ริปเปิล(XRP) กำลังเผชิญแรงขายหนัก แม้จะมีข่าวเชิงบวกออกมาเมื่อไม่นานนี้ แต่ราคายังไม่สามารถ ‘เด้งกลับ’ ได้ ในขณะที่บิตคอยน์(BTC) ซบเซาและทำให้ตลาดอัลต์คอยน์ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ การหลุดแนวรับสำคัญต่อเนื่องยิ่งเพิ่มโอกาส ‘ขาลง’ ให้กับริปเปิล(XRP) มากขึ้น
นักวิเคราะห์ตลาดชื่อ RLinda มองในมุมเทคนิคว่าริปเปิล(XRP) กำลังเผชิญกับ ‘แรงกดดันขาลง’ อย่างชัดเจน แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นที่เพิ่งสร้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนถูกขายทิ้งจนหลุดลงมาในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้แรงซื้ออ่อนกำลัง และทำให้โอกาสรีบาวด์ในระยะสั้นแทบหายไป โดยระดับแนวรับสำคัญที่ ‘1.452ดอลลาร์’ ซึ่งถือเป็นโซนรับหลักก็ถูกทะลุลงมาแล้ว ทำให้ความเสี่ยงขาลงยิ่งเพิ่มขึ้น
หลังจากนั้นราคาได้ไหลลงต่อจนหลุดแนวรับถัดไปบริเวณ ‘1.4236ดอลลาร์’ ซึ่งเป็นสัญญาณลบอีกรอบ หากโมเมนตัมในตอนนี้ยังดำเนินต่อ นักวิเคราะห์ประเมินว่าโซนแนวรับถัดไปจะอยู่แถว ‘1.38ดอลลาร์’ แต่แม้ระดับนี้ก็ยังถูกมองว่า ‘ป้องกันได้ไม่มั่นคง’ ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาของริปเปิล(XRP) มีโอกาสยืดเยื้อต่อไปอีกระยะ
‘ความคิดเห็น’ ในเชิงเทคนิค ภาพรวมตอนนี้คือโครงสร้างราคาเปลี่ยนจากการพยายามฟอร์มฐาน กลายเป็นการไล่หาจุดรับใหม่ด้านล่าง ซึ่งมักทำให้เทรดเดอร์ระยะสั้นเลือก “รอดูท่าที” มากกว่าจะเข้าซื้อดักจับจุดต่ำ
ราคาที่อ่อนตัวไม่ใช่สัญญาณลบเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลบนเชนก็สะท้อนภาพที่ไม่ดีเช่นกัน ตามสถิติจากเครือข่าย ‘เอ็กซ์อาร์พี เล저(XRPL)’ การใช้งานเครือข่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด การมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้อยลงมักตีความได้ว่า ‘นักลงทุนทยอยลดการถือครองหรือความสนใจ’ ซึ่งถือเป็นสัญญาณด้านพื้นฐานที่ไม่เอื้อกับทิศทางราคา
ปริมาณการซื้อขายริปเปิล(XRP) รายวันบนกระดานเทรดต่าง ๆ ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนธุรกรรมบนเลเจอร์ก็ร่วงลงแรงเช่นกัน ด้านจำนวนบัญชีที่เคยทำสถิติสูงสุด กลับลดลงมาเหลือเพียงราว ‘12,000 บัญชี’ สะท้อนว่าการเติบโตของเครือข่ายชะลอลงอย่างชัดเจน
ในตลาดโทเค็นสินทรัพย์จริง (Real World Assets: RWA) ริปเปิล(XRP) ก็ยังทำผลงานได้ไม่โดดเด่น ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม RWA.xyz ระบุว่า จำนวนผู้ถือโทเค็น RWA บน XRPL ยังไม่ถึง ‘4,000 ราย’ ด้วยซ้ำ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเครือข่ายนี้ยังเสียเปรียบเมื่อเทียบกับบล็อกเชนรายใหญ่เครือข่ายอื่น ๆ ทั้งในแง่ผู้ใช้และระบบนิเวศ
ภาพรวมตอนนี้ ริปเปิล(XRP) กำลังเจอ ‘แรงกดดันสองด้าน’ ทั้งจากราคาและปัจจัยบนเชน การจะกลับตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญจึงน่าจะต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอย่างการฟื้นตัวของสภาพคล่องในตลาดคริปโต หรือการรีบาวด์รอบใหม่ของบิตคอยน์(BTC) มาช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุน
ดังนั้น ในระยะสั้นน้ำหนักจึงยังเทไปทาง ‘โอกาสลงต่อ’ มากกว่า แต่ทิศทางอาจเปลี่ยนได้เร็วหากมีการพลิกฟื้นของตลาดโดยรวม หรือมีเม็ดเงินใหม่ไหลกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยง ตอนนี้จึงเป็นช่วงที่ ‘ทิศทางของตลาดคริปโตทั้งหมด’ มีผลต่อริปเปิล(XRP) มากกว่า ‘ข่าวดีเฉพาะโทเค็นเดียว’ อย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0