Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักเทรดคริปโตยอมจ่ายฟันดิงปีละ 8,700% เก็งกำไรอนุพันธ์มูลค่า ‘앤트로픽(Anthropic)’ บน ‘하이퍼리퀴드(Hyperliquid)’

นักเทรดคริปโตยอมจ่ายค่าธรรมเนียมระดับ ‘ปีละ 8700%’ เพื่อเก็งกำไรการพุ่งขึ้นของมูลค่าบริษัท AI ยักษ์ใหญ่อย่าง ‘앤트로픽(Anthropic)’ บนแพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโต ‘하이퍼리퀴드(Hyperliquid)’ โดยบางรายยอมเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง ‘ชั่วโมงละ 1%’ เพื่อเดิมพันว่าอีก 1 ปีข้างหน้า มูลค่ากิจการของ앤트로픽จะพุ่งแตะระดับ 88ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในโลกอย่าง เอ็นวีเดีย(NVDA) ยังมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ราว 5.2ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น จึงสะท้อนภาวะเก็งกำไรที่ ‘ร้อนแรงผิดปกติ’ อย่างชัดเจน

ผลิตภัณฑ์ที่เทรดบน ‘하이퍼리퀴드(Hyperliquid)’ ไม่ได้ให้สิทธิ์ถือ ‘หุ้นจริง’ ของ앤트로픽 แต่เป็นการเก็งกำไร ‘การเปลี่ยนแปลงมูลค่า’ ของบริษัทผ่านสัญญาอนุพันธ์ที่อิงราคาจากโอราเคิล (Oracle) ตามข้อกำหนดที่ซับซ้อน ทั้งเงื่อนไขสัญญา กลไกราคาอ้างอิง เพดานมูลค่ามิเปิดสถานะประกอบ และอินเทอร์เฟซที่มีเพียงปุ่ม ‘ซื้อ’ ที่เรียบง่าย ทำให้ความเสี่ยงของสัญญานี้อาจไม่ได้ปรากฏอย่างชัดเจนในสายตานักลงทุน ‘ความคิดเห็น’ โครงสร้างแบบนี้เปิดช่องให้เม็ดเงินไหลเข้าโดยที่ผู้เล่นจำนวนมากอาจไม่เข้าใจว่ากำลังเดิมพันกับอะไรแน่ ระหว่างตัวธุรกิจจริงกับความคาดหวังล้วนๆ

ตามรายงานแพลตฟอร์ม ‘하이퍼리퀴드(Hyperliquid)’ คิดค่าฟันดิง (Funding Fee) ของสัญญาที่อ้างอิง앤트로픽แบบ ‘รายชั่วโมง’ และตั้งเพดานสูงสุดไว้ที่ ‘ชั่วโมงละ 4%’ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าธรรมเนียมรายชั่วโมงของฝั่งเปิด ‘ลอง’ เคยทะลุระดับ 1.5% ส่งผลให้ภายใน 48 ชั่วโมง ต้นทุนฟันดิงของฝั่งที่ถือสถานะขาขึ้น (Long Position) พุ่งเกิน 15% ของขนาดสถานะ นั่นหมายความว่า หากนักเทรดเปิดลองมูลค่า 10,000ดอลลาร์ แล้วราคามูลค่าบริษัทไม่ขยับเลย ภายในเวลาเพียง 2 วัน เงินต้นจะหายไป 1,500ดอลลาร์ แค่จากค่าฟันดิง ‘ความคิดเห็น’ โครงสร้างนี้แทบจะบังคับให้ลองต้อง “ถูก” ทันทีในเวลาอันสั้น ไม่อย่างนั้นต้นทุนจะกัดกินพอร์ตอย่างรวดเร็ว

สัญญาบน ‘하이퍼리퀴드(Hyperliquid)’ ดังกล่าวไม่ได้เชื่อมกับหุ้นจริงของ앤트로픽 แต่ใช้โครงสร้างอนุพันธ์ชื่อ ‘벤추얼스(Ventuals)’ เพื่ออ้างอิงมูลค่ากิจการของบริษัทที่ยังไม่จดทะเบียน ข้อเสียสำคัญคือยิ่ง ‘ราคาตลาดของสัญญา’ กับ ‘ราคาอ้างอิงจากโอราเคิล’ ห่างกันมากเท่าไร ฝั่งลองก็ต้องจ่ายฟันดิงให้ฝั่งชอร์ตมากขึ้นเท่านั้น ตลอดทั้งสุดสัปดาห์ ราคาสัญญาซื้อขายถูกยกขึ้นสูงกว่าราคาอ้างอิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เปิด ‘ชอร์ต’ กลายเป็นฝ่ายรับค่าฟันดิงอย่างสม่ำเสมอ คล้ายกลยุทธ์ ‘ทำกำไรจากกระแสเงินสด’ มากกว่าจะเป็นการเก็งกำไรขาลงตามปกติ เพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากความคลั่งไคล้ของฝั่งที่เชื่อว่า앤트로픽จะยังไปต่อ

กระแสเก็งกำไรในบริษัท AI ที่ยังไม่จดทะเบียนอย่าง앤트로픽 ถูกมองว่าเป็นตัวจุดชนวน ‘ตลาดหุ้นปลอม’ ในโลกคริปโต โดย앤트로픽สามารถระดมทุนซีรีส์ G มูลค่า 30,000ล้านดอลลาร์ เมื่อกุมภาพันธ์ 2026 จากการนำโดย GIC และโคทู (Coatue) และได้รับการประเมินมูลค่ากิจการหลังเงินลงทุนที่ระดับราว 380,000ล้านดอลลาร์ หลังจากนั้น รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว จนในตลาดซื้อขายหุ้นนอกตลาด (Private Market) และบริการนายหน้าซื้อขาย (Brokerage) เริ่มมีการพูดถึงมูลค่าที่เข้าใกล้ ‘1ล้านล้านดอลลาร์’ ต่อมา Bloomberg และ Financial Times รายงานว่า กำลังมีรอบระดมทุนใหม่ราว 900,000ล้านดอลลาร์ โดยมีชื่อของดรากโกเนียร์, เจเนอรัลคาทาลิสต์ และไลต์สปีด เข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมูลค่าดังกล่าวเป็นเพียง ‘การประเมินจากดีลส่วนตัวและการคาดการณ์’ ไม่ใช่ ‘ราคากลางแบบเรียลไทม์’ ที่สะท้อนผ่านตลาดหลักทรัพย์ ด้วยเหตุนี้ ราคาที่ใช้เป็นโอราเคิลในอนุพันธ์คริปโตจึงมีลักษณะใกล้เคียงกับ ‘ค่าประเมิน’ มากกว่าราคาที่ตลาดเปิดเผยรับรู้จริง เมื่อราคาโอราเคิลและราคาซื้อขายจริงบนแพลตฟอร์มยิ่งแยกห่างกัน ค่าฟันดิงก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นตามโครงสร้างที่ออกแบบไว้ ส่งผลให้ต้นทุนการเก็งกำไรบานปลายอย่างที่เห็น ‘ความคิดเห็น’ กล่าวได้ว่าตลาดกำลังจ่าย “ราคาสูงลิ่ว” ให้กับ ‘ความคาดหวัง’ มากกว่ากับสินทรัพย์หรือกระแสเงินสดที่จับต้องได้

กรณี ‘앤트로픽(Anthropic)’ จึงกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่ ‘กระแสลงทุน AI นอกตลาด’ ผสมเข้ากับ ‘ความเป็นเก็งกำไรสูงของอนุพันธ์คริปโต’ แล้วออกมาเป็นตลาดที่ผู้เล่นจำนวนมากยอมจ่ายค่าธรรมเนียมระดับไม่ปกติ โดยแทบไม่ได้ถือสิทธิ์ใดๆ เหนือหุ้นจริงของบริษัท สิ่งที่พวกเขาถืออยู่คือสัญญาที่อ้างอิงกับการตีราคาแบบส่วนตัวและโอราเคิลเพียงเท่านั้น ขณะที่ฝั่งชอร์ตสามารถใช้ประโยชน์จากความคลั่งไคล้ของฝั่งลอง เก็บกินฟันดิงต่อเนื่องตราบใดที่ช่องว่างราคาไม่ถูกปิด

‘하이퍼리퀴드(Hyperliquid)’ ในครั้งนี้จึงสะท้อนอีกด้านหนึ่งของตลาดคริปโตว่า ‘สภาพคล่อง’ ไม่ได้เป็นตัวขับเคลื่อนราคาเสมอไป แต่ ‘ความร้อนแรงเกินเหตุ’ สามารถถูกสะท้อนไปในราคาและโครงสร้างค่าธรรมเนียมได้ก่อน เมื่อความคาดหวังถูกดันจนสุดปลายกราฟ ต้นทุนของผู้ตามกระแสก็จะยิ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้วางโครงสร้างและผู้กล้าสวนกระแสอาจเป็นฝ่ายเก็บเกี่ยวผลตอบแทนอย่างเงียบๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามของดีลนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1