สเตรทิจี(Strategy) ย้ำภาพลักษณ์บริษัทไม่ใช่แค่ ‘บริษัทบิตคอยน์(BTC)’ แต่กำลังเร่งปรับโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้นผ่านธุรกิจซอฟต์แวร์และ ‘AI’ เพื่อสร้างฐานรายได้ยั่งยืน รองรับโมเดล Treasury ที่ใช้บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์หลัก โดยทั้งสองธุรกิจถูกมองว่าเป็นแกนคู่ที่เสริมกันมากกว่าจะเป็นแค่การถือครองคริปโตเพียงอย่างเดียว
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ฝง เหล่อ(Phong Le) CEO สเตรทิจี โพสต์ผ่าน ‘เอ็กซ์(X)’ ระบุว่า ผลประกอบการของบริษัท “ไม่ได้เกิดจากบิตคอยน์บนงบดุลเพียงอย่างเดียว” แต่เป็นผลลัพธ์จาก ‘ซอฟต์แวร์’ และโมเดล Treasury ที่ใช้บิตคอยน์ร่วมกัน พร้อมชี้ว่าควรมองภาพรวมเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ลดทอนบริษัทเหลือแค่สถานะ ‘โฮลดิ้ง BTC’
เหล่อระบุว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์ของสเตรทิจีในไตรมาส 1 ปี 2026 ทำผลงานดีที่สุดในรอบราว 10 ปี รายได้รวมจากซอฟต์แวร์เติบโต 12% ขณะที่รายได้จาก ‘คลาวด์’ พุ่งขึ้นถึง 59% มาร์จินที่ปรับปรุงแล้วดีขึ้นอีก 27% ทำให้กระแสเงินสดแข็งแรงพอจะรองรับต้นทุนการดำเนินงานและการถือครองบิตคอยน์ เขาจึงนิยามธุรกิจซอฟต์แวร์ว่าเป็น “แกนหลักของกลยุทธ์ Treasury” มากกว่าจะเป็นแค่ “มรดกของบริษัทยุคเก่า”
ปัจจุบันสเตรทิจีอ้างว่ามีพนักงานราว 1,500 คน ให้บริการลูกค้ามากกว่า 3,000 ราย มีผู้ใช้งานแอ็กทีฟรวมเกิน 500,000 คน และมีฐานลูกค้าที่เป็นบริษัทในดัชนี ‘ฟอร์จูน 500’ เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด จุดแข็งเหล่านี้ถูกต่อยอดจากประสบการณ์ดำเนินธุรกิจซอฟต์แวร์ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 1989 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 1998 พร้อมการขยายบริการไปแล้วมากกว่า 25 ประเทศ
อีกด้านหนึ่ง สเตรทิจียังเน้น ‘สถานะในตลาดทุนและการกำกับดูแล’ ว่าเป็นจุดต่างจากบริษัทคริปโตทั่วไป ด้วยการเป็นบริษัทจดทะเบียนในแนสแด็ก(Nasdaq) มี ‘KPMG’ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี และผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลหลายรายการ ทั้ง ‘SOC 2 Type 2’, ‘ISO 27001’, ‘FedRAMP’, ‘PCI DSS’, ‘HIPAA’ และ ‘GDPR’ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นกำแพงป้องกันความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
เหล่อยังมองว่า ‘บิตคอยน์’ เองก็ย้อนกลับมาเสริมธุรกิจซอฟต์แวร์เช่นกัน เขาอธิบายว่า การนำบิตคอยน์มาใช้เป็นสินทรัพย์ในงบดุลช่วยยกระดับขวัญกำลังใจของพนักงาน และเปลี่ยนมุมมองของลูกค้า จากเดิมที่มีท่าทีลังเลหรือสงสัย กลายเป็นความอยากรู้อยากลองและการสนับสนุนมากขึ้น เมื่อบริษัทแสดงให้เห็นว่าสามารถบริหารความเสี่ยงและผสานคริปโตเข้ากับธุรกิจซอฟต์แวร์ดั้งเดิมได้จริง
ในเชิงเทคโนโลยี สเตรทิจีวางแผนเร่งขยายแพลตฟอร์ม ‘โมเสก(Mosaic)’ ซึ่งเป็นโซลูชัน ‘AI ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล’ เพื่อใช้ ‘อัตโนมัติ’ งานภายในองค์กรให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทำรายงาน ไปจนถึงเวิร์กโฟลว์ธุรกิจซับซ้อน บริษัทตั้งเป้าให้ซอฟต์แวร์องค์กรมีความ ‘อิสระ’ และ ‘ยืดหยุ่นปรับตัว’ ได้เองมากขึ้น ช่วยลดภาระทีมงานและสร้างคุณค่าทางธุรกิจใหม่ๆ ให้ลูกค้าองค์กร
‘ความคิดเห็น’ ปัจจุบันตลาดการเงินยังมองสเตรทิจีเป็นหลักในฐานะ ‘บริษัทที่ถือบิตคอยน์จำนวนมาก’ มากกว่าที่จะเห็นรายละเอียดโครงสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์และการลงทุนด้าน AI อย่างไรก็ตาม ฝั่งผู้บริหารพยายามวางกรอบใหม่ให้บริษัทถูกมองเป็น ‘ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรและ AI ที่ใช้บิตคอยน์เป็นแกนของกลยุทธ์ Treasury’ มากกว่าจะเป็นกองทุนบิตคอยน์ในคราบบริษัทจดทะเบียน ท่ามกลางมุมมองที่เริ่มแตกต่างกันนี้ ราคาหุ้น MSTR ณ เวลาเผยแพร่ข่าวซื้อขายอยู่ที่ 187.59 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดยังจับตาว่า โมเดลที่ให้ ‘บิตคอยน์’ และ ‘ซอฟต์แวร์’ เสริมกันและกันจะพิสูจน์ตัวเองได้ต่อเนื่องเพียงใดในวัฏจักรคริปโตและเศรษฐกิจรอบใหม่ที่จะมาถึง
ความคิดเห็น 0