XDC แซง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ขึ้นอันดับ ‘เหรียญที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด’ บนแพลตฟอร์มข้อมูลคริปโตชื่อดังอย่าง *CoinMarketCap* ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา กระแสความสนใจที่พุ่งขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้มาจากแค่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่ถูกเชื่อมโยงกับโครงสร้างโปรเจกต์ที่มุ่งแก้ปัญหา ‘การเงินการค้าโลก’ และกรณีการนำไปใช้โดยสถาบันการเงินจริง ทำให้ตลาดเริ่มมอง XDC ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านชำระเงินสำหรับสถาบัน มากกว่าแค่ ‘อัลท์คอยน์’ ตัวหนึ่ง
ผู้ใช้งานชื่อ X Finance Bull ให้ความเห็นบนแพลตฟอร์ม ‘X’ ว่า ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก XDC มาก่อน แต่การที่ ‘ความสนใจเพิ่มขึ้น’ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พร้อมระบุว่า “กำลังมีบางอย่างถูกสะสมอยู่ ซึ่งตลาดยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง” ‘ความคิดเห็น’ นี้ชี้ไปที่การออกแบบของเครือข่าย XDC ซึ่งตั้งใจมุ่งเป้าไปยังช่องว่างในตลาด ‘การเงินการค้า’ มูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยช่องว่างดังกล่าวหมายถึงส่วนต่างระหว่างเงินทุนที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องการ กับปริมาณสินเชื่อที่ธนาคารยอมปล่อยจริง
ปัจจุบัน การเงินการค้ายังอาศัยเอกสารกระดาษ การตรวจสอบแบบแมนนวล และกระบวนการชำระราคาที่ใช้เวลาหลายวัน ทำให้เกิดต้นทุนและความล่าช้าสูง X Finance Bull ชี้ว่า XDC ถูกออกแบบมาเพื่อแก้สมการนี้ ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคอย่าง ความเร็วการประมวลผลราว 2,000 ธุรกรรมต่อวินาที (TPS), การยืนยันธุรกรรมสุดท้ายภายในประมาณ 2 วินาที, ค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่ำแทบเป็นศูนย์, โหนดมาสเตอร์โนดที่ผูกกับระบบยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) และความ ‘เข้ากันได้กับมาตรฐานการชำระเงินสากล ISO 20022’ ทั้งหมดนี้ทำให้ XDC ถูกจัดวางในฐานะ ‘บล็อกเชนสำหรับสถาบันการเงิน’ มากกว่าจะเป็นแพลตฟอร์มทั่วไป
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่ม ‘ความน่าเชื่อถือ’ ให้กับ XDC คือ การเข้าร่วมของ อังเดร คาสเทอร์มัน(Andre Casterman) อดีตผู้บริหารระดับสูงที่เคยทำงานกับระบบส่งข้อความการเงินระหว่างธนาคาร ‘สวิฟต์(SWIFT)’ กว่า 20 ปี ประสบการณ์จากโครงสร้างพื้นฐานชำระเงินระดับโลกเช่นนี้ ทำให้ตลาดมอง XDC ว่ามีทีมงานที่เข้าใจทั้งโลกการเงินดั้งเดิมและเทคโนโลยีบล็อกเชนไปพร้อมกัน
‘การใช้งานจริง’ บนเครือข่าย XDC กำลังเพิ่มขึ้นและกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้มีคนมองว่า XDC ยัง ‘ถูกประเมินมูลค่าต่ำ’ สำหรับฝั่งสถาบัน ‘บิตโก(BitGo)’ ผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ ได้ให้บริการ ‘การรับฝากทรัพย์สินแบบเป็นไปตามกฎระเบียบ’ บนเครือข่าย XDC แล้ว ขณะที่แพลตฟอร์ม ‘Liqi’ (ในต้นฉบับเกาหลีระบุว่า 리키) มีรายงานว่าดำเนินธุรกรรมด้านการเงินการค้าบนเครือข่าย XDC มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ต่อวัน
ฝั่งเอเชีย ‘TradeTrust’ แพลตฟอร์มจากสิงคโปร์ เลือกใช้ XDC เป็นโครงสร้างหลังบ้านสำหรับจัดการเอกสารด้านการค้าแบบดิจิทัลที่ต้องสอดคล้องกับกฎหมาย MLETR (Model Law on Electronic Transferable Records) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับเอกสารโอนสิทธิทางอิเล็กทรอนิกส์ นี่จึงเป็นกรณีศึกษาการนำบล็อกเชนไปใช้จริงในระบบเอกสารการค้าระดับประเทศ
ด้านสินทรัพย์จริงบนบล็อกเชน (RWA) ก็เริ่มเกิดขึ้นบนเครือข่ายนี้ ‘โคมิเทค โกลด์’ ได้ออกโทเค็นทองคำที่เป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทำให้ XDC เริ่มถูกจับตาในมุมของการ ‘โทเค็นไรซ์ทองคำ’ แบบสอดคล้องหลักศาสนาอิสลาม สำหรับฝั่งการชำระเงินในประเทศ ‘AUDDapt’ ได้ลงนามความร่วมมือด้านระบบชำระเงินกับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในออสเตรเลีย เพื่อใช้ XDC ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการจ่ายเงิน
ในฝั่งสเตเบิลคอยน์ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ‘USDC’ ของบริษัท เซอร์เคิล(Circle) ก็ถูกเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย XDC ผ่านรูปแบบบริดจ์ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายสภาพคล่องดอลลาร์ดิจิทัลเข้ามาบนระบบนิเวศ XDC ได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) จัดจัดประเภทโทเค็นบน XDC ในหมวด ‘สินค้าดิจิทัล’ ในเอกสารแนวทางบางส่วน ก็ยิ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่กังวลเรื่องกรอบกฎหมาย
ในเชิงเทคนิค XDC พยายามรักษาความทันสมัยของเครือข่ายให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ปีนี้เครือข่ายได้อัปเกรดใหญ่ในชื่อ ‘แคนคูนฮาร์ดฟอร์ก’ ให้รองรับมาตรฐานล่าสุดของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ อย่าง EIP-1559 ซึ่งปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมและช่วยเพิ่มความคาดการณ์ได้ของค่าก๊าซ ขณะเดียวกัน การอัปเดต XDC 2.0 ยังได้นำกลไก ‘บิแซนไทน์ฟอลต์โทเลอแรนซ์’ (Byzantine Fault Tolerance) มาช่วยเพิ่มความทนทานต่อความผิดปกติของโหนดในระบบ และเพิ่มความสามารถด้าน ‘ฟอเรนซิกมอนิเตอร์ริง’ เพื่อให้สถาบันสามารถตรวจสอบและติดตามธุรกรรมได้ละเอียดขึ้น เทคโนโลยีสำคัญบางส่วนถูกระบุว่าเป็นผลงานพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับ ศาสตราจารย์ พรามอด วิศวานาท(Pramod Viswanath) จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ยิ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านงานวิจัยและความจริงจังของโครงการ
แม้จะมีกรณีการใช้งานและการพัฒนาต่อเนื่อง ‘มูลค่าตลาด’ ของ XDC ยังอยู่ที่ราว 635 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เมื่อเทียบกับขนาดตลาด ‘การเงินการค้าระดับโลก’ ที่นับเป็น ‘หลายล้านล้านดอลลาร์’ X Finance Bull มองว่า XDC ยังคง ‘ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น’ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าโทเค็นที่ ‘ได้รับการเข้าชมสูงสุดใน CoinMarketCap’ ยังซื้อขายกันเพียงราว 0.03 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ล่าสุดจากข้อมูล CoinMarketCap ราคา XDC ปรับตัวขึ้นกว่า 7% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และซื้อขายบริเวณ 0.03 ดอลลาร์
ในเชิง ‘ความคิดเห็น’ สถานการณ์ตอนนี้สะท้อนว่า XDC เริ่มถูกมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นอัลท์คอยน์ที่ราคาขยับแรงระยะสั้น แต่เพราะกำลังพยายามวางตัวในฐานะ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินการค้าและการชำระเงินสำหรับสถาบัน’ ที่มีเคสใช้งานจริง เติบโตบนมาตรฐานสากล และเริ่มถูกสถาบันด้านการดูแลสินทรัพย์, การค้า, การโทเค็นไรซ์สินทรัพย์จริง และผู้ให้บริการชำระเงิน นำไปใช้มากขึ้น คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ ‘ตลาดจะใช้เวลานานแค่ไหน’ ในการสะท้อนการยอมรับเหล่านี้เข้าสู่ราคา และ XDC จะสามารถรักษาโมเมนตัมการยอมรับจากสถาบันในโลกจริงได้ต่อเนื่องเพียงใด
ความคิดเห็น 0