาพคล่องสูงและมีเรื่องเล่าเชิงมหภาคชัดเจนกว่าอัลต์คอยน์ ในภาวะที่ความเสี่ยงโลกยังแกว่งแรงแบบนี้ นักลงทุนจำนวนมากอาจเลือก ‘ถือบิตคอยน์(BTC) เป็นแกน’ แล้วค่อยกระจายไปหาเหรียญรองเมื่อภาพมหภาคเริ่มนิ่งกว่านี้
ความคิดเห็น 0