เชนเกีย오 แฟน(Chengdiao Fan) ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘파이 네트워크(Pi Network)’ ขึ้นเวทีงาน ‘컨센서스 2026’ วิจารณ์โครงสร้างตลาดคริปโตที่เน้น ‘การเก็งกำไร’ อย่างตรงไปตรงมา พร้อมชูโมเดลเติบโตใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ‘การใช้งานจริง’ และ ‘นวัตกรรมผลิตภัณฑ์’ ผ่านโมเดล ‘파이 런치패드(Pi Launchpad)’ แทนการมุ่งระดมทุนและปั่นราคาโทเคนเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้ถูกมองว่าอาจส่งผลต่อทิศทางราคาและมุมมองของตลาดต่อ 파이 네트워크(Pi Network) ในระยะถัดไป
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘코인텔레그래프(Cointelegraph)’ แฟนกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานที่ไมอามีว่า อุตสาหกรรมคริปโตยังอยู่ในสภาพที่ ‘ดึงมูลค่าออกมากกว่าสร้างมูลค่า’ โดยระบุว่า “โปรเจ็กต์จำนวนมากระดมทุนก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งมอบประโยชน์ใช้สอยที่มีความหมายได้จริง”
แฟนอธิบายว่า ‘파이 네트워크(Pi Network)’ พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจจริง นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ และการมีส่วนร่วมระยะยาวของผู้ใช้ เป้าหมายคือการสร้างโมเดลนิเวศใหม่ผ่าน ‘파이 런치패드’ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานมากกว่าการเก็งกำไร
หัวใจของ ‘파이 런치패드’ คือโครงสร้างที่แตกต่างจากล launchpad ทั่วไป โดย ‘เงินของผู้ใช้จะไม่ถูกส่งตรงไปยังทีมโปรเจ็กต์’ แต่จะถูกนำไปฝากไว้ถาวรในพูลสภาพคล่อง (liquidity pool) แทน แฟนมองว่าโครงสร้างนี้ช่วยลดวัฒนธรรม ‘รีบถอนทุนไว’ ของทีมพัฒนา และช่วยให้การเปิดตัวโทเคนใหม่เริ่มต้นได้บนฐานที่มั่นคงกว่า ‘ความคิดเห็น’ รูปแบบนี้สะท้อนความพยายามเปลี่ยนจาก “ขายโทเคนก่อน สร้างของทีหลัง” มาเป็น “มีการใช้งานก่อน แล้วค่อยต่อยอดด้วยโทเคน”
อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญของ ‘파이 생태계(Pi Ecosystem)’ คือ โปรเจ็กต์ที่ต้องการออกโทเคนบนระบบ ต้องมีแอปหรือผลิตภัณฑ์ที่ “ใช้งานได้จริงแล้ว” ก่อน แฟนเสริมว่า ในกระบวนการเปิดตัวโทเคน จะให้สิทธิประโยชน์กับผู้ใช้ที่ใช้งานผลิตภัณฑ์จริงอย่างแข็งขัน เพื่อเชื่อม ‘นักพัฒนา’ และ ‘ผู้ใช้’ เข้าด้วยกันในทิศทางการเติบโตระยะยาว ไม่ใช่แค่รอบเก็งกำไรสั้นๆ
แฟนย้ำว่า ‘ขนาดของฐานผู้ใช้’ คือจุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของ 파이 네트워크(Pi Network) โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานที่เข้าร่วมมากกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก, ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) แล้วกว่า 18 ล้านราย และมีวอลเล็ตที่ใช้งานบนเมนเน็ตประมาณ 16.5 ล้านใบ เขากล่าวว่า “การได้มาซึ่งผู้ใช้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างประโยชน์ใช้สอย” พร้อมเสริมว่า “ต่อให้ฟีเจอร์ล้ำแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีผู้ใช้ ก็ไม่มีการใช้งานจริงและเอฟเฟกต์ของเครือข่ายเกิดขึ้นได้”
นอกจากด้านโทเคนและนิเวศแล้ว ‘파이 네트워크(Pi Network)’ ยังขยายบทบาทไปสู่ ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ และระบบยืนยันความเป็นมนุษย์อีกด้วย ตามข้อมูลของแฟน เครือข่าย KYC ของ 파이 ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1 ล้านคน ได้ทำภารกิจยืนยันความเป็นมนุษย์แล้วมากกว่า 526 ล้านครั้ง เขามองว่ากำลังแรงงานแบบกระจายศูนย์นี้ สามารถสนับสนุนงาน AI ในลักษณะ ‘มนุษย์กำกับ (human-in-the-loop)’ ได้ เช่น งานตรวจสอบข้อมูล ป้องกันบอท หรือช่วยเทรนโมเดลให้แม่นยำขึ้น
ฝั่งตลาดเองก็เริ่มตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของ ‘파이 네트워크(Pi Network)’ อย่างใกล้ชิด ปริมาณการซื้อขายของ ‘파이(pi)’ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ขณะที่เครือข่ายกำลังจะอัปเกรดในวันที่ 15 ที่จะถึงนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าอัปเกรดครั้งนี้อาจเพิ่มฟังก์ชัน ‘สมาร์ตคอนแทรกต์’ ลงในเครือข่าย
ด้านราคา ‘파이(pi)’ เคลื่อนไหวจากบริเวณราว 0.169 ดอลลาร์ ขึ้นมาโซนประมาณ 0.1728 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากฝ่าระดับแนวต้าน 0.187 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ราคามีโอกาสเปิดทางขึ้นไปถึงโซน 0.22 ดอลลาร์ ‘ความคิดเห็น’ แนวโน้มดังกล่าวจะยิ่งน่าสนใจ หากจับคู่กับการอัปเกรดเครือข่ายและการใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้นในนิเวศ
เมื่อ ‘파이 네트워크(Pi Network)’ วางจุดยืนชัดเจนว่า ‘ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงมากกว่าการเก็งกำไร’ การประกาศครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ปัจจัยบวกระยะสั้นต่อราคา แต่ถูกมองว่าเป็นสัญญาณให้ตลาดหันกลับมามอง ‘โครงสร้างการออกแบบนิเวศ’ ของโปรเจ็กต์คริปโตกันใหม่ หากความคาดหวังต่อการอัปเกรดและฐานผู้ใช้จริงของ 파이 เดินไปด้วยกันได้ดี การประเมินมูลค่าของ 파이ในตลาดอาจยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0