ตลาดแรงงานสหรัฐยังส่งสัญญาณ ‘แข็งแรงแต่เริ่มชะลอ’ ในเดือนเมษายน สร้างแรงกระเพื่อมต่อทั้ง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ตลาดหุ้น และแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ยังไม่คลาย
เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) กระทรวงแรงงานสหรัฐเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเมษายนว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ราว 62,000 ตำแหน่งอย่างมาก ขณะเดียวกัน ตัวเลขเดือนมีนาคมถูกปรับเพิ่มจากเดิม 178,000 ตำแหน่งเป็น 185,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังไม่เข้าสู่ภาวะชะลอตัวแบบฉับพลัน
อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ตรงกับประมาณการของนักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าแรงงานสหรัฐกำลังอยู่ในภาวะ “ชะลออย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังถือว่าทนทาน” ซึ่งเป็นภาพกึ่งกลางระหว่างการอ่อนแรงและการร้อนแรงเกินไปของเศรษฐกิจ
‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมตัวเลขนี้ไม่ใช่สัญญาณถดถอย แต่ก็ไม่แรงพอจะสร้างความกังวลว่าเศรษฐกิจกำลังโอเวอร์ฮีต เป็นโทนข้อมูลที่เฟดมักนำมาใช้สนับสนุนท่าที “รอดูข้อมูลต่อ” ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนโยบายดอกเบี้ย
ทันทีหลังตัวเลขการจ้างงานออกมา การตอบสนองของตลาดการเงินค่อนข้างจำกัด ‘บิตคอยน์(BTC)’ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ แถวบริเวณ 80,200 ดอลลาร์ หรือราว 1.176 ล้านบาทแทบไม่ต่างจากช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่านักลงทุนคริปโตยังไม่รีบเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินจากข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียว
ในทางกลับกัน ดัชนีหุ้นสหรัฐล่วงหน้าปรับตัวบวกชัดเจน สัญญาล่วงหน้าดัชนีแนสแด็ก100 ขยับขึ้นราว 0.9% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 2 จุดเบสิส มาอยู่บริเวณ 4.37% การที่บอนด์ยีลด์ย่อลงแม้ตัวเลขจ้างงานออกมาดีกว่าคาด บ่งชี้ว่านักลงทุนบางส่วนตีความว่า “แรงงานยังแข็ง แต่ไม่ได้ร้อนแรงจนเฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม”
‘ความคิดเห็น’ สำหรับฝั่งสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น การได้เห็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ไม่เลวร้ายเกินไป ในขณะที่ตลาดยังคงหวังต่อโอกาสลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป ถือเป็นคอมโบที่ค่อนข้างเอื้ออำนวย ซึ่งในระยะกลางอาจเป็นบรรยากาศที่หนุนต่อ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และคริปโตอื่น ๆ ด้วย หากดอลลาร์อ่อนค่าและสภาพคล่องในระบบเริ่มผ่อนคลาย
รายงานการจ้างงานครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะออกมาในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนของวัฏจักรดอกเบี้ย เมื่อสัปดาห์ก่อน เฟดเพิ่งตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50–3.75% สะท้อนท่าที “ประคองสถานการณ์” ระหว่าง ‘การเติบโตที่เริ่มชะลอ’ กับ ‘เงินเฟ้อที่ยังไม่ลงตามเป้า’
ตัวเลขแรงงานที่ยังแข็งกว่าคาด อาจกลายเป็นเหตุผลให้เฟดชะลอการพูดถึงการ ‘ลดดอกเบี้ย’ ออกไปก่อน เพราะภาวะการจ้างงานที่ดีเกินไปมีโอกาสต่ออายุแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาว ขณะเดียวกัน เฟดยังต้องระวังไม่ให้ดอกเบี้ยสูงนานเกินไปจนบีบเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือประเด็นการเปลี่ยนตัวประธานเฟด ‘เควิน วอ시(Kevin Warsh)’ ถูกคาดหมายว่าจะผ่านการรับรองจากวุฒิสภาและเข้ารับตำแหน่งต่อจาก ‘เจอโรม พาวเวล(Jerome Powell)’ ภายในสิ้นเดือนนี้ การเปลี่ยนผู้นำสถาบันการเงินกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ย่อมสร้างคำถามใหม่ต่อทิศทาง ‘นโยบายการเงิน’ และระดับดอกเบี้ยระยะยาว
ตลาดกำลังจับตาว่า ภายใต้การนำของวอช เฟดจะมีน้ำหนักไปทาง ‘เข้มงวดสู้เงินเฟ้อ’ หรือ ‘ผ่อนคลายเพื่อพยุงการเติบโต’ มากกว่ากัน แนวโน้มนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใน ‘บิตคอยน์(BTC)’ และสินทรัพย์เสี่ยงใช้ประเมินทิศทางของดอลลาร์และสภาพคล่องทั่วโลก
นอกเหนือจากตัวเลขแรงงานแล้ว ปัจจัยภายนอกอย่างราคาพลังงานยังเป็นความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาน้ำมันดิบโลกแม้จะอ่อนตัวลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า แต่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงคุกรุ่น เพิ่มความไม่แน่นอนต่อ ‘ตลาดพลังงานโลก’
ราคาน้ำมันที่สูงเป็นดาบสองคมสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ หนึ่งคือเป็นแรงผลัก ‘เงินเฟ้อด้านต้นทุน’ โดยตรง เนื่องจากค่าขนส่งและพลังงานที่สูงจะถูกผลักไปยังราคาสินค้าผู้บริโภค อีกด้านหนึ่ง น้ำมันแพงยังกดดันกำลังซื้อของครัวเรือน ทำให้การบริโภคชะลอ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจสหรัฐ
หากเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงานยืดเยื้อ เฟดอาจจำเป็นต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดหวังไว้ สถานการณ์เช่นนี้มักสร้างแรงกดดันต่อ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ทั้งหุ้นและคริปโตในระยะสั้น แต่ในมุมมองของนักลงทุนบางกลุ่ม ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินดั้งเดิมที่เสื่อมค่าตามนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
ท้ายที่สุด รายงานการจ้างงานรอบนี้ตอกย้ำภาพว่า เศรษฐกิจสหรัฐยัง ‘ยืนระยะได้’ โดยไม่แสดงสัญญาณชะลอตัวแบบรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน ทั้งแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่ผันผวน และความไม่แน่นอนด้านนโยบายดอกเบี้ยภายใต้ผู้นำเฟดคนใหม่ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินและ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในช่วงถัดจากนี้
ความคิดเห็น 0