บริษัทที่ถือครอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ มากที่สุดอย่าง ‘สเตรทิจี(Strategy)’ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ ‘ซื้อวันจันทร์’ ต่อเนื่อง แม้ตะวันออกกลางตึงเครียดและความผันผวนของตลาดคริปโตจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
จากข้อมูลที่ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) เปิดเผย สเตรทิจีได้เข้าซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มอีก 1,031 เหรียญเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว คิดเป็นมูลราว 76.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,143 พันล้านวอน) โดยมีราคาเฉลี่ยต่อเหรียญอยู่ที่ 74,326 ดอลลาร์ สภาพตลาดในช่วงที่เข้าซื้อเป็นช่วงที่บิตคอยน์(BTC) ยังคงยืนเหนือระดับ 74,000 ดอลลาร์ ก่อนที่ราคาจะดิ่งลงแรงรอบการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC)
การซื้อครั้งล่าสุดทำให้ยอดถือครองรวมของสเตรทิจีเพิ่มขึ้นเป็น 762,099 BTC มูลค่าลงทุนสะสมรวมราว 57,690 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับสูงสุดในบรรดาบริษัทเอกชนที่ลงทุนในบิตคอยน์(BTC) ‘ความคิดเห็น’ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นระยะยาวต่อสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนี้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อรอบนี้ถือว่าลดลงมากเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยก่อนหน้านี้สเตรทิจีเพิ่งทุ่มเงินกว่า 1,570 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มถึง 22,337 เหรียญ แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการปรับ ‘ความแรง’ ของการเข้าซื้อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วง
ปัจจุบันราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์ ทำให้สถานะการลงทุนของสเตรทิจีถูกประเมินว่าอยู่ในภาวะ ‘ขาดทุนตามมูลค่าตลาด’ ชั่วคราว โดยเฉพาะหลังจาก ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ ส่งสัญญาณเกี่ยวกับประเด็นสงครามกับอิหร่าน ราคาบิตคอยน์(BTC) ดีดตัวขึ้นไปแตะบริเวณ 71,500 ดอลลาร์ ก่อนจะร่วงลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นภาวะ ‘การดีดตัวหลอก’ ที่ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุนคริปโต
แม้ต้องเผชิญทั้งความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน สเตรทิจียังคงยึดมั่นกลยุทธ์สะสมบิตคอยน์(BTC) อย่างสม่ำเสมอและมองการลงทุนในกรอบระยะยาว ‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุนสถาบัน การเคลื่อนไหวของสเตรทิจีถูกมองเป็นตัวอย่างเชิงสัญลักษณ์ของ “ดีมานด์จากภาคธุรกิจ” ที่ยังหนุนหลังบิตคอยน์(BTC) ท่ามกลางตลาดที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา
ความคิดเห็น 0