Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ชุมชนคริปโตเดือด! โต้ Vanity Fair เปรียบเป็น ‘ศาสนาที่แพงที่สุดในโลก’ เมินพัฒนาการจริงบนบล็อกเชน

ชุมชนคริปโตโต้ ‘ศาสนาที่แพงที่สุดในโลก’ หลัง Vanity Fair เทียบผู้สนับสนุนเป็นลัทธิคลั่ง

สื่อดัง Vanity Fair ถูกชุมชนคริปโตวิจารณ์หนัก หลังเผยแพร่บทความเชิงเสียดสีที่เปรียบ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ เป็น ‘ศาสนาที่แพงที่สุดในโลก’ และมองผู้สนับสนุนเป็นกลุ่มคลั่งไคล้เกินเหตุ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บิตคอยน์(BTC) ยังคงซื้อขายบริเวณระดับราว 7.3 หมื่นดอลลาร์ สะท้อนว่ามุมมองของสื่อกระแสหลักยัง ‘หลุดจากความเป็นจริงของตลาด’ อยู่มาก ตามเสียงสะท้อนจากฝั่งอุตสาหกรรม

รายงานชิ้นนี้ใช้หัวข้อแนว ‘ผู้ศรัทธาคริปโตตัวจริง’ นำเสนอภาพนักลงทุนยุคแรกและผู้เล่นในอุตสาหกรรมในลักษณะโอเวอร์ ดราม่า และถูกทำให้ตลกขบขัน ปกของเรื่องระบุถึงคริปโตว่าเป็น ‘ศาสนาที่แพงที่สุดในโลก’ พร้อมจัดวางภาพบุคคลในวงการให้ดูคล้ายชนชั้นนำที่ร่วงจากจุดสูงสุด เนื้อหาตลอดทั้งชิ้นเน้นภาพจำของกลุ่มคนที่หมกมุ่นกับการใช้ชีวิตหรูหราและการใช้จ่ายเกินจริง มากกว่าจะพูดถึงการพัฒนาเชิงเทคนิคหรือโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง

เสียงวิจารณ์ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อหลายคนชี้ว่า ภาพลักษณ์ที่ Vanity Fair สร้างขึ้น เป็นตัวอย่างชัดเจนของ ‘ภาพบิดเบือนของคริปโต’ ที่วิเทลิก บูเทอริน(Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม(ETH) เคยเตือนมาโดยตลอด นอกจากนี้ บุคคลระดับแนวหน้าอย่าง ไมเคิล โนโวกราตซ์(Michael Novogratz) จากบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ‘แกแล็กซี ดิจิทัล’ ก็ถูกจับไปใส่บทบาทแบบตัวละครสุดโต่ง ทำให้หลายคนมองว่าเป็นการสร้างคาแรกเตอร์เกินจริงมากกว่าสะท้อนสภาพจริงของอุตสาหกรรม

‘ความคิดเห็น’ – การดึงบุคคลดังไม่กี่รายมาเล่าแบบโฟกัสที่สีสัน ยิ่งตอกย้ำอคติเดิมที่ว่า คริปโตคือเวทีของคนเล่นใหญ่และเก็งกำไรจัด ๆ มากกว่าจะเป็นระบบเทคโนโลยีการเงินที่กำลังพัฒนาอย่างจริงจัง

ด้านปฏิกิริยาจากชุมชน นักพัฒนา ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ และผู้มีส่วนร่วมใน DAO ต่างออกมาโต้แย้งผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างต่อเนื่อง เดนิสัน เบอร์ทรัม(Dennison Bertram) ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มกำกับดูแล on-chain อย่าง ‘ทัลลี(Tally)’ ระบุว่า ปัญหาของบทความนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์คริปโตอย่างเผิน ๆ แต่คือการ ‘เหมารวมทั้งอุตสาหกรรม’ ให้เป็นเพียงวัฒนธรรม ‘ดีเจน (degen)’ หรือกลุ่มนักเก็งกำไรสุดโต่ง

เบอร์ทรัมชี้ว่า สื่อกระแสหลักยังคงเลือกให้พื้นที่กับตัวละครที่สร้างกระแสหรือเรื่องราวดราม่า มากกว่าคนทำงานหน้างานจริงที่กำลังสร้างโปรโตคอลใหม่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน on-chain และดูแลระบบให้ทำงานต่อเนื่องในระดับเทคนิคที่คนทั่วไปมองว่า ‘น่าเบื่อ’ แต่เป็นหัวใจของระบบ เขาเตือนว่าการเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้คนภายนอกไม่ได้เห็นกระบวนการด้านเทคโนโลยี การกำกับดูแลแบบกระจายศูนย์ และการดูแลทดสอบระบบอย่างจริงจังที่เกิดขึ้นทุกวัน

ในมุมด้านภาพลักษณ์ เบอร์ทรัมซึ่งมีพื้นฐานจากสายแฟชั่นโฟโตกราฟี มองว่าภาพถ่ายและสไตล์ของงานที่ Vanity Fair ใช้ มีเจตนาล้อเลียนชัดเจน ทั้งการจัดท่า การแต่งตัว และองค์ประกอบภาพที่ทำให้ตัวละครดูหลุดโลก เขาย้ำว่าการผสมผสานระหว่าง ‘ภาพ’ และ ‘เรื่องเล่า’ ในลักษณะนี้คือปัญหาด้านการ ‘กำหนดกรอบการรับรู้ (framing)’ ที่อาจตรึงภาพลักษณ์เชิงลบของคริปโตในสายตาคนทั่วไปได้อีกนาน

ท่ามกลางข้อถกเถียง สิ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงคือความจริงที่ว่า ระบบนิเวศคริปโตยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดนิ่งตามภาพ ‘อุตสาหกรรมที่เสื่อมถอย’ แบบที่บทความพยายามจะนำเสนอ ปัจจุบันการพัฒนาในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดีไฟ(DeFi), DAO, เลเยอร์2, และโครงสร้างพื้นฐานด้านสเกลลิง ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินบนเชนจำนวนมากยังถูกล็อกและใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง

ในฝั่งราคา ตลาดก็ยังสะท้อนความต้องการของผู้เล่นพอสมควร โดยบิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในโซนราว 7 หมื่นดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่ากลไกตลาดและความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปพร้อมกับข่าวด้านลบหรือกรณีฉ้อโกงที่ถูกหยิบมาขยายผล

‘ความคิดเห็น’ – การที่สื่อเลือกเล่าเฉพาะมุมล้มเหลว ฉ้อโกง หรือภาพความฟุ้งเฟ้อ แม้จะดึงความสนใจได้ง่าย แต่ก็ลดทอนความเข้าใจต่อชั้นเชิงด้านเทคโนโลยีและการทดลองทางเศรษฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงบนบล็อกเชน

สุดท้ายแล้ว ความขัดแย้งรอบบทความนี้จึงย้อนกลับไปสู่คำถามใหญ่ว่า เราควร ‘ให้คำนิยามคริปโตในปัจจุบันอย่างไร’ จะมองมันเป็นเพียงประวัติศาสตร์ของการเก็งกำไร ฟองสบู่ และวัฒนธรรม ‘ดีเจน’ อย่างที่คนบางกลุ่มเชื่อ หรือจะมองให้ลึกถึงระดับโค้ด โปรโตคอล และอินฟราสตรักเจอร์ที่ยังพัฒนาไม่หยุด ‘โค้ดยังถูกเขียนอยู่ทุกวัน’ คือมุมมองจากฝั่งชุมชน ที่ต้องการชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและคำเปรียบเทียบว่าเป็น ‘ศาสนาที่แพงที่สุดในโลก’ อุตสาหกรรมคริปโตยังคงเดินหน้าต่อไป และการตัดสินมันจากภาพจำเพียงด้านเดียว อาจทำให้เรามองข้ามสิ่งที่กำลังก่อรูปอนาคตการเงินอยู่เงียบ ๆ บนเครือข่ายแบบกระจายศูนย์

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1