เครือข่ายคาร์ดาโนและเหรียญ ‘เอ이다(ADA)’ กำลังถูกจับตาหนัก หลังมีแผนอัปเกรดครั้งใหญ่ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของระบบนิเวศทั้งหมด เมื่อองค์กรหลักของคาร์ดาโนอย่าง อินเตอร์เซกต์(Intersect) เปิดเผยกำหนดการอัปเดต ‘โนด 10.7.0’ ซึ่งเป็นขั้นตอนเตรียมความพร้อมสู่ฮาร์ดฟอร์ก ‘แวน รอสเซม(Van Rossem)’ อย่างเป็นทางการ
อินเตอร์เซกต์ระบุในการประกาศล่าสุดว่า เวอร์ชันพรีรีลีสของคาร์ดาโน โนด 10.7.0 คาดว่าจะถูกปล่อยภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยการทดสอบด้านประสิทธิภาพ (벤치마킹) ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับ การปล่อยใช้จริงจะพิจารณาตามผลการทดสอบประสิทธิภาพและการทดสอบรวมระบบอีกครั้ง หลังจากนั้นมีโอกาสสูงว่าจะมีอัปเดตย่อยตามมาอย่างต่อเนื่อง
การอัปเดตโนด 10.7.0 ครั้งนี้ถือเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านโปรโตคอลไปสู่เวอร์ชัน 11 ผ่านฮาร์ดฟอร์ก ‘แวน รอสเซม’ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การยกระดับ ‘สมาร์ตคอนแทรกต์’ และเพิ่มประสิทธิภาพของตัวโนดเอง ขณะเดียวกันเครื่องมือซิงก์ข้อมูลเชนอย่าง ‘DBSync’ ก็เตรียมปล่อยเวอร์ชันใหม่ให้สอดรับกับโปรโตคอลชุดนี้ด้วย
จุดที่นักพัฒนาจับตามองเป็นพิเศษคือ การอัปเกรดครั้งนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ‘การซีเรียลไลซ์(Serialization)’ ทำให้ความเสี่ยงในการชนกับ ‘ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต’ อยู่ในระดับต่ำ นักพัฒนาคาดว่าสามารถทดสอบบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้โดยไม่ต้องกังวลปัญหาความเข้ากันได้ ด้านเทสต์เน็ตได้เริ่มทดสอบฟีเจอร์ที่อิงโปรโตคอลเวอร์ชัน 11 ไปแล้วในบางส่วน
‘คำ’โปรโตคอล 11 ดันฟลูตัส พลัสสมาร์ตคอนแทรกต์
หัวใจของโปรโตคอลเวอร์ชัน 11 คือการอัปเกรดแพลตฟอร์มสมาร์ตคอนแทรกต์ของคาร์ดาโนอย่าง ‘ฟลูตัส(Plutus)’ ให้รองรับฟังก์ชันใหม่ๆ มากขึ้น มีการเพิ่ม ‘ฟังก์ชันในตัว’ (built-in functions) หลายรายการ เช่น การรองรับประเภทข้อมูลแบบอาร์เรย์ (CIP-138), ประเภท MaryEraValue (CIP-153) และการคำนวณเลขกำลังแบบโมดูลาร์ (CIP-109) นอกจากนี้ยังมีการเสริมความสามารถด้านการจัดการลิสต์ และการคำนวณแบบมัลติสเกลาร์ที่ซับซ้อนขึ้น
การอัปเกรดเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นฐานสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนา ‘แอปกระจายศูนย์ (DApp)’ รวมถึงเปิดทางให้สร้างแอปการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้นบนเครือข่ายคาร์ดาโน ฟังก์ชันบางส่วนได้เปิดใช้งานแล้วบนเทสต์เน็ต และชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาก็ผ่านการอัปเดตให้รองรับโปรโตคอลใหม่เรียบร้อย
‘คำ’2026 จะเป็นปีจุดเปลี่ยนของเอ이다(ADA) หรือไม่
ฝั่งตลาดมองปี 2026 ว่าอาจเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ของคาร์ดาโนและเอ이다(ADA) ตามมุมมองของแพลตฟอร์มเทรดดิ้งอย่าง แท็บทูลส์(TapTools) ที่ประเมินว่าหลายปัจจัยบวกจะทยอยเข้ามาพร้อมกัน นอกจากฮาร์ดฟอร์ก ‘แวน รอสเซม’ แล้ว ยังมีการเปิดเมนเน็ตของโปรเจกต์ด้านความเป็นส่วนตัว ‘มิดไนท์(Midnight)’, การอัปเกรด ‘โอโรโบรอส เลโอส(Ouroboros Leios)’ รวมถึงความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ผ่านร่างกฎหมาย ‘CLARITY’ ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะ ‘CLARITY’ ถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินสถาบันเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ได้จัดประเภทเอ이다(ADA) เป็น ‘สินค้า ดิจิทัล (digital commodity)’ แทนที่จะเป็นหลักทรัพย์ ทำให้หากกรอบกฎระเบียบมีความชัดเจนมากขึ้น ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายก็จะลดลง และอาจเปิดทางให้สถาบันเพิ่มสัดส่วนการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
อีกด้านหนึ่ง กองทุนเกรย์สเกล(Grayscale) ได้ยื่นขอจัดตั้ง ETF อ้างอิงเอ이다(ADA) มาแล้ว และขั้นตอนการพิจารณาก็ดำเนินมาไกลพอสมควร หาก ‘ETF เอ이다’ ได้รับไฟเขียวและออกสู่ตลาดจริง อาจกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญให้เม็ดเงินจากสถาบันไหลเข้าสู่ระบบนิเวศคาร์ดาโนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปัจจุบัน เอ이다(ADA) เคลื่อนไหวอยู่ราว 1.38 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,056 บาท โดยในระยะสั้นราคาปรับตัวอ่อนลงเล็กน้อยราว 2% แม้แนวโน้มใกล้ตัวจะยังไม่ร้อนแรง แต่หากการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ ผนวกกับปัจจัยเชิงกฎหมายและผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่อย่าง ETF เดินหน้าไปตามแผน ก็มีโอกาสสูงที่ปี 2026 จะถูกจดจำว่าเป็นปี ‘จุดเปลี่ยน’ ที่กำหนดทิศทางระยะกลางถึงระยะยาวของเอ이다(ADA) และคาร์ดาโนทั้งหมด
"ความคิดเห็น" สำหรับนักลงทุน ควรจับตาทั้ง ‘ความคืบหน้าทางเทคนิค’ เช่น สถานะฮาร์ดฟอร์ก แวน รอสเซม และการอัปเกรดฟลูตัส ควบคู่กับ ‘สัญญาณด้านนโยบาย’ อย่างการเดินหน้าของ CLARITY และความคืบหน้าของ ETF เอ이다 เพราะหากทั้งสองขาเดินไปพร้อมกัน ทั้งเทคโนโลยีและกฎระเบียบอาจส่งแรงหนุนราคาที่ชัดเจนกว่ารอบก่อนๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0